Email
Password
 
  จดจำข้อมูลเข้าสู่ระบบ
 
 
 +Home
 
  +ADThai
 
 +ADInter
 
 +ADMovie
 
 +Scoop Intrend
 
 +Top 10
 
 +ADBoard
 
 +Contact Us
 
 
 ดูทีวีออนไลน์  ฟังวิทยุออนไลน์
 
 
 
 
   
 
 

โคตรสู้ โคตรโส Bangkok Knockout (BKO) ทางเลือกเดียว นั่นคือการ “สู้แค่ตาย”

 
 

 

ตัวอย่างหนัง โคตรสู้ โคตรโส Bangkok Knockout (BKO)

 

สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ นาฟิล์ม

พร้อมท้าทุกสายตาพิสูจน์ความมันส์ระห่ำครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

ของปรมาจารย์คิวบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทย “พันนา ฤทธิไกร”

กับดีกรีการต่อสู้ทะลุปรอทจากการเพาะบ่มกว่า 2 ทษวรรษ

ในเส้นทางสายแอ๊คชั่นที่ทั้งโลกต้องตื่นตะลึง

และการกำเนิดของ 9 แอ๊คชั่นฮีโร่สายพันธุ์ใหม่ที่ผ่านงานแอ๊คชั่นระดับอินเตอร์มาอย่างโชกโชน

“FIGHTING CLUB”

กับศิลปะการต่อสู้ทุกกระบวนท่าทุกศาสตร์ที่ขนกันมาระห่ำกว่าครั้งไหนไหน

พร้อมการผนึกกำลังของกองทัพนักแสดงแถวหน้าของเมืองไทย

“กระแต-ศุภักษร ไชยมงคล” กับลีลาแอ๊คชั่นที่เข้มข้นที่สุดในชีวิต

“คาซู แพทริค แทงค์” กับฝีมือการต่อสู้สุดท้าทายห้ามกระพริบตา

“สรพงษ์ ชาตรี” มาพร้อมกับลูกบู๊ระดับตำนาน

“ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก” สลัดลุกส์ใสขอแอ๊คชั่นให้แหลกลาญ

“เสนาหอย” กับลูกฮาเต็มพิกัดกับหนังบู๊ครั้งแรกในชีวิต

ในภาพยนตร์แอ๊คชั่นเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายทุกเสี้ยววินาที

          

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

 

กำหนดฉาย  :  16 ธันวาคม พ.ศ.2553

แนวภาพยนตร์ :  แอ๊คชั่น

บริษัทผู้อำนวยการสร้าง  :  สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ นาฟิล์ม

บริษัทดำเนินงานสร้าง  :  บริษัท นาฟิล์ม จำกัด

อำนวยการสร้าง  :  สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสิรฐ

ควบคุมงานสร้าง/ดำเนินงานสร้าง  :  

พันนา ฤทธิไกร, อัครพล เตชะรัตนประเสิรฐ, ปรัชญา ปิ่นแก้ว

 

กำกับภาพยนตร์  :  พันนา ฤทธิไกร, มรกต แก้วธานี

เรื่อง/บทภาพยนตร์  :  พันนา ฤทธิไกร/ ดูจิต หงษ์ทอง, Jonathon Siminoe

กำกับภาพ  :  พิพัฒน์  พยัคฆะ

กำกับศิลป์  :  พงศ์นรินทร์   จงห่อกลาง

ลำดับภาพ  :  ศราวุธ นะคะจัด , นนทกร ทวีสุข

ออกแบบเสื้อผ้า  :  จารุวรรณ  พงศ์พิพัฒนาการ

ฟิล์มแล็บ  :  บริษัท สยามพัฒนาฟิล์ม จำกัด

บันทึกเสียง  ห้องบันทึกเสียงรามอินทรา

ดนตรีประกอบ  :  เทิดศักดิ์ จันตาล

 

นำแสดงโดย                                

กระแต-ศุภักษร ไชยมงคล, สรพงษ์ ชาตรี, เสนา  หอย-เกียรติศักดิ์ อุดมนาค,

ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, แพทริค คาซู แทงค์

และกลุ่มนักบู๊พันธุ์ใหม่ในนาม “Fighting club”

 

 

 

เรื่องย่อ

 

“โส”....คือภาษาอีสานแปลว่า... “สู้แค่ตาย”

เมื่อการรวมตัวของเหล่าสุดยอดนักสู้สายพันธุ์ระห่ำ กำลังผันเปลี่ยนงานเลี้ยงให้กลายเป็นสุสานในชั่วข้ามคืน

ดีกรีความแค้นพุ่งทะลุปรอท ความตายเข้าใกล้ประชิด

เขาและเธอจึงขอแท๊คทีม “โคตร...โส” กันแบบไม่มียั้ง

การต่อสู้เต็มรูปแบบฉีกทุกท่วงท่ากับความมันส์ระดับ “สู้ยิบตา” จึงเริ่มต้นขึ้น........

 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

 

            FIGHTING CLUB คือการวมตัวของกลุ่มนักศึกษาผู้หลงใหลในศิลปะการต่อสู้ หลังจากเรียนจบสมาชิกในคลับต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของชีวิต ก่อนที่ทุกคนจะได้รับการเชิญชวนให้มางานเลี้ยงเพื่อที่จะฉลองการได้ไปเป็นนักแสดงแอ๊คชั่นของฮอลลีวู้ด จึงเป็นโอกาสได้มารวมตัวกันอีกครั้ง จนทำให้ปาร์ตี้ของชาว FIGHTING CLUB สนุกสนานและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ จนกระทั่งเสียงระเบิดได้เกิดขึ้น.....   

