Email
Password
 
  จดจำข้อมูลเข้าสู่ระบบ
 
 
 +Home
 
  +ADThai
 
 +ADInter
 
 +ADMovie
 
 +Scoop Intrend
 
 +Top 10
 
 +ADBoard
 
 +Contact Us
 
 
 ดูทีวีออนไลน์  ฟังวิทยุออนไลน์
 
 
 
 
   
 

ยักษ์ The Giant King

  View : 113,466 Download : 2,239    
    ส่งให้เพื่อน
ภาพประกอบ 1 : ยักษ์ The Giant King
ภาพประกอบ 2 : ยักษ์ The Giant King
   
ภาพประกอบ 3 : ยักษ์ The Giant King
ภาพประกอบ 4 : ยักษ์ The Giant King
 
Embed
 
 
เล่าเรื่องโกง2 Corruption Literacy2
 
 
เล่าเรื่องโกง2 Corruption Literacy2
View : 410
DownLoad : 11
 
 
อภิมหาศึกมาสค์ไรเดอร์ MASKED RIDER Movie
 
 
อภิมหาศึกมาสค์ไรเดอร์ MASKED RIDER Movie
View : 854
DownLoad : 11
 
 
The Prince คนอึดแค้นเกินพิกัด
 
 
The Prince คนอึดแค้นเกินพิกัด
View : 3157
DownLoad : 29
 
 
The Eyes Diary คนเห็นผี
 
 
The Eyes Diary คนเห็นผี
View : 3141
DownLoad : 51
 
 
The Homesman ศรัทธา ความหวัง แดนเกียรติยศ
 
 
The Homesman ศรัทธา ความหวัง แดนเกียรติยศ
View : 1796
DownLoad : 19
 
 
 
 

หนังเรื่อง ยักษ์ The Giant King

 
 
เข้าฉายวันที่ : 4 ตุลาคม 2555
ผู้สร้าง : สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, บ้านอิทธิฤทธิ์, ซูเปอร์จิ๋ว, เวิร์คพอยท์ พิคเจอร์ส
เขียนบท : ประภาส ชลศรานนท์,พัลลภ สินธุ์เจริญ,วิรัตน์ เฮงคงดี,ณัชพล เรืองรอง
กำกับแอนิเมชั่น : ชัยพร พานิชรุทติวงศ์
กำกับเสียงพากย์ : พัลลภ สินธุ์เจริญ
ผู้กำกับ : ประภาส ชลศรานนท์
ให้เสียงพากย์ : สันติสุข พรหมศิริ, เสนาหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค, ด.ญ.ชนินาภ ศิริสวัสดิ์, ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง, ปวันรัตน์ นาคสุริยะ, แจ๊ป เดอะริชแมนทอย, โน้ต อุดม แต้พานิช

เรื่องย่อหนัง ยักษ์ The Giant King
หลังสงครามอันยิ่งใหญ่ระหว่างหุ่นกระป๋องฝ่ายราม กับ หุ่นยักษ์ ฝ่ายทศกัณฐ์จบลงแบบล้างเผ่าพันธุ์ปล่อยทิ้งให้สนามรบกลายเป็นเพียงสุสานซากเศษโลหะและเป็นขุมทรัพย์ให้กับบรรดาหุ่นค้าของเก่า และแล้วเรื่องราวมิตรภาพและการเดินทางผจญภัยของเจ้าหุ่นยนต์ 2 ตัวที่ดูๆ ไปแล้วไม่มีสิ่งใดที่จะเหมือนกันสักนิดเดียวก็ได้เริ่มต้นขึ้นในอีกหลายล้านวันต่อมา

เจ้าหุ่นตัวหนึ่งใหญ่ยักษ์สมร่างชื่อ “น้าเขียว” บ่งบอกตามลักษณะสีอันเป็นเอกลักษณ์ ดูน่าเกรงขาม กับ “เจ้าเผือก” หุ่นกระป๋องมินิตัวเล็กประเมินจากสภาพจากพวกค้าหุ่นยนต์เก่าบอกได้คำเดียวว่าไร้ราคา แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าหุ่น2ตัวต่างตื่นขึ้นมาจากการถูกขุดขึ้นพร้อมกับสภาวะหน่วยความจำเสื่อม ไม่จำอดีตไม่รู้อนาคต แถมยังมีโซ่พิเศษที่ตัดเท่าไหร่ก็ตัดไม่ขาดