|
แค้นเพื่อรัก A LOVE TO KILL
|
|
|
| |
|
| |
รายชื่อนักแสดง |
| |
| เรน-จวน จีฮุน (Rain Jung Ji-Hun) , ชิน มินอา ( Sin Min-ah ) , ลี กิอู ( Lee Ki-woo ) , คิม ซารัง ( Kim Sa-rang ) |
| |
| |
เรื่องย่อ |
| |
|
| |
| เรนจะสวมบทบาทเป็นบอดี้การ์ด เขาแสดงบทบาทในเรื่องนี้โดยพยายามจะแก้แค้นให้พี่ชายที่เป็นอัมพาตเพราะการพยายามฆ่าตัวตายที่ไม่สำเร็จ เรนเข้าใจผิดว่า Cha EunSeok รับบทโดย ชิน มินอา (นางเอกเรื่องPUNCH) ซึ่ง เป็นดาราดัง หักหลังพี่ชายของเขา ดังนั้นเมื่อคู่หมั้นของเธอ ที่แสดงโดย Lee KiWoo ตัดสินใจ หาบอดี้การ์ดให้เธอ เรนก็ได้เข้ามารับหน้าที่นี้ ด้วยความตั้งใจที่จะล้างแค้นให้พี่ชาย แต่ความจริงที่ว่า เขาต้องอยู่ข้างกายเธอ 24 ชม.ต่อวัน นั้นทำให้เขามองเธอเปลี่ยนไปและเริ่มตกหลุมรักเธอ |
| |
|
| |
| A LOVE TO KILL แค้นเพื่อรัก เป็นภาพยนตร์ซีรีส์เกาหลีแนวโรแมนติกดรามา ผลงานของการสร้างของ KBS Media ประเทศเกาหลี ล่าสุดได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Asian Television Award 2006 สาขา Best Drama Series (ประกาศผลวันที่ 1 ธ.ค.49) |
| |
|
| |
| คัง บกกู เติบโตจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เขามีบุคลิกเงียบขรึม ดุดัน หาเลี้ยงตัวเองด้วยการเป็นนักมวยข้างถนน บนสังเวียนผ้าใบ บกกู มีฉายาว่า K-1 เขาผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน แต่ไม่มีใครเคยรับรู้ว่าเขามีปมอดีต และความแค้นที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ เมื่อ คัง มิงกู พี่ชายคนเดียวของเขาตัดสินใจฆ่าตัวตาย เหตุเพราะเสียใจที่ถูกหญิง คนรักหักอก เหมือนฟ้าไม่เป็นใจ มิงกู รอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ แต่เขาต้องอยู่ในสภาพคนพิการไปตลอดชีวิต บกกู เสียใจกับ เหตุ
การณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เขาสัญญากับตนเองไว้ว่าจะต้องแก้แค้นหญิงสาวที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดนี้ให้จงได้
|
| |
|
| |
| ซา อินซอก ดาราสาวชื่อดัง คือเป้าหมายการแก้แค้นของ บกกู เขาเฝ้าติดตามชีวิตและความเคลื่อนไหวของเธอมาโดยตลอด และแล้ววันหนึ่งโอกาสก็มาถึง บกกูได้รับการว่าจ้างให้เข้ามารับหน้าที่เป็นบอดีการ์ด ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับ อินซอก แผนการทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปอย่างไร้อุปสรรค ชีวิตของ อินซอก ถูกตีกรอบด้วยเกมการล้างแค้น แต่ทว่า...ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของเกมนี้กลับกลายเป็นตัว บกกู เอง |
| |
|
| |
| ความใกล้ชิดคือบ่อเกิดแห่งความรัก บกกู เริ่มเห็นความดีงามในตัวของ อินซอก เพิ่มขึ้นทีละน้อย จนจับความรู้สึกของตัวเองได้ว่า เขา หลงรัก อินซอก อย่างถอนตัวไม่ขึ้น เธอคือผู้หญิงที่เขาค้นหามาตลอดทั้งชีวิต |
| |
|
| |
| นอกเหนือจากความแค้นแล้ว ฮัน ดาจอง เพื่อนสาวจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าซึ่งเคยช่วยชีวิต บกกู ไว้ คืออุปสรรคสำคัญในความรักระหว่างเขากับ อินซอก เพราะบกกูเคยให้สัญญากับ ดาจองไว้ว่า เขาจะมอบความรักให้กับเธอคนเดียวไปจนวันตาย |
| |
|
| |
| ด้าน คิม จุนซอง หนุ่มหล่อทายาทนักธุรกิจพันล้านที่ตกเป็นข่าวว่ามีความ สัมพันธ์ลึกซึ้งกับ อินซอก ประกาศหมั้นกับเธออย่างสายฟ้าแลบ โดยไม่ให้ อินซอก ตั้งตัว ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้รู้สึกรักเธอแม้แต่น้อย แต่ที่ทำไปเพื่อรักษาหน้าตาของวงศ์ตระกูล และกลบข่าวลือที่ว่าเขาเป็น เกย์ |
| |
|
| |
| เมื่อชีวิตก้าวเดินมาจนถึงทางสามแพร่ง บกกู จำต้องเลือก ระหว่าง ความรักที่ค้นหามาตลอดทั้งชีวิต... ความแค้น ที่ยังคงฝังแน่นอยู่ในใจ... หรือ ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น ? |
| |
|
| |
บทสัมภาษณ์ เรน |
| |
|
| |
จากบทความใน Ming Xing
บทสัมภาษณ์ของ Rain เกี่ยวกับละครเรื่องล่าสุดของ Rain " A LOVE TO KILL "
จากบทของ Shang Doo ที่ใจอ่อนกับ กับบทดาราชื่อดัง ลี ยอง เจ ที่ขี้เหงาในเรื่อง Full House ทั้ง 2 บทกลับตรงกันข้ามกับชีวิตจริงของเรน นักข่าวถามเรนว่าอะไรผลักดันให้เขามาถึงที่ๆจุดนี้ เรากลับได้รับคำตอบที่ไม่คาดคิดจากเรนว่า เขารู้ซึ้งอย่างดีกับรสชาติของการไม่มีอะไรจะกิน เสียงท้องร้องยามหิว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ทีไร ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดทุกที ทั้งเงินทั้งชื่อเสียง ล้วนเป็นของนอกกาย เขาไม่เคยคิดที่จะมีชิวิตอยู่เพื่อสิ่งเหล่านี้ และนี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่เขาละทิ้งโอกาสดีๆบางอย่าง ไปเช่น ปี 2005 เขาทิ้งโอกาสที่จะแสดงกับนักแสดงหญิงยอดนิยม หรือบทหนุ่มหล่อรวยล้นฟ้า แต่กลับเลือกบท Kang Bok Gu ในละคร A Love To Kill นี้แทน
ตอนนี้ทั่วเอเชีย ต่างเฝ้ารอคอยที่จะได้ชมละครเรื่องนี้กัน (เราเองได้ดูแล้วจ้า อยากดูก็อ่าน blog ก่อนหน้านี้ค่ะ) ซึ่งนำแสดงโดยนักแสดงแม่เหล็กอย่าง เรน และ ชินมินอา หลังจากฉายที่เกาหลี ก็สามารถครองใจคนดูเป็นอันดับหนึ่ง จึงได้จัดงานแถลง ทั้งพระเอก ทั้งนางเอก พระรอง นางรอง ต่างมากันครบถ้วน ในเรื่องนี้ เรนแสดงเป็น คัง บ๊อก กุก หนุ่นอาภัพ ที่หลงรักผู้หญิงที่เป็นศัตรู บทในเรื่องแตกต่างจากบท ลียองเจ ในเรือ่ง Full House อย่างสิ้นเชิง เรนปรากฎตัวอย่างเซอร์ๆ เพราะว่าเขาต้องแสดงเป็นนักสู้ ซึ่งคุณสามารถชมเรนโชว์กล้ามเนื้อที่แข็งแรงของเขาได้ในเรื่องนี้
Q : บทนี้แตกต่างจากบทที่ผ่านมาอย่างไรบ้าง
Rain : ผมรู้สึกว่าบท Kang Bok Gu เป็นบทที่น่าสงสาร เขามีพี่ชายอยู่ 1 คน ต่อมาพี่ชายกลายเป็นเจ้าชายนิทรา เพราะผู้หญิงคนหนึ่ง เขาจึงคิดแก้แค้นผู้หญิงคนนั้น แต่สุดท้ายแล้วความแค้นกลายเป็นความรัก ผมรับบทเป็นผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากบทก่อนๆตรงที่ ในละครเรื่อง Shang Doo Let's Go to School จะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่เรื่องนี้ คุณจะไม่พบรอยยิ้มจากตัวละครตัวนี้เลย ส่วนเรื่อง Full House เป็นละครโรแมนติค แต่ละครเรื่องนี้ ความรักคือความทุกข์ ตอนเริ่มถ่ายทำรู้สึกยากมาก แต่ผมก็ค่อยๆเข้าถึงบทบาทมากขึ้น ผู้ร่วมงานทุกคนทำงานดีมาก และเชื่อว่าจะไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังอย่างเด็ดขาด
Q : เรนรู้สึกอย่างไรกับตัวละครตัวนี้
Rain : เขาเห็นความรักเป็นเรื่องตลก ถึงแม้ว่าเขาอาจไม่ใช่คนดี แต่เขาเข้าใจเบื้องหลังเบื้องลึกของเขา แท้จริงแล้วเขาเป็นคนน่าสงสาร เพื่อที่จะเข้าใจถึงตัวละครนี้ ผมได้ศึกษาการแสดงของ Al Pachino ในเรื่อง " Scarface" Al Pachino แสดงเป็นคนนิ่งเฉย ไม่แสดงความรู้สึกแม้แต่นิดเดียว ต่อมาเขาต้องแสดงความรู้สึก ที่เกิดความขัดแย้ง ภายในจิตใจซึ่งช่วยในการแสดงของผมได้อย่างมาก
Q : เรื่องนี้มีอุปสรรคอย่างไรบ้าง
Rain : เรื่องนี้เน้นเรื่องการใช้อารมณ์อย่างมาก ทุกฉากที่ต้องใช้อารมณ์ ผมจะรู้สึกตื่นเต้น เพราะยังเป็นเรื่องยากสำหรับผม อีกทั้งละครเรื่องนี้ มีฉากอารมณ์ถึง 70% ตัวละครตัวนี้เป็นนักสู้ ต้องมีการเตะต่อย ผมจึงต้องแอบฝึกฝนร่างกายให้ดูแข็งแรง จนบางครั้ง เวลาถ่ายทำมีเลือดกำเดาไหล บางที่กล้ามเนื้ออักเสบไปเลย นอกจากฝึกเตะต่อยแล้ว ผมยังต้องกระโดดเชือก 200 ครั้งทุกวัน จนตอนนี้น้ำหนักตัวผมลดลงจาก 82 กก.เป็น 75 กก.
Q : รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ร่วมงานกับนางเอกสาว ชิน มิน อา
Rain : ตอบยากนะครับ เพราะฉากที่พวกเราแสดงร่วมกันมีน้อย แต่สามารถบอกได้ว่าผมได้เรียนรู้จากเธอ เช่น เวลาแสดง ดูเธอตั้งใจและมีสมาธิในการแสดง ไม่เหมือนกับผมที่ดูเล่นๆ เธอเป็นนักแสดงมืออาชีพจริงๆ ละครเรื่องนี้มี 16 ตอน ซึ่งพวกเราเล่นเข้าขากันดี และรับรองว่าต้องสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมแน่นอน
Q : ทำไมงานวันนี้ ถึงใช้ชื่อว่า จุง จี ฮุน
Rain : เรน เป็นชื่อผม ในฐานะนักร้อง ส่วน จุง จี ฮุน (Jung Ji Hoon) เป็นชื่อผมในฐานะนักแสดง หวังว่าละครเรื่องนี้ ทุกคนคงเห็นพัฒนาการของผม ในด้านการแสดง ผมรู้ว่า ในวงการแสดง มีหลายคนที่เล่นเก่งกว่าผม เต้นดีกว่าผม และรูปร่างดีกว่าผม แต่ผมมีจุดเด่นของผม ที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้ ผมบอกกับตัวเองว่า ไม่ว่าจะด้านการแสดงหรือ การร้องผมจะเหมือนกันเครื่องเตือนภัย ที่กดปุ๊บก้เดินเครื่องทันที
Q : คิดว่าการเป็นนักร้องกับนักแสดงแตกต่างกันตรงไหน
Rain : ผมคิดว่า คนที่เป็นนักแสดงคงไม่เข้าใจความสนุกของการเป็นนักร้อง และคนที่เป็นนักร้องคงไม่เข้าใจความสนุกของการเป็นนักแสดง เพราะว่าขอบเขตของการเป็นนักร้องและนักแสดงต่างกัน การร้องสามารถฝึกฝนจนเก่งได้ แต่การแสดงต้องอาศัยประสบการณ์ ไม่สามารถสอนกันได้ ดังนั้นผมจึงคิดว่าการแสดงเป็นเรือ่งหนึ่งที่ยากมาก แต่ผมก็รู้สึกสนุกกับมัน
Q : คุณอยากให้ผู้ชมมองคุณในแง่ไหนจากละครเรื่องนี้
Rain : อยากให้ผู้ชมทิ้งอคติ ในเรื่องนักร้องผันตัวเองมาเป็นนักแสดง เพระพวกเขาต่างก็ตั้งใจอย่างเต็มที่ในการแสดง เพราะผมเคยเจอมาแล้วกับการถูกดูถูก และต่อว่า ว่าแสดงได้ไม่ดีแต่หลังจากผลงาน " Shang Doo " ได้ออกฉาย ทำให้มีคนมองผมในแง่ดีขึ้น ผมหวังว่า ให้ทุกคนมองในความสามารถของผม ให้เป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จในด้านการแสดงด้วย ดังนั้นทุกครั้งที่ผมแสดง ผมจะไม่คำนึงถึงความหล่อเลย เพื่อให้คนดูได้มองเห็นความสามารถของผมชัดๆ
Q : หลังจากประสบความสำเร็จมาแล้วทั้งด้านการแสดงและด้านการเป็นนักร้อง คุณคิดอยากทำอะไรต่อไปอีก
Rain : ผมยังไม่คิดถึงตรงจุดนั้น เพราะ หนทางการเป็นนักแสดงและนักร้องยังอีกยาวไกล ก่อนหน้านี้ผมเคยพูดเปรยๆกับคนๆหนึ่งว่าผมอยากแต่งเพลงบ้าง แต่คนๆนั้นบอกผมว่าล้อกันเล่นรึเปล่า คุณควรทำหน้าที่นักร้องให้ดีก่อนเถอะ ตอนนั้นผมคงหลงลืมตัวไปว่าผมมาถึงจุดสูงสุดแล้ว ทำให้ผมไขว้เขวไปที่อื่น
Q : งั้นตอนนี้ ความฝันของคุณก็สำเร็จแล้วหรือยัง
Rain : ตอนแรกผมฝันแค่ได้รับรางวัล นักแสดงหน้าใหม่ ถึงแม้ผมไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนว่า ผมจะสามารถมายืนจนถึงจุดๆนี้ได้ แต่ในใจผมคิดง่ายๆว่า ช่วงก่อนอายุ 30 ผมคิดจะเป็นนักธุรกิจที่มีกิจการเป็นของตัวเอง ดังนั้นผมจึงขวนขวาย ไปเรียนทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน และการบริหารธุรกิจ ทั้งที่ผมไม่เคยมีพื้นฐานพวกนี้เลย
Q : คุณจะมีผลงานภาพยนต์ ให้เราได้ชมบ้างไหม
Rain : ก็คิดนะครับ แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ ผมคิดแค่เพียงได้รู้จักกับผู้กำกับ หนังเก่งๆซักคนหนึ่ง เพราะจะทำให้ผมได้เรียนรู้ เกี่ยวกับหนัง มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับหนัง เมื่อสักวันหนึ่ง ที่ผมอยู่ในช่วงขาลง ผมยังสามารถปรากฎตัว ในฐานะนักแสดง และถ่ายทำหนังดีๆสักเรื่อง แต่อย่างไรก็ตาม ผมจะพยายามและสู้ต่อไป นี่คือหนทางของผม .. |
| |
| |
ประวัติ เรน |
| |
|
| |
เรน เกิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ปี ค.ศ.1982 ในวัยเด็กชีวิตของ เรน ค่อนข้างแตกต่างจากเด็กเกาหลีทั่วๆ ไป เพราะหลังจากที่แม่ของ เรน เสียชีวิตไปได้ไม่นานนัก พ่อก็ทิ้ง เรน และน้องสาวไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เขายังเด็ก
แต่ เรน เองก็ไม่ค่อยท้อต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเขา เพราะว่า เรน มีแหวนของแม่คอยเป็นสิ่งที่เตือนใจว่าเขาจะต้องต่อสู้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อๆ ไปในชีวิต เรน เริ่มเข้าวงการด้วยการเป็นนักเต้นให้กับค่ายเพลง JYP Entertainment
โดยเป็นนักเต้นตัวหลักของนักร้องสาวชื่อดังของเกาหลีอย่าง ปาร์ค จิน ยอง ในปี 2000 ก่อนที่จะกลายมาเป็นนักเต้นหลักให้กับ ปาร์คจินยอง นักร้องและเจ้าของค่ายเพลง JYP Entertainment ในปี 2001 เรน มาเป็นนักเต้นให้กับ ปาร์คจินยอง นี้เอง ทำให้เริ่มเห็นแววของความเป็นเอนเทอร์เทนเนอร์ ในตัวของ เรน ดังนั้น ปาร์คจินยอง จึงผลักดันให้ เรน กลายเป็นนักร้องหน้าใหม่ของค่าย JYP Entertainment ในปีต่อมา
เนื่องจากคำว่า Bi มีความหมายภาษาอังกฤษว่า Rain ก่อนที่จะออกอัลบั้มชุดแรก เรน ก็ได้ตัดสินใจว่าเขาจะใช้ชื่อว่า Rain แทน Bi ในการเป็นนักร้อง
และเหตุผลที่เขาใช้ชื่อ Bi เป็นชื่อที่ใช้ในวงการก็เพราะว่า ทุกสิ่งที่อยู่บนโลกล้วนแล้วแต่ต้องการน้ำฝนด้วยกันทั้งนั้น นอกจากนี้ เรน ให้สัมภาษณ์ไว้แบบนั้น อัลบั้มชุดแรกของ เรน ใช้ชื่ออัลบั้มว่า Bad Guy เริ่มออกวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ปี 2002 แล้วก็สร้างปรากฏการณ์ส่ง 2 เพลงแรก Bad Guy และ Besides Saying Goodbye กลายเป็นเพลงฮิตในช่วงปลายปีเลยทีเดียว
ด้วยเสียงร้องที่เซ็กซี่และท่าเต้นที่เร้าใจ เลยทำให้ เรน กลายเป็นนักร้องหน้าใหม่ยอดนิยมแห่งปี 2002 โดยได้รับรางวัลนักร้องหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำปี 2002 จากทั้งงานประกาศรางวัลเพลงของ SBS, KBS, MBC, KMTV และ M-NET เรียกได้ว่า กวาดรางวัลครบทุกงานประกาศรางวัลเพลงของเกาหลีเลยทีเดียว
วันที่ 4 กรกฎาคม ปี 2003 อัลบั้มเพลงรีมิกซ์ชุดใหม่ของ เรน ที่ใช้ชื่ออัลบั้มว่า First Drop (Overseas Version) ก็ออกวางจำหน่ายทั่วเกาหลี ในอัลบั้มนี้จะเป็นการรีมิกซ์เพลงทุกเพลงจากอัลบั้มแรกมาทำให้กลายเป็นเพลงที่ม ีจังหวะสนุกในการเต้นมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นก็ยังได้นักร้องรับเชิญ Sea, Lexy, Danny วง G.O.D. ฯลฯ มาช่วยสร้างสีสันให้กับงานเพลงชุดนี้ให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
หลังจากนั้นช่วงต้นเดือนกันยายนละครเรื่องแรกของ เรน ที่มีชื่อว่า Sang Doo, Lets Go To School! ก็ออกฉายครั้งแรกทางสถานีโทรทัศน์ KBS ในละครเรื่องนี้ เรน รับบทเป็น ซังดู เด็กหนุ่มที่พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตั้งแต่เขายังเด็ก
จากนั้น ซังดู ก็ได้ไปอาศัยอยู่กับคุณปู่จนกระทั่งอายุได้ 10 ขวบ คุณปู่ก็ทิ้ง ซังดู แล้ว ซังดู ก็ได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวเศรษฐีซึ่งรับ ซังดู เอาไว้เป็นบุตรบุญธรรม เมื่อ ซังดู เข้าเรียนในชั้นมัธยมปลายเขาได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อ ชาอึนวา รับบทโดย กองเฮียวจิน เธอเป็นหญิงสาวที่เป็นความทรงจำที่ดีของ ซังดู ในช่วงที่เขาอยู่ในวัยเรียน
วันหนึ่ง ซังดู เกิดไปมีเรื่องกับชายหนุ่มคนหนึ่งจนเป็นเหตุให้ชายผู้นั้นเสียชีวิต ซังดู ต้องติดคุกโดยที่ ชาอึนวา ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น หลายปีผ่านไป ชาอึนวา กลายเป็นคุณครูสอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่งในขณะที่ ซังดู ได้รับการปล่อยตัวออกจากคุก เขากลับไปหา ชาอึนวา อีกครั้ง แต่ทางเดียวที่เขาจะได้สนิทสนมกับ ชาอึนวา เหมือนเดิมก็คือ ซังดู จะต้องกลับเข้าไปเรียนในชั้นมัธยมปลายอีกครั้งหนึ่ง... จากความดังของละครเรื่อง Sang Doo, Lets Go To School! ทำให้ เรน ได้รับรางวัล New Actor Award
และรางวัล Best Couple Award จากงานประกาศรางวัลของทางสถานีโทรทัศน์ KBS และอัลบั้มเพลงชุดที่ 2 ของ เรน ที่มีชื่อว่า Rain vol.2 ก็ออกวางจำหน่ายตามมาติดๆ ในวันที่ 16 ตุลาคม ปี 2003 และส่งเพลง Running Away from the Sun ติดชาร์ตเพลงอันดับ 1 ที่เกาหลียาวนานถึง 3 สัปดาห์ซ้อน
ปี 2004 เรน มีผลงานละครเรื่องใหม่ Full House ร่วมกับ ซองเฮเคียว ออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ KBS ละครเรื่องนี้นำเอาการ์ตูนยอดฮิตของเกาหลีมาขึ้นบนจอแก้วเป็นครั้งแรก และ เรน ก็ได้รับบทที่ใกล้เคียงกับตัวเองในบทของ ยองแจ นักร้องหนุ่มซูเปอร์สตาร์ขวัญใจสาวๆ ปลายปี ผลงานเพลงอัลบั้มที่ 3 Its Raining ออกวางจำหน่ายในวันที่ 12 ตุลาคม โดยส่ง 2 เพลงฮิต Its Raining และ I Do ฮิตติดชาร์ตไปทั่วเอเชีย
ปี 2005 เรน มีผลงานละครเรื่องใหม่คู่กับ ชินมินอา ในละครเรื่อง THIS DAMNED LOVE ออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ MBC
Update ผลงาน Rain ได้ที่
http://www.jeongjihun.com
website Rain
http://rain.jype.com
http://jungjihun.com
http://www.kbs.co.kr/drama/sangdoo |
| |
| |
ประวัติ ชิน มินอา |
| |
|
| |
Shin Min-Ah เกิดเมื่อวันที่ 5 เมษายน ปี ค.ศ. 1984 เธอมีนิสัยที่ติดตัวอยู่อย่างหนึ่งคือเธอเป็นคนขี้อายมาก เวลาที่อยู่ต่อหน้าคนเยอะๆเธอมักจะประหม่าอยู่เสมอ แต่เมื่อถึงเวลาทำงานเธอก็มักจะทำให้ทุกคนในกองถ่ายประหลาดใจ เพราะเมื่อถึงตอนที่เธอต้องสวมบทบาทเป็นตัวละครตัวนั้นๆ เธอก็จะแสดงเป็นตัวละครตัวนั้นออกมาได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว จนทำให้ใครหลายคนแทบจะลืมแม่หนูขี้อายที่ชื่อ Shin Min-Ah ไปซะเสียสนิทใจ
ปี 2001 Shin Min-Ah ประเดิมงานแสดงด้วยผลงานในละครเรื่อง Beautiful Days โดยเธอรับบทเป็น Min Ji น้องสาวของ Min Chul (รับบทโดย Lee Byung-Heon) ในละครเรื่องนี้ถือว่าเป็นแค่การเปิดตัวให้คนทั่วไปได้รู้จักกับนักแสดงหน้าใหม่ที่ชื่อ Shin Min-Ah เพียงเท่านั้น เพราะความน่าสนใจของเนื้อหาส่วนใหญ่จะไปตกอยู่ที่นักแสดงนำทั้งสาม Lee Byung-Heon, Choi Ji-Woo และ Ryu Shi-Won ซะมากกว่า แต่ผลงานที่ทำให้เธอเป็นขวัญใจของใครหลายคนเห็นจะอยู่ในช่วงปลายปีนี้ กับผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตการแสดงของเธอเรื่อง Volcano High ด้วยทุนสร้างที่มหาศาลประกอบกับเนื้อหาที่น่าสนใจ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นที่กล่าวขวัญถึงเมื่อเข้าฉายที่เกาหลีมากพอดูเลยทีเดียว Shin Min-Ah รับบทเป็น Yoo Chae-Yi หัวหน้าทีมเคนโด้ที่พยายามทำให้โรงเรียนมัธยมแห่งนี้กลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่มือหนึ่งของโรงเรียนถูกล่าวหาเป็นเป็นคนวางยาพิษอาจารย์ใหญ่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เธอจึงต้องขอความช่วยเหลือจาก Kim Kyung-Soo (Jang Hyuk) เด็กใหม่ของ Volcano High ที่มีพลังมากมายมหาศาล มาช่วยในการกอบกู้สถานการณ์เลวร้ายในครั้งนี้เพื่อกู้ศักดิ์ศรีของโรงเรียนกลับคืนมา
