+Home
  +ADThai
  +ADInter
  +ADMovie
  +Scoop Intrend
  +Top 10
  +ADSociety
  +ADBoard
  +Contact us
นามแฝง
 
รหัสผ่าน
 
     
  Login อัตโนมัติ
     
 
 
 
 
 
      
 
Email
Password
 
  จดจำข้อมูลเข้าสู่ระบบ
 
 
 +Home
 
  +ADThai
 
 +ADInter
 
 +ADMovie
 
 +Scoop Intrend
 
 +Top 10
 
 +ADSociety
 
 +ADBoard
 
 +Contact Us
 
 
 +ดูทีวีออนไลน์ ดูทีวีย้อนหลัง    
 
 
 
   
     
 
 

Shadowless Sword

 
สองดาบ สองโชคชะตา หนึ่งจิตวิญญาณ
มหากาพย์ภาพยนตร์ทุนสร้าง 6400 ล้านวอน
ในภาพยนตร์ที่พลิกตำนานประเทศเกาหลี
สู่การต่อสู้เพื่อปลดปล่อยอิสรภาพ
25 กุมภาพันธ์นี้ ทุกโรงภาพยนตร์
ในภาพยนตร์เกาหลีเรื่องล่าสุดที่ถูกจัดจำหน่ายโดยบริษัท
NEWLINE CINEMA
 
 
  ประเภท แอ๊คชั่น – แฟนตาซี
  กำกับการแสดง คิมยองจุน (Bichunmoo)
  นำแสดง ยุนโซยี (Arahan, The Twins),
ลีเซียวจิน (Phoenix, I Love You),
ชินฮยอนจุน (Bichunmoo, Marrying the Mafia II), ชอยจีวู (The Romantic President)
คิมซูโร (Wind Struck, Taegukgi, Shiri)
  กำหนดฉาย 22 กุมภาพันธ์ 2007
  จัดจำหน่าย มงคลภาพยนตร์
 
 
   เรื่องราวแห่งโชคชะตาของเจ้าชาย 2 องค์ ผู้ครอบครองดาบแห่งราชบัลลังค์ ดาบ 2 เล่มนี้ถูกพระราชทานโดยกษัตริย์แห่งบัลเฮพระองค์ก่อน ว่ากันว่าด้วยอำนาจของดาบ 1 ใน 2 ของเจ้าชายจะเป็นผู้กอบกู้บัลลังค์บัลเฮ หนึ่งในผู้ครอบครองดาบคือ เจ้าชายจองฮุน (ลีเซียวจิน) ผู้เป็นทายาทองค์สุดท้ายของราชวงศ์ได้หายสาบสูญไป โดยทิ้งดาบไว้กับ โซฮา (ยุนโซยี) องค์รักษ์สาวที่เขาเคยช่วยชีวิตเธอไว้จากการฆ่าล้างครอบครัวของพวกกบฏ โซฮาอาสาจะเดินทางนำเขากลับมากอบกู้บัลลังค์ แต่อุปสรรคกลับอยู่ที่ จองฮุน จำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ ว่าเขาคือเจ้าชายผู้กล้าหาญ ออกสู่ทัพหน้าทุกครั้งที่มีสงคราม เพราะตอนนี้เขากลายเป็นพ่อค้าของเถื่อนที่ไม่ต้องการเข้าไปยุ่งกับเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น โซฮาพาจองซุนเดินทางกลับบัลเฮ แต่การเดินทางครั้งนี้คือการเผชิญหน้ากับความตายและความกล้าหาญเมื่อพวกเขาต้องต่อสู้กับ คุน (ชินฮยอนจุน) หัวหน้านักฆ่าแห่ง กองทัพคีตาน และนักสู้สาว เม (ลีกียอง) การต่อสู้ที่ทำให้ จองฮุน จดจำอดีตของเขาได้และพบว่าแท้จริงผู้ครอบครองดาบอีกเล่มหนึ่งก็คือ คุน นั้นเอง
 
 
   2 ดาบ เพียง 1 โชคชะตา
   คุน คือเจ้าชายที่ถูกหาว่าเป็นกบฏ เขาเห็นครอบครัวถูกฆ่าต่อหน้า และสัญญากับตัวเองว่าต้องล้มล้างราชวงศ์บัลเฮ และตั้งตัวขึ้นเป็นกษัตริย์ให้ได้ เขาใช้ดาบเพื่อ ฆ่า ฆ่า และ ฆ่า
   ใน Shadowless Sword ฉากหลังคือเกาหลีสมัยศตวรรษที่ 10 ในปี 986 ราชวงศ์บัลเฮซึ่งปกครองประเทศอยู่ในขณะนั้นถูกกลุ่มกบฎคีตานบุกรุก ซึ่งเป็นตอนหนึ่งที่ตรงกับประวัติศาสตร์จริง ๆ ของชาติเกาหลี
 
 
   หน้าที่ของดาบ คือการปกป้องมิใช่ การฆ่า
Shadowless Sword พูดถึง อำนาจและการครอบครอง ว่าผู้ที่มีอำนาจใช้อำนาจนั้นในทางที่ถูกต้องมากแค่ไหน เพราะที่สุดแล้วคุณค่าของการมีอำนาจ อยู่ที่การได้ปกป้องสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าชีวิตตนนั้นเอง
 
 
   อลังการทุนสร้าง 6400 ล้านวอน
ทุ่มทุนสร้างกว่า 6400 ล้านวอน เพื่อเนรมิตฉากเมืองบัลเฮ และออกแบบเสื้อผ้าในรูปแบบของ modern – Fatasy เพื่อดึงบุคลิกของตัวละครให้โดดเด่นออกมามากที่สุด โดยใช้สีดำแดง เป็นสีหลักในชุดเครื่องแต่งกายของฝ่ายกบฏ และ สีขาว เป็นสีหลักในกลุ่มของนักรบผู้ปกป้องแผ่นดิน
 
 
    ภาพยนตร์เรื่อง Shadowless Sword คือผลงานการกำกับของ คิม ยัง จุน ซึ่งเมื่อ 5 ปีที่แล้วเขาได้สร้างชื่อจนเป็นที่รู้จักจากการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก Bichunmoo หรือในชื่อไทยว่า เดชคัมภีร์บีชุนมู
 
 
    “ ผมมีแผนที่จะสร้าง Shadowless Sword มานานมากแล้วตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยังสร้าง เดชคัมภีร์บีชุนมู ไม่เสร็จด้วยซ้ำ ผมประทับใจแก่นเรื่องของเรื่องที่พูดถึง การเสียสละและต่อสู้เพื่อคงไว้ในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในความเป็นชาติ " ผู้กำกับ คิม ยัง จุน กล่าว โดยเขาใช้เวลาเตรียมงานสร้างภาพยนตร์ Shadowless Sword นานถึง 2 ปี และใช้เวลาในการถ่ายทำอีก 1 ปี “ พวกเรายกกองไปถ่ายทำที่จีน ที่นั่นเราถ่ายทำนานกว่า 6 เดือน ถ่ายทำฉากการต่อสู้ต่าง ๆ โดยได้ทีมผู้กำกับคิวบู๊จาก Crouching Tiger , Hidden Dragon มาออกแบบฉากบู๊ให้ เพื่อให้ภาพยนตร์เรื่องนี้แตกต่างจากภาพยนตร์เกาหลีแนว action – Fantacy ที่ผ่านมา
 
 
    “ ฉากที่ถ่ายทำยากที่สุดในเรื่องก็คือฉากการต่อสู้ในน้ำ ที่นักแสดงทั้งหมด 12 คน จะต้องแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำขนาด 10 x 15 เมตร ในอุณภูมิ 7-8 องศา ซึ่งถือเป็นอุณหภูมิที่ต่ำมาก ๆ จนนักแสดงทั้ง 12 คนเกือบจะแข็งทีเดียว และนอกจากฉากแอคชั่นที่ดุเดือดแล้ว ฉากในอ่างน้ำนี้ยังถือเป็นฉากโรแมนติก ฉากหนึ่งระหว่าง
 
 

ใครเป็นใครใน Shadowless Sword

 
 
    ยุนโซยี รับบท องครักษ์สาวโซฮา นางเอกจากหนังดัง Arahan และซีรีย์สุดฮอท Say 'I Love You' To Me (2004) เธอโด่งดังจากการถ่ายโฆษณา ลอตเต้ ร่วมกับ จวนจีฮุน
 
 
 
    ลีเซียวจิน รับบท องค์ชายจองฮุน พระเอกที่ได้ชื่อว่ารูปร่างดีที่สุดในเกาหลีในปี2004 หลังจากที่แบยองจุนครองสถิตินี้มาหลายปี ลีเซียวจิน โด่งดังจากภาพยนตร์ซีรีย์เรื่อง ฟินิกซ์ลิขิตรัก ... ดาโมมือปราบสาวหัวใจเหล็ก ที่ตามกระแสความดังของ แดจังกึมในบ้านเรา และ ลีเซียวจินได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดนิยมในปี 2001
 
 
 
    ชินฮยอนจุน รับบท นักฆ่า คุน ผลงาน Bichunmoo , Marrying the Mafia II และ ซีรีย์ Stairway to Heaven
 
 
 
    ลีกียอง รับบท นักสู้สาวเม ภาพยนตร์เรื่อง Shadowless Sword เป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ
 
 

ประวัตินักแสดง

 
 
วันเกิด : 30 มกราคม 1973
สถานภาพ : โสด
กรุ๊ปเลือด : A
ส่วนสูง/น้ำหนัก: 178 cm./ 68 kg.Sie
ครอบครัว : พ่อ , แม่ , พี่สาว 2 คน
สิ่งที่สนใจ : ดูภาพยนตร์ , เล่นคอมพิวเตอร์, ปีนเขา
นักแสดงที่ชื่นชอบ : Jo Jae-Hyun
เพื่อนสนิท : Yoon Tae-Young
นักแสดงรุ่นพี่ที่ให้ความนับถือ : Cha In-Pyo
รางวัลที่ได้รับ : 2001 MBC New Face Actor
 
    ลีเซียวจิน เกิดเมื่อวันที่ 30 มกราคม ปี ค.ศ.1973 เขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย New York ประเทศสหรัฐอเมริกา ในสาขาบริหารธุรกิจ ลีเซียวจิน เติบโตมาจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย ด้วยความที่เขาเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว เขาจึงรู้สึกกดดันเมื่อต้องมารับหน้าที่ดำเนินธุรกิจส่วนตัวของครอบครัวต่อจากพ่อแม่ของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ดี ลีเซียวจิน ก็รู้ตัวมาตลอดเวลาว่าเขารักการแสดงมากแค่ไหน… จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเลือกที่จะหันหลังให้กับธุรกิจของครอบครัว และเลือกสิ่งที่เขาใฝ่ฝันมาตลอดนั่นก็คือการได้เป็นนักแสดง ลีเซียวจิน มีนักแสดงที่เป็นต้นแบบให้กับเขาเหมือนกัน นักแสดงต้นแบบของเขาก็คือ Jo Jae-Hyun เขาอยากที่จะแสดงให้ได้ดีอย่างที่ Jo Jae-Hyun ได้แสดงออกมา ลีเซียวจิน เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ที่รอยยิ้ม เวลาที่เขายิ้มคุณจะเห็นลักยิ้มขึ้นที่บริเวณแก้มทั้งสองข้างของเขา และรอยยิ้มแบบนี้แหละที่ทำให้สาวๆเกาหลีใจละลายกันมาแล้วทั่วประเทศ
 
    ลีเซียวจิน เริ่มต้นผลงานด้านการแสดงในปี 1999 จากละครเรื่อง House Above The Waves และ Wang Cho ในบทของนักแสดงสมทบ ก่อนที่ปีต่อมาเขาจะกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากการเป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่อง Ghost Taxi ปี 2001 ลีเซียวจิน มีผลงานเด่นๆทั้งภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ ในส่วนของภาพยนตร์เขาก็มีผลงานภาพยนตร์แนวโรแมนติกเรื่อง I love You ร่วมแสดงร่วมกับ Kim Nam-Ju และ Oh Ji-Ho ในส่วนของผลงานละคร ลีเซียวจิน ก็มีละครออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ MBC ในปีนี้ถึงสองเรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคือเรื่อง Her House เขาได้รับบทเป็น Joon Hee และเรื่องที่สอง Since I Met You เขาได้รับบทเป็น Min Suk จากฝีมือการแสดงที่ยอดเยี่ยมของ ลีเซียวจิน ในปีนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงชายหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำปีนี้ไปครองได้อย่างสบายๆ หลังจากนั้นในปี 2002 เขาก็มีงานละครสุดฮิตเรื่อง To Shoot A Star ออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ SBS โดยได้รับบทเป็น Do Hun ปี 2003 เป็นปีที่ทำให้ ลีเซียวจิน กลายเป็นพระเอกแนวหน้าของเกาหลีไปในทันทีเมื่อละครย้อนยุคเรื่อง Damo ที่ออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ MBC และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเกาหลี จนส่งผลให้ 3 นักแสดงนำในเรื่อง Lee Seo-Jin , Ha Ji-Won และ Kim Min-Joon ได้แจ้งเกิดไปตามๆกัน ในละครเรื่องนี้ Lee Seo-Jin รับบทเป็น Hwang Bo ตำรวจหนุ่มนักสู้ผู้มีอดีตซึ่งเขาไม่อยากที่จะจดจำ ปี 2004 Lee Seo-Jin ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในนักแสดงชายที่ได้รับความนิยมที่สุดแห่งปีใน Sympathy 3 ร่วมกับ Kim Min-Joon , Sol Kyung-Gu , Kim Rae-Won และ Yang Dong-Gun หลังจากนั้น Lee Seo-Jin ก็มีงานละครสุดฮิตเรื่อง Fire Bird ออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ MBC โดยเขาได้รับบทเป็น Sae Hoon
 
 
 
    ยุนโซยี เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม ปี ค.ศ.1985 ที่กรุงโซล ยุนโซยี เข้าวงการบันเทิงเมื่อปี 2003 จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา โดยเธอผ่านงานโฆษณามาแล้วหลายชิ้นด้วยกันอาทิ Samsung Etcetc (2003) , SK Telecom JUNE (2003) และ Nano Therapy (2003) นอกจากนั้นในปีเดียวกัน ยุนโซยี ก็ยังมีงานถ่ายแบบแฟชั่นเสื้อผ้าร่วมกับนักแสดงดังๆของเกาหลีหลายต่อหลายคน อย่างเช่น Bi และ Jung Woo-Sung ปี 2004 ยุนโซยี ก้าวขึ้นมารับงานแสดงอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรกในละครเรื่อง Say 'I Love You' To Me ทางสถานีโทรทัศน์ MBC โดย ยุนโซยี ได้รับบทเป็น Suh Young-Chae เด็กสาวที่เติบโตมาพร้อมกับ Kim Byung-Soo (รับบทโดย Kim Rae-Won) เพื่อนสนิทของเธอที่ครอบครัวของเธอรับเลี้ยงเอาไว้ เนื่องจากพ่อแม่ของ Byung-Soo ตายตั้งแต่เขายังเด็ก Byung-Soo ตกหลุมรัก Young-Chae ตั้งแต่เขาพบเธอเป็นครั้งแรก เมื่ออายุครบ 20 ปี ทั้งคู่ก็ต้องแยกย้ายออกจากครอบครัวเข้ามาเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยที่กรุงโซล เมื่อทั้งคู่เรียนจบพวกเขาได้เข้าไปสมัครงานในบริษัทภาพยนตร์แห่งหนึ่ง ที่ซึ่งทำให้ความรักของคนทั้งคู่ต้องแปรเปลี่ยนไป นอกจากผลงานละครแล้วนั้น ยุนโซยี ก็กำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ Arahan ร่วมกับ Ryu Seung-Beom และ Ahn Sung-Gi ในผลงานการกำกับของ Ryu Seung-Wan ผู้กำกับจากภาพยนตร์เรื่อง Die Bad และ No Blood No Tears โดยภาพยนตร์เรื่อง Arahan เป็นเรื่องราวของ 2 หนุ่มสาวที่กลายมาเป็นซูเปอร์ฮีโร่ คอยปกป้องผู้คนจากเหล่าอันธพาลกวนเมือง ล่าสุด ยุนโซยี กำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง The Twins ร่วมกับ Jung Joon-Ho ในผลงานการกำกับของ Park Heung-Shik ภาพยนตร์เรื่องนี้มีกำหนดเข้าฉายที่เกาหลีมีนาคมปี 2005 นี้
 
 

Poster Caractor

 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
   
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
   
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
   
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น