             เมื่อพวกเขาตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง  งานปาร์ตี้กลับกลายเป็น งานร้าง เพื่อนของพวกเขาถูกจับตัวไปและสัมผัสได้ถึงความตายที่กำลังขยับเข้าใกล้มาทุกขณะ เมื่อพวกเขาต้องเจอกับเหล่าเพชรฆาตลึกลับที่จ้องทำร้ายพวกเขา เมื่อชีวิตถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย  ความตายเข้าประชั้นชิด  พร้อมกับเกิดคำถามขึ้นในใจของทุกคนว่า ใครเป็นคนทำ และทำไมต้องทำกับพวกเขาถึงขนาดนี้ ที่สำคัญพวกมันทำเพื่ออะไร   แต่พวกเขามีทางเลือกเดียว !! นั่นคือการ “สู้แค่ตาย”

 

 

 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

9 แอ๊คชั่นฮีโร่สายพันธุ์ใหม่ในนาม “FIGHTING CLUB”

ครั้งหนึ่ง....เราเคยรู้จักนักแสดงแอ๊คชั่นกับความสามารถที่ทั้งโลกต้องคาระวะที่ชื่อ จา พนม ยีรัมย์ และศิษย์ผู้น้องที่ฝีมือกินกันไม่ลงอย่าง “เดี่ยว ชูพงษ์ ช่างปรุง” หรือจะเป็นสาวน้อยที่กลายมาเป็นราชินีนักบู๊คนปัจจุบันอย่าง “จีจ้า ญาณิน วิสมิตะนันทน์” เช่นเดียวกัน...ไม่ว่าจะเป็นผลงานเรื่องไหนๆ ก็ตามของสามคนนี้ไล่มาตั้งแต่ องค์บาก 1-2-3 , คนไฟบิน , ช็อคโกแลต , จีจ้าดื้อสวยดุ หรือหนังแอ๊คชั่นเรื่องอื่นๆ ภายใต้การดูแลของ “พันนา ฤทธิไกร” เราก็จะได้เห็นกลุ่มทีมสตั้นท์กลุ่มหนึ่ง ที่อยู่ในหลายฉากที่ต้องโดนเตะจริง เจ็บจริง เสี่ยงจริง ไม่แพ้ตัวนำแสดงแต่อย่างใด และใน “โคตรสู้ โคตรโส” 9 สตั้นท์เหล่านั้นที่ถือเป็นสุดยอดลูกศิษย์ของพันนาได้มารวมตัวกันในนาม “FIGHTING CLUB” เพื่อให้ทุกคนได้ประจักษ์และฝีมือการต่อสู้อันเอกอุจากการบ่มเพาะของพันนาปรมาจารย์ของพวกเขา และถือเป็นการหลุดพ้นคำว่า “พ่ายแพ้” แปรเปลี่ยนเป็นคำว่า “ชนะ” เป็นครั้งแรกในชีวิตการเป็นสตั้นท์ของพวกเขา ซึ่ง พันนา ฤทธิไกร พูดถึงที่มาของกลุ่มแอ๊คชั่นฮีโร่พันธุ์ใหม่ทีมนี้ว่า

“คือเราคัดมาจากหลายสิบทีมเลยนะ กว่าที่จะมาลงตัวที่ทีมนี้ คือทั้ง 9 คนเนี่ย แบ่งเป็นตัวร้าย 2 คือผมจะดูจากความตั้งใจ แล้วก็เบสิคบ้างนิดหน่อย ก็คัดออกมาจนเหลือ 9 คน ซึ่ง 9 คนนี้เคยผ่านงานหนังแอ๊คชั่นมาแล้วหลายเรื่อง เราอาจจะเคยเห็นกันมาบ้าง ซึ่งคราวนี้เราจะได้เห็นฝีมือของพวกเขาแบบเต็มๆ ตอนที่บอกเขาไปว่ากำลังจะมีหนังที่จะให้พวกเขาเป็นนักแสดงเต็มตัว เขาก็ดีใจกันยกใหญ่ คือทีมนี้ผมก็ซุ่มดูแววของแต่ละคนมานาน คือเขามีความสามารถแต่ยังไม่เคยมีโอกาสเหมือนที่จาหรือเดี่ยวมี คราวนี้จะเป็นโอกาสของพวกเขา”  

ซึ่งงานนี้  “FIGHTING CLUB” ทั้ง 9 คนก็ต้องมีการทำการบ้านและเตรียมตัวกันอย่างหนัก เพื่อหนังเรื่องแรกที่เหมือนเป็นจุดเส้นชัยของพวกเขาทุกคน ในฐานะนักแสดงแอ๊คชั่นเต็มตัวครั้งแรกในชีวิต ซึ่ง 2 ผู้กำกับ พูดถึงการเตรียมตัวของทั้ง 9 คนว่า

 

 มรกต : “พี่พันนาเขาก็จะให้โจทย์ทั้ง 9 คนไปว่าให้คิดการต่อสู้ที่ถนัดและนำเสนอออกมา เขาก็ไปค้นหาและประยุกต์ศาสตร์การต่อสู้ให้ฉีกจากรูปแบบที่เคยเล่นมา ซึ่งแต่ละคนก็ตั้งใจและทุ่มเทที่จะดีไซน์แอ๊คชั่นของตัวเองออกมาชนิดไม่มีใครยอมใคร อย่างบางคนเป็นคาโปเอลา ก็ต้องฉีกจากคาโปเอลาในรูปแบบเดิม คือแต่ละคนก็ไปศึกษาข้อมูลในศาสตร์การต่อสู้ของตัวเอง”

พันนา :  “ก็ถือเป็นนักแสดงหน้าใหม่กันทั้งนั้นก็เลยต้องจับไปเรียนแอ๊คติ้งกัน เพราะเรื่องนี้มันไม่ใช่แค่แสดงแอ๊คชั่นอย่างเดียว เขาต้องมีไดอะล็อค ต้องมีแสดงอารมณ์ ก็ต้องส่งไปเรียนแอ๊คติ้งกันพอสมควร ก็ถือว่าใหม่สำหรับพวกนี้ แล้วอย่างเรื่องศาสตร์การต่อสู้เขาก็ไปศึกษาทั้งจากอินเตอร์เน็ตและจากหนังแอ๊คชั่นหลายๆ เรื่อง  คือเขาค่อนข้างที่จะทำการบ้านหนักกันมาก แล้วผมก็เชื่อมั่นว่าเขาทำได้ และทำได้ดี จากการที่ได้เห็นหัวจิตหัวใจของพวกเขาจากที่ร่วมงานกันมา”

 

 

ป๊อช-ชัชพล อภิชาติ : ศิลปะต่อสู้เทควันโด                 

“ป๊อช เขาจะมีจุดเด่นตรงการใช้เท้า เขาใช้เท้าได้เร็วมาก ต้องยอมรับว่าเร็วจริงๆ เขามีพื้นของเทควันโดมา เราก็ดีไซน์ให้เขามาทางของบรู๊ซ ลี ทั้งจังหวะฟุตเวิร์ค ทั้งการเตะ เขาเร็วมากจริงๆ และเขาก็ควงตัวได้หลายรอบมากกว่าจะเตะ และเขาคือสายเลือดของนักบู๊ รักษ์ อภิชาติ”

 

 

กิต-กิติศักดิ์ อุ่นจิตต์ : ศิลปะต่อสู้ยิมนาสติก                

“กิต ก็จะใช้ศาสตร์ของยิมนาสติก ใช้ความคล่องตัว การหลบหลีก คือเป็นการต่อสู้ที่ใช้ความรวดเร็วในการเคลื่อนที่ แล้วสวนกลับ เสน่ห์ของวิธีการเล่นแอ๊คชั่นแบบนี้คือจะดัดแปลงไปตามฉากการต่อสู้ในโลเคชั่นต่างๆ อย่างในเรื่องก็มีที่ต้องกระโดดข้ามรถที่ไหม้ทั้งคัน หรือจะเป็นการสู้กับมนุษย์ขวาน”

 

 

โอ๋-สำเร็จ เมืองพุทธ  : ศิลปะการต่อสู้คอมมาโด          

            “โอ๋ เคยออกแบบกำกับคิวบู๊ทั้งในองค์บากหรือหนังของจีจ้ามาแล้ว การต่อสู้ของโอ๋จะเป็นคอมมอนโด เป็นมวยอเมริกันแซมโบ้ เป็นการต่อสู้แบบทหาร เป็นการใช้มือเปล่าเป็นอาวุธ หักกระดูกคู่ต่อสู้”

 

 

 

ปอม-ธนวิช วงศ์สุวรรณ :  ศิลปะการต่อสู้กังฟู                    

         “ปอม จะเป็นศาสตร์ของกังฟู หรือถ้าเรียกศัพท์เฉพาะคือมวยอ่อน การออกอาวุธจะคล้ายๆ กับไทเก็กของเหลิม แต่ลักษณะการออกอาวุธจะเน้นโจมตีมากกว่า จุดเด่นของปอมอยู่ที่จังหวะการต่อสู้ที่สวยงาม”

 

 

เอ็ดโด้-ภุชงค์ ศาสตร์นอก “เดอะคิลเลอร์ จัมเปอร์”  :  ศิลปะการต่อสู้ฟรีรันนิ่ง     

         “เอ็ดก็จะเป็นฟรีรันนิ่ง ใช้ความคล่องตัว และออกอาวุธเวลาทีเผลอ คนนี้อาจจะจำกันได้ ที่ตกลงมาจากตึกในตัวอย่างช็อคโกแลต เอ็ดโด้ถือเป็นรุ่นพี่ที่สุดในไฟท์ติ้งคลับ เขามีความคล่องตัวและความบ้าบิ่นในตัวที่สูงมาก”

 

 

จ้าว-วิรัช เข็มกลัด “มฤตยูแห่งป่า” : ศิลปะต่อสู้คาโปเฮลา                

         “จ้าวเป็นคนที่ทุ่มให้หมดตัวหมดใจในการเล่นคิวบู๊ อย่างในเรื่องนี้เขาต้องเป็นตัวร้ายในเรื่อง และต้องใช้ศาสตร์การต่อสู้ของคาโปเอลา ผสมผสานเข้ากับการโจมตีแบบสัตว์ป่า ซึ่งมันก็ออกมาลงตัวและเป็นสีสันในการต่อสู้”

 

 

 

ยูโก้-ศราวุธ คำสอน “กำปั้นสะท้านภูผา” : ศิลปะการต่อสู้มวยไทย       

         “โก้จะเป็นอาวุธมวยไทย คือเวลาออกอาวุธเขาจะดูหนักหน่วง คนนี้เคยไปเทรน แองเจลีน่า โจลี่ ในหนังเรื่อง ซอลท์ มาแล้ว ยูโก้เป็นมวยไทยในสายเลือด ต่อยจริงเตะจริงจนคนมาเข้าฉากด้วยกันสลบไปเลย”

 

 

เหลิม-ปุญญพัทร บุญคุณชนก “ฝ่ามือเทพสายฟ้า” : ศิลปะต่อสู้ไทเก๊ก

          “เหลิมก็จะเป็นไทเก๊ก ไม่ใช่ไทเก๊กธรรมดา เราก็จะปรับให้ใช้ในการต่อสู้ได้จริง แล้วเขาซึมซับศาสตร์ไทเก๊กมาจากคุณพ่อของเขา เพราะฉะนั้นการตั้งท่า การออกอาวุธจะดูสวยงามมาก”

 

 

นัท-วินัย เวียงย่างกุ้ง “คมดาบในเงามืด” :  ศิลปะการต่อสู้ซามูไร 

        “นัทจะเป็นซามูไรเลย เป็นนินจา แล้วเขาก็จะออกอาวุธดาบได้ไวมาก มีฉากที่เขาสู้กับป๊อช เป็นฉากที่ต้องดวลกันระหว่างอาวุธเท้ากับดาบ คือฉากนี้มันส์มาก แล้วนัทกับป๊อชก็สู้กันแบบสมจริงเลย”   

 

 

 

เหล่านักแสดงคุณภาพร่วมแท็คทีม “โคตรโส” แบบไม่มียั้ง

 

นอกจากในหนังเรื่องนี้เราจะได้เห็นลีลาบู๊ระห่ำจาก 9 แอ๊คชั่นฮีโร่สายพันธุ์ใหม่ “FIGHTING CLUB” แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นไฮไลท์สำคัญคือการรวมตัวกันของนักแสดงชื่อดังที่ขอโดดมาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในหนังเรื่องนี้ด้วย นำทีม โดย กระแต-ศุภักษร ไชยมงคล, สรพงษ์ ชาตรี, ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, เกียรติศักดิ์ อุดมนาค, แพทริค แทงค์ คาซู ซึ่งเราจะได้เห็นแต่ละคนแอ๊คชั่นกันแบบเต็มสูบชนิดที่ว่าไม่เคยเห็นจากหนังเรื่องไหนมาก่อน เริ่มต้นจากสาวสุดเซ็กซี่ “กระแต-ศุภักษร ไชยมงคล” ที่หลังจากเคยผ่านการแสดงหนังแอ๊คชั่นคอนเซปต์วาบหวิว “ไฉไล” มาแล้วคราวนี้เธอก็ต้องเจอกับ “ของจริง” ที่เธอทุ่มสุดตัวจน พันนา ฤทธิไกร ยังต้องยกนิ้วให้

 

 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

 

ศุภักษร ไชยมงคล รับบทเป็น จอย

          จอยเป็นสาวมากเสน่ห์ ชอบศิลปะการต่อสู้  จิตใจเด็ดเดี่ยว  พูดจริงทำจริง   เป็นลูกสาวคนเดียวของเสธ.คงเดช นายทหารคนดัง  ปมอดีตเธอตัดสินใจปฏิเสธความรัก เพื่อที่จะรักษามิตรภาพของไฟท์ติ้งคลับไว้

 

สาวกระแต-ศุภักษร ก็ได้พูดถึงการเตรียมตัวกับผลงานแอ๊คชั่นเต็มรูปแบบเรื่องแรกในชีวิตว่า

“กระแตว่าเรื่องนี้ถือเป็นแอ๊คชั่นที่หนักและเสี่ยงมาก ก็ต้องมีการเวิร์กช็อบและซ้อมค่อนข้างเยอะ เพราะกระแตไม่เคยเจอกับแอ๊คชั่นเต็มๆ แบบนี้มาก่อน  คือเรื่องไฉไลอาจจะแอ๊คชั่นสวยงาม แต่เรื่องนี้จะเป็นแอ๊คชั่นที่เข้มข้นครั้งแรกของกระแตเลยค่ะต้องมีการเตรียมพร้อมทางด้านร่างกาย เพราะตอนเวิร์กช็อบมันก็ต้องมีทุกอย่างทั้งเตะทั้งต่อยทั้งทุ่ม ของกระแตก็จะเน้นทุ่มเลย แล้วก็เรื่องของท่าทางในการจับทุ่มด้วย แล้วเราเป็นคนตัวสูง แล้วก็เก้งก้างด้วย บางทีเราเล่าคิดว่าหนักแล้ว พอได้ดูภาพจากตอนที่ซ้อนก็ทำให้เรารู้ว่าเราต้องปรับอะไรบ้าง”

 

ผลงานที่ผ่านมา

พ.ศ.2545 ขุนแผน / พ.ศ.2547 ขุนแผน / พ.ศ.2548 จี้ / พ.ศ.2549 ไฉไล, น้ำพริกลงเรือ / พ.ศ.2550 คนหิ้วหัว, Brave กล้า หยุด โลก / พ.ศ.2551 กอด, 5 แถว / พ.ศ.2552 ปายอินเลิฟ / พ.ศ.2553 ตายโหง

 

 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

 

สรพงษ์ ชาตรี  รับบทเป็น จ่าแร่ม

          จ่าแร่มเป็นคนกล้าหาญเด็ดเดี่ยว  คุยเก่ง จริงใจ ดูธรรมะธรรมโม ชอบพระเครื่องและเครื่องราง     ของขลังเป็นชีวิตจิตใจ  รักจอยเหมือนลูกในไส้ตัวเองเพราะเลี้ยงจอยมาตั้งแต่เล็ก ปมอดีตเคยเป็นตำรวจตระเวนชายแดนมือดีแห่งลุ่มน้ำสาละวิน  แต่พลาดเหยียบกับระเบิดข้าศึกจนเสียขาข้างซ้ายไป   จึงถูกปลดออกจากราชการ

 

ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมา

ผลงานภาพยนตร์ (บางส่วน) : พ.ศ. 2514 มันมากับความมืด / พ.ศ.2516 เขาชื่อกานต์ / พ.ศ. 2517 เทพธิดาโรงแรม / พ.ศ.2518 ความรักครั้งสุดท้าย, ชีวิตบัดซบ / พ.ศ. 2519 สัตว์มนุษย์ / พ.ศ. 2520 แผลเก่า / พ.ศ. 2521 รักแล้วรอหน่อย / พ.ศ. 2524 ถ้าเธอยังมีรัก / พ.ศ. 2525 ไอ้ผาง ร.ฟ.ท. / พ.ศ.2526 มือปืน / พ.ศ.2527 คาดเชือก, อิสรภาพของทองพูน โคกโพ / พ.ศ.2528 จับตาย / พ.ศ.2534 คนเลี้ยงช้าง / พ.ศ.2536 มือปืน 2 สาละวิน / พ.ศ. 2537เสียดาย / พ.ศ.2539 คู่กรรม 2 เสียดาย 2, พ.ศ.2543 สตางค์ / พ.ศ. 2545 พรางชมพู กะเทยประจัญบาน / พ.ศ.2546 บิวตี้ฟูล บ๊อกเซอร์ / พ.ศ.2547 ชู้ / พ.ศ.2550 ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1-2 / พ.ศ.2552 ปืนใหญ่จอมสลัด, องค์บาก 2 / พ.ศ.2553 องค์บาก 3

 

 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

 

พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ รับบทเป็น ใบเฟิร์น

        ใบเฟิร์นเป็นน้องสาวของป๊อด นิสัยน่ารักน่าเอ็นดู  ชอบศิลปะการต่อสู้โดยเฉพาะเทควันโด้  ใจกล้าแต่ขี้อ้อนตามประสาเด็ก จึงเป็นที่รักของพี่ๆ ในไฟท์ติ้งคลับ

 

ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมา

พ.ศ. 2552 ห้าหัวใจฮีโร่ / อนึ่งคิดถึงเป็นอย่างยิ่ง / เชือดก่อนชิม

พ.ศ. 2553 สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก

 

 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

 

เกียรติศักดิ์ อุดมนาค(เสนาหอย) รับบทเป็น วันชัย

        วันชัยรับเล่นไวโอลินตามงานแต่งงานทั่วไป แต่วันที่ซวยที่สุดในชีวิตของเขาก็มาถึงเมื่อดันมางานเลี้ยงผิดงาน เลยต้องมาเผชิญชะตากรรมเอาชีวิตรอดในชั่วข้ามคืน

 

ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมา

พ.ศ.2535 ลูกบ้าเที่ยวล่าสุด / พ.ศ.2537 นายระบือ หวานมันฉันคือควาย / พ.ศ.2550 โกยเถอะเกย์ / พ.ศ. 2551 Super แหบแสบสะบัด / พ.ศ.2552 สาระแนห้าวเป้ง

 

 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

 

แพทริค คาซู แทงค์ รับบทเป็น ดร.ดัชนนท์

         ดอกเตอร์สมองเฉียบแหลม แต่จิตใจโหดเหี้ยมไร้ความรู้สึกผิดมนุษย์ทั่วไป เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายทั้งหมด ของกลุ่มไฟท์ติ้งคลับ โดยการวางแผนส่งเหล่าเพชรฆาตออกไล่ฆ่า โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาทำเพื่ออะไร  

 

ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมา

พ.ศ. 2552 อะดรีนาลีน คนเดือดสาด / จีจ้าดื้อสวยดุ

 

 

 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

 

ประเด็นที่น่าสนใจในโคตรโส

 

- ภาพยนตร์แอ๊คชั่นเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายทุกฉากทุกเฟรมจนคุณต้องหยุดหายใจ จากการกำกับของปรมาจารย์คิวบู๊อันดับหนึ่งของเมืองไทย “พันนา ฤทธิไกร” ที่ขอใช้เลือดบู๊ที่ข้นคักกว่า 20 ปีในวงการแอ๊คชั่น กลั่นออกมาเป็นหนังแอ๊คชั่นที่ระห่ำที่สุดในชีวิตของพันนา ฤทธิไกร กับการดีไซน์ฉากแอ๊คชั่นเสี่ยงตายที่ฉีกทุกกรอบที่ใครกล้าแม้แต่จะคิดทำออกมา

- การกำเนิด 9 แอ๊คชั่นฮีโร่พันธุ์ใหม่ในนาม “Fighting Club” ซึ่งเป็นนักแสดงสตั้นท์แนวบู๊ระห่ำระดับพระกาฬ ที่เกิดจากการปลุกปั้นและเลือกเฟ้นสุดยอดลูกศิษย์ของ “พันนา” มารวมอยู่ในทีมนี้ ซึ่งทั้งหมดเคยผลงานแอ๊คชั่นระดับอินเตอร์มาแล้วนับไม่ถ้วน (อาทิ องค์บาก, ต้มยำกุ้ง, ช็อคโกแลค, จีจ้า ดื้อสวยดุ) โดยทั้งหมดจะมาโชว์ลีลาศิลปะการต่อสู้ของแต่ละคน ทั้ง มาร์เชียลอาท, คาโปเอล่า , ฟรีรันนิ่ง, มวยไทเก็ก, เทควันโด, มวยกังฟู, มวยไทย ให้ทุกคนได้ประจักษ์ความมันส์แบบทะลุปรอท ชนิดที่ไม่แพ้ศิษย์ผู้พี่อย่าง “จา พนม” หรือ “เดี่ยว ชูพงษ์” แต่อย่างใด

- หลายคนๆ ใน “Fighting Club” มีโปรไฟล์และที่มาที่ไปที่ไม่ธรรมดา อย่างเช่น ยูโก้-ศราวุธ คำสอน เคยถูกเรียกตัวจากทีมงานหนังแอ๊คชั่นระดับโลก “SALT” เพื่อไปสอนมวยไทยให้กับ “แองเจลีน่า โจลี่” เอาไปใช้ในหนัง หรือจะเป็น “ป๊อช-ชัชพล อภิชาติ” ซึ่งเป็นทายาทของนักบู๊ระดับตำนานเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว “ลักษณ์ อภิชาติ” หรือจะเป็น เอ็ดโด้- ภุชงค์ ศาสตร์นอก ที่เคยเป็นร่างแน่นิ่งหลังจากผิดคิวตกตึกในตัวอย่างหนังช๊อกโกแลต และยังมี “จ้าว-วิรัช เข็มกลัด” ที่ได้มาเป็นสตั้นท์ตามความฝันจากการไปออกรายการ “กบนอกกะลา”

- หนังเรื่องนี้ถือเป็นการรวมเอาทุกศาสตร์ทุกแขนงของการต่อสู้แอ๊คชั่น มารวบรวมไว้เยอะที่สุดของประวัติการณ์หนังแอ๊คชั่นของเมืองไทย ทั้ง มาร์เชียลอาท, คาโปเอล่า, ฟรีรันนิ่ง, มวยไทเก็ก, เทควันโด, มวยกังฟู, มวยไทย กับการดีไซน์ทุกท่วงท่ากว่าหนึ่งปีเต็ม กับนิยามสั้นๆ ของพันนาที่ว่า “อันไหนทำแล้ว เราไม่ทำ”  

- กับชื่อหนัง “โคตรสู้ โคตรโส” ที่แปลความหมายถึง “โคตรเสี่ยง” หรือ “โคตรสู้” จึงทำให้หลายต่อหลายฉากในหนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยความเสี่ยงตายและหวาดเสียวจนคุณต้องหยุดหายใจ กับการดีไซน์ที่พันนาและทีมงานทำการบ้านมาอย่างหนัก เพื่อให้ได้ความระห่ำที่ไม่เคยมีหนังแอ๊คชั่นเรื่องไหนกล้าทำออกมา ทั้งฉากแอ๊คชั่นมอเตอร์ไซค์ ทั้งฉากการต่อสู้บนรถคอนเทนเนอร์ หรือจะเป็นการต่อสู้กลางอากาศกับระดับความสูงเทียบเท่าตึก 4 ชั้น รวมไปถึงการดีไซน์ความบู๊ระห่ำให้คนดูต้องตื่นตะลึงกับการต่อสู้ในหนังเรื่องนี้ 

- ร่วมด้วยนักแสดงแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “กระแต-ศุภักษร ไชยมงคล” นักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ที่ในเรื่องนี้ต้องได้โชว์ลีลาแอ๊คชั่นแบบเข้มข้นที่สุดในชีวิตรวมไปถึงการแสดงฉากเสี่ยงตายถูกแขวนบนสลิงตึก 4 ชั้น และยังมีสาวน้อย “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” ที่ขอสลัดลุกส์สาวเนิร์สใน “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก” มาเป็นสาวน้อยนักบู๊ที่หนุ่มๆ ต้องตะลึงอย่างแน่นอน หรือจะเป็นนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง “สรพงษ์ ชาตรี” ขอโชว์ลีลานักบู๊ระดับตำนาน และ“เสนาหอย-เกียรติศักดิ์ อุดมนาค” กับบทบาทสุดฮาในหนังแอ๊คชั่นครั้งแรกในชีวิต รวมไปถึงนักแสดงชาวฝรั่งเศส “แพทริค คาซู แทงค์”

 

 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

 

รายละเอียดงานสร้าง

 

หากเอ่ยชื่อ “พันนา ฤทธิไกร” ชื่อนี้ต้องมาพร้อมกับคำว่า “แอ๊คชั่น” อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะนับตั้งแต่เขาปรากฏตัวขึ้นในหนังแอ๊คชั่นพันธุ์ไทยเรื่อง “เกิดมาลุย” เมื่อปีพ.ศ.2529 นับแต่นั้นเป็นต้นมา ชื่อของพันนาก็ต้องมีส่วนอยู่ในหนังแอ๊คชั่นพันธุ์ไทยมาโดยตลอด กับจำนวนภาพยนตร์ที่เขาทั้งแสดงหรือผลงานกำกับซึ่งทะลุหลักครึ่งร้อยไปหลายหลักกิโลเมตร และกับช่วงเวลาตลอดกว่าสองศตวรรษบนถนนสายแอ๊คชั่นของเขา คงไม่ต้องอธิบายถึงเลือดเนื้อที่เต็มไปด้วยดีกรีแอ๊คชั่นที่ข้นคักในตัวแต่อย่างใด ซึ่งในผลงานแอ๊คชั่นล่าสุดที่มีชื่อว่า “โคตรสู้ โคตรโส” ถือเป็นก้าวครั้งสำคัญของพันนาที่วงการแอ๊คชั่นต้องจับตา ซึ่ง พันนา ฤทธิไกร พูดถึงจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้ว่า

“มันมาจากการที่ผมอยากเห็นสิ่งใหม่ๆ เหมือนสมัยก่อนที่ผมเคยทำหนังเล็กๆ แล้วเวลาที่เจอหรือมีคนนำความคิดอะไรใหม่ๆ ผมก็จะสนใจ อย่างทีม FIGHTING CLUB โคตรโสเนี่ยผมก็คอยดูคอยสังเกตพัฒนาการของพวกเขามาตลอด 4- 5 ปี ก็จะเห็นความแตกต่างของแต่ละคน หรือความถนัดของแต่ละคน เราก็คิดว่า ผู้ชายคนเดียวอย่างจา หรือผู้หญิงคนเดียวอย่างจีจ้า เราก็ปั้นมาแล้ว แล้วถ้าเราเอาเด็กกลุ่มนี้มารวมกัน แล้วเอาศาสตร์การต่อสู้อันหลากหลายมาอยู่ในหนังแอ๊คชั่น ซึ่งเป็นแนวถนัดของผม ก็เลยเริ่มต้นคิดคอนเซปต์และเรื่องราวเพื่อซัพพอร์ททั้ง 9 คนนี้” พันนาพูดถึงจุดเริ่มต้น

และใน “โคตรสู้ โคตรโส” พันนาก็ได้ดึงเอามือขวาที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กันบนถนนสายแอ๊คชั่นมาอย่างยาวนานนั่นก็คือ “มรกต แก้วธานี” ผู้ที่เป็นทั้งลูกศิษย์ และเป็นคู่คิด ในการดีไซน์การต่อสู้หรือฉากแอ๊คชั่นต่างๆ มาเป็นผู้กำกับร่วมในหนังเรื่องนี้ ซึ่ง พันนา พูดถึงผู้กำกับร่วมในหนังเรื่องนี้ของเขาว่า  

                “คือผมทำงานกับเปี๊ยกมาตั้งแต่สมัยเรื่องเกิดมาลุย ก็ผ่านอะไรหลายอย่างมาด้วยกัน พอมีโปรเจกต์นี้ก็เลยวางตัวเขา เพื่อช่วยดูในมุมที่ผมมองไม่เห็น คือหนังเรื่องนี้มันไม่ได้มีแค่บู๊อย่างเดียว มันยังอีกหลายอารมณ์รวมอยู่ด้วย ทั้งโรแมนติก มิตรภาพ คือเปี๊ยกจะคอยคุมในส่วนของจังหวะ อารมณ์ ทำให้เรื่องราวและการแสดงมันแน่นขึ้น”

            แน่นอนว่าการที่จะทำหนังแอ๊คชั่นสักเรื่องไม่ใช่แค่หมัด เท้า เข่า ศอก ระเบิดภูเขาเผากระท่อมแล้วเป็นอันจบไป เพราะนับตั้งแต่ “องค์บาก” และ “ต้มยำกุ้ง” ได้สร้างปรากฏการณ์ฉีกทุกบรรทัดฐานหนังแอ๊คชั่นของเมืองไทย ไม่ว่าจะมีหนังแอ๊คชั่นออกมาสู่สายตาอีกกี่เรื่องก็ตาม ถ้าเกิดทำออกมาแล้วรระดับความระห่ำ “ไม่ถึง” และ “ไม่โดน” ก็เป็นอันจบข่าว ซึ่งสองผู้กำกับ พันนา-มรกต ได้ทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อความมันส์ระห่ำในหนังเรื่องนี้

 

พันนา : “คือถ้ามองสเกลที่ยาก และเสี่ยงแบบหนังฝรั่งที่เขาทำกัน ทุนเราคงสู้เค้าไม่ได้ ทีนี้ก็เลยมองในเรื่องที่เราเก่งและเราถนัด ซึ่งฝรั่งไม่กล้าทำแบบเรา เราพยายามเล่นกับโลเคชั่น และสถานการณ์ที่เราต้องเจอ และที่สำคัญเราพยายามจะไม่ใช้ซีจีหรือตัวช่วยต่างๆ เพื่อความสมจริง เราพยายามคิดให้มันยากขึ้น เสี่ยงขึ้น กล้าบ้าบิ่นขึ้น คือเราพยายามผสมผสานการต่อสู้ของหลายๆ ศาสตร์บวกเข้ากับฉากเสี่ยงตาย ที่ต้องใช้ความกล้าบ้าบิ่นสูงมาก”

มรกต :  “เราคิดไว้ว่าเราอยากทำหนังที่รวมการต่อสู้ หรือฉากเสี่ยงตายไว้เยอะ คือเราจะดูว่าอันไหนที่เราทำมาแล้วต้องบิดอย่าให้ซ้ำ ทั้งศาสตร์การต่อสู้ต่างๆ เราก็ต้องมาประยุกต์ใหม่ รวมไปถึงความสมจริง และการดีไซน์ฉากเสี่ยงตายให้มีความใหม่และกล้าบ้าบิ่นมากยิ่งขึ้น”

หลายคนคงสงสัยกับคำว่า “โส” ในชื่อหนัง พันนา ก็ได้เผยที่มาว่าคือภาษาอีสานที่หมายถึงคำว่า “เสี่ยง” หรือ “สู้” นั่นเอง ซึ่งเป็นคอนเซปต์ของการต่อสู้และฉากแอ๊คชั่นที่มีระดับความมันส์ระห่ำเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกว่าหนังเรื่องไหนๆ ที่ผ่านมา ซึ่ง พันนา พูดถึงความหมายของหนังเรื่องนี้ว่า

“โสภาษาอีสานมันหมายถึง สู้ หรือแปลว่า เสี่ยง แล้วโสในเรื่องนี้มันมีทั้งสู้เพื่อเพื่อน เพื่อความรัก สถานการณ์บีบให้พวกนี้ต้องสู้เพื่อให้เอาชีวิตให้รอด โดยการต้องสู้แบบเสี่ยงตาย สู้แค่ตาย หรือจะบอกว่าสู้แบบยิบตาก็ได้ มันโยงเข้ากับคอนเซปต์ของหนังเรื่องนี้”

ซึ่งด้วยการที่คิดพล็อตเรื่องจากการเห็นแววของลูกศิษย์ทั้ง 9 คน รวมไปถึงการผูกเรื่องราวให้ตัวละครทั้งหมดในเรื่องต้องโสตายกันไม่คิดชีวิตตามชื่อเรื่อง จนเป็นที่มาของเรื่องราวในหนังเรื่องนี้ ซึ่งอีกหนึ่งผู้กำกับ มรกต แก้วธานี พูดถึงเรื่องราวในหนังว่า

“เป็นเรื่องราวของกลุ่มแอ๊คชั่นไฟท์ติ้งคลับที่กลับมารวมตัวอีกครั้ง แต่แล้วงานปาร์ตี้กลับกลายเป็น งานร้าง เมื่อพวกเขาต้องเจอกับเหล่าเพชรฆาตลึกลับที่จ้องทำร้ายพวกเขา ชีวิตของเขาเหมือนถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย พร้อมกับเกิดคำถามขึ้นในใจของทุกคนว่า ใครเป็นคนทำ และทำไมต้องทำกับพวกเขาถึงขนาดนี้ ที่สำคัญพวกมันทำเพื่ออะไร   แต่พวกเขามีทางเลือกเดียว นั่นคือการ สู้แค่ตาย คือเนื้อเรื่องจะค่อยๆ เข้มข้นด้วยสถานการณ์ที่ตัวละครทุกตัวต้องเอาชีวิตตัวเองให้รอด มันก็เลยเต็มไปด้วยรูปแบบของการต่อสู้และฉากที่คนดูคาดไม่ถึงตลอดเวลา”

เมื่อโจทย์ที่ถูกปูมาว่า “โคตรสู้ โคตรโส” ต้องมาพร้อมกับความมันส์ และความระห่ำในแบบที่คอหนังต้องไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างที่ตัวพันนาให้นิยามในการดีไซน์ฉากแอ๊คชั่นในหนังเรื่องนี้ว่า “อันไหนทำแล้ว...เราไม่ทำ”

พันนา : “ผมว่าเป็นเรื่องของการรวมศาสตร์การต่อสู้ ของเด็กกลุ่มนี้ที่มีความสามารถสูง และกล้าทำในสิ่งที่บ้าบิ่น คือเขาอยู่ในช่วงวัยที่พีคมากของการเป็นสตั้นท์ แล้วยิ่งบวกความตั้งใจ และมุ่งมั่นของเขา ทุกฉากการต่อสู้หรือทุกฉากที่ต้องเสี่ยงเจ็บตัว พวกเขาเต็มที่อยู่แล้ว มันก็ทำให้ความสมจริงของความเป็นแอ๊คชั่นในหนังเรื่องนี้สมบูรณ์ขึ้นไปด้วย” 

มรกต : “ส่วนเรื่องของแอ๊คชั่นมันจะมีความแตกต่างจากเรื่องที่คุณเคยเห็นกันมา เพราะโจทย์ส่วนตัวของผมเองคือถ้าอันไหนเคยทำแล้วเราไม่ทำ ทุกดีไซน์ฉากต่างๆ เราต้องใช้ความกล้าและความสามารถของนักแสดงที่สูงมาก คือผมว่าเต็มอิ่มครับทั้งการต่อสู้กับฉากแอ๊คชั่นเสี่ยงตายที่เราตั้งใจทำออกมา”

 

 

ประวัติผู้กำกับ

 

พันนา ฤทธิไกร หรือ กฤติยา ลาดพันนา เกิดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2504 เป็นคนขอนแก่นโดยกำเนิด เริ่มต้นด้วยการเป็นเด็กเสิร์ฟน้ำในกองถ่าย แต่ด้วยวิญญาณกับและความรัก ความหลงใหลในภาพยนตร์แอ็คชั่น และความฝันที่จะทำภาพยนตร์แอ็คชั่นในแบบฉบับของตัวเอง โดยเรียนรู้ ฝึกฝน ทดลองผิดถูกด้วยตัวของตัวเอง ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ชื่อของ “พันนา ฤทธิไกร” โดดเด่นขึ้นมาในฐานะผู้กำกับ นักแสดง สตันท์แมนในภาพยนตร์แอ็คชั่นมานับไม่ถ้วน ด้วยตัวเลขกว่าร้อยสำหรับภาพยนตร์ที่มีชื่อของตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วม ผ่านทั้งยุคมืดและยุคทองของวงการหนังแอ๊คชั่นมาอย่างโชกโชน และเขาก็เป็นผู้ค้นพบแอ๊คชั่นฮีโร่ที่ทั้งโลกต้องคาระวะอย่าง “จาพนม” ที่เป็นผู้ปลุกกระแสหนังแอ๊คชั่นให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง รวมไปถึง “เดี่ยว-ชูพงศ์ ช่างปรุง” และสาวน้อย “จีจ้า-ญาณิน” และล่าสุดเขาก็ภูมิใจเสนอ 9 แอ๊คชั่นฮีโร่ในนาม “FIGHTING CLUB” ซึ่งมีดีกรีความสามารถไม่เป็นรองสิยษ์รุ่นพี่ที่ผ่านมาอย่างแน่นอนกับหนังแอ๊คชั่นเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายทุกเสี้ยววินาทีเรื่องนี้

 

ผลงานการกำกับที่ผ่านมา

 

พ.ศ. 2527 เกิดมาลุย (เวอร์ชั่นเดิม)

พ.ศ. 2537 ปลุกมันขึ้นมาฆ่า

พ.ศ. 2539 ปืนโหด

พ.ศ. 2544 นักเลงกลองยาว

พ.ศ. 2544 คนดิบเหล็กน้ำพี้

พ.ศ. 2547 เกิดมาลุย (เวอร์ชั่นใหม่)

พ.ศ. 2551 องค์บาก 2

พ.ศ. 2553 องค์บาก 3

 

 

                มรกต แก้วธานี หรือที่ใครๆ รู้จักในนาม “พี่เปี๊ยก” เกิดเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ.2508 เขาได้รู้จักกับพันนา ฤทธิไกรครั้งแรกเมื่อตอนที่เตรียมงานในหนัง “เกิดมาลุย” เวอร์ชั่นดั้งเดิมเมื่อปีพ.ศ.2527 โดยตัวมรกตเองก็เป็นสตั้นท์แมนเช่นเดียวกันกับพันนาและเริ่มต้นทำงานร่วมกันครั้งแรกในหนังเรื่องนั้นนั่นเอง และหลังจากนั้นมรกตก็กลายเป็นคู่คิดของพันนามาตลอด 2 ทศวรรษในถนนสายแอ๊คชั่น และผ่านอุปสรรคและปัญหามาด้วยกันนับไม่ถ้วน และใน “โคตรสู้โคตรโส” ก็ถือเป็นครั้งแรกที่มรกตได้ขึ้นแท่นเป็นผู้กำกับเต็มตัวร่วมกับพี่ชายที่เขาเคารพนับถือเป็นแรงบันดาลใจในถนนสายแอ๊คชั่นของเขาตามความฝันของเขาเสียที

 

ผลงานช่วยกำกับที่ผ่านมา

พ.ศ. 2527 เกิดมาลุย (เวอร์ชั่นเดิม)

พ.ศ. 2537 ปลุกมันขึ้นมาฆ่า

พ.ศ. 2539 ปืนโหด

พ.ศ. 2544 นักเลงกลองยาว

พ.ศ. 2544 คนดิบเหล็กน้ำพี้

 

 
 
 
 
 
 
ดัชมิลล์  อยากรู้จัก โยเกิร์ด นมเปรี้ยว โยเกิร์ตพร้อมดื่ม ยูเอชที dutchmill นัท AF4
 
ดัชมิลล์
View : 515,078
Vote : 8,992
Download : 7,585
 
 
     
 
 
 
©2010 ADintrend