ปี 2002 ถึงแม้ Shin Min-Ah จะไม่มีผลงานทั้งทางด้านละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ออกมา แต่เธอก็ยังมีผลงานเด่นๆจากทั้งงานด้านโฆษณาและงานถ่ายแบบ ที่พอจะทำให้แฟนๆของเธอหายคิดถึงในช่วงที่เธอยังไม่มีผลงานแสดงออกมาได้บ้าง ต้นปี 2003 ผลงานภาพยนตร์เรื่องที่สองของเธอ Madeleine ก็ลงโรงฉายที่เกาหลี โดย Shin Min-Ah รับบทเป็น Hee-Jin สาวน้อยช่างฝันที่มุ่งมั่นจะเป็นช่างทำผมตั้งแต่เด็กและเธอก็ได้เป็นอย่างที่ตั้งใจ วันหนึ่งเธอบังเอิญได้พบกับเพื่อนเก่าคนหนึ่งเขาชื่อว่า Ji-Suk (Jo In-Sung) Ji-Suk เป็นนักเรียนดีเด่นที่รักการอ่านหนังสือและใฝ่ฝันที่จะเป็นนักเขียน ด้วยความนึกสนุกทำให้ทั้งคู่ตกลงที่จะใช้เวลา 1 เดือนเพื่อที่จะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ถ้าถึงเวลานั้นทั้งคู่ยังไม่รักกันจริงพวกเขาก็จะแยกจากกันและไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก ปลายปี Shin Min-Ah มีงานละครเรื่องใหม่ Punch ซึ่งเธอได้รับบทนำในละครเป็นครั้งแรก โดย Ddae Ruh! เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ พี่ชาย Jang Yoo Chul (รับบทโดย Kim Kwang Il) และน้องสาว Jang Yoo Bin (รับบทโดย Shin Min-Ah) สองพี่น้องที่อาศัยอยู่ด้วยกันตามลำพังหลังจากที่พ่อแม่ของพวกเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้งแต่พวกเขายังเด็กๆ Jang Yoo Chul ทำงานเป็นนักมวยอาชีพและเป็นคนเดียวที่คอยส่งเสียน้องสาวของเขาให้ได้เรียนในชั้นมัธยมปลาย วันหนึ่ง Jang Yoo Chul ได้ขึ้นชกนัดสำคัญในมวยรอบชิงชนะเลิศ Jang Yoo Bin น้องสาวของเขาพยายามที่จะไปดูการแข่งขันในครั้งนี้ให้ทันเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา แต่ดันเกิดปัญหาว่าเธอต้องปกป้องเพื่อนสนิทของเธอที่กำลังโดนแกล้งจากพวกแก๊งค์เด็กแสบในโรงเรียนเดียวกันกับเธอ และเมื่อ Jang Yoo Bin ไปถึงสนามมวยก็พบว่า พี่ชายของเธอ Jang Yoo Chul ไม่ชนะในนัดนี้ และดูเหมือนว่าจะไม่มีเรื่องเลวร้ายใดๆเกิดขึ้น จนกระทั่ง 1 วันต่อมา Jang Yoo Chul เกิดอาการเลือดคลั่งในสมอง จากการชกในนัดชิงชนะเลิศนั้น ผลปรากฎว่าเขาเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลายปีผ่านไป Jang Yoo Bin ทำงานเป็นพนักงานส่งดอกไม้ เป็นมอเตอร์ไซต์รับจ้าง และเปิดร้านอาหารข้างทางเดินในตอนดึก เพื่อเลี้ยงชีพตัวเองตอนที่เธอต้องอยู่ตามลำพัง แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เธอได้มีโอกาสเข้าไปเป็นนักมวยในสังกัดเดียวกันกับพี่ชายของเธอ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าผู้ชายที่ชื่อ Lee Han Sae (รับบทโดย Joo Jin Mo) ซึ่งเป็นผู้ที่สอนวิธีการชกมวยให้เธอในตอนนี้นั้น เป็นคนเดียวกันกับคนที่ทำให้พี่ชายของเธอเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อน |
| |
| |
ประวัติ ลีกีวู |
| |
|
| |
ยังจำหนุ่มน้อยรูปร่างสูงๆ หัวเกรียน ในภาพยนตร์รักสุดซาบซึ้ง The Classic กันได้หรือเปล่า มาวันนี้เขากลายเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว พร้อมกับความหล่อใสที่เพิ่มขึ้นทุกวัน เขาชื่อว่า ลีกีวู ( Lee Ki-Woo ) เขาเกิดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ.1981 ( ปัจจุบันอายุ 25 ปี ) เขามีส่วนสูงถึง 190 เซนติเมตร และหนัก 78 กิโลกรัม ลีกีวู เป็นนักแสดงอีกหนึ่งคนที่พาตัวเองข้ามจากเส้นทางความฝันในวัยเยาว์ ซึ่ง ณ วันนี้เส้นทางสายที่เขาเลือกเดินนั้น ชีวิตของเขาเริ่มฉายแววดังขึ้นเรื่อยๆ ถือว่าเขาตัดสินใจถูกที่มุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของการเป็นนักแสดงที่ดี
ลีกีวู มีความเชื่ออยู่สิ่งหนึ่งว่า หากเขารู้จักอ่อนน้อม สุภาพ และเต็มไปด้วยความอดทน ความพยายามที่ไม่มีสิ้นสุดของเขานั้น จะสร้างความประทับใจให้กับบรรดาแฟนคลับของเขาอย่างแน่นอน ลีกีวู ฉายแววครั้งแรกเมื่อปี 2003 ในบทบาทของ ยุนเทโซ จากภาพยนตร์เรื่อง The Classic ในเรื่องนี้เองทำให้เขาได้เรียนรู้ถึงเทคนิคต่างๆ ในการแสดง หลังจากนั้นเขาก็มีโอกาสได้ร่วมเล่นมิวสิควิดีโอของวง Noel แถมยังได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับโทรศัพท์มือถืออีกด้วย เพราะภาพยนตร์เรื่อง The Classic บวกกับความพยายามความตั้งใจของ ลีกีวู ทำให้เขาสามารถแจ้งเกิดในเส้นทางสายมายาได้อย่างสมบูรณ์
ในปี 2004 เขามีงานแสดงออกมาถึง 3 เรื่องซ้อน ถึงแม้เขาจะเล่นเป็นนักแสดงรับเชิญในเรื่อง Windstruck ผู้กำกับคู่บุญที่ทำให้เขาแจ้งเกิดในภาพยนตร์เรื่อง The Classic ส่วนเรื่องที่ 2 Spin Kick เป็นภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับนักเทควันโด ในเรื่องนี้เขารับบทเป็นหนุ่มน้อยที่สงบเสงี่ยมและมองโลกในแง่ดี ส่วนเรื่องที่ 3 He Was Cool ภาพยนตร์เรื่องนี้เขารับบทเป็นเด็กหนุ่มที่มีอิทธิพลในโรงเรียน แถมเขายังหันมาเอาดีทางด้านการแสดงละครโทรทัศน์อีกด้วยในเรื่อง Not Alone ออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ SBS
และล่าสุดในปี 2005 ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขาที่ออกฉายในประเทศเกาหลีชื่อเรื่อง A Tale Of The Cinema ซึ่งในเรื่องนี้เขาได้ร่วมงานกับ คิมแซงคุน, อุมจีวอน แถมตอนนี้เขายังมีละครโทรทัศน์ที่เล่นคู่กับนักร้องนักแสดงชื่อดัง เรน-ชองจีฮุน และนางเอกสาวหน้าหวาน ชินมินอา ในเรื่อง A Love To Kill โดยในเรื่อง ลีกีวู รับบทเป็น จุนซอง พระรองของเรื่อง งานนี้ดูเหมือนว่าเรทติ้งของละครโทรทัศน์เรื่องดังกล่าวนี้จะมาแรงเกินคาด เพราะจากในตอนแรกที่มีการถ่ายทำมีเพียงแค่ 16 ตอนเท่านั้น |
| |
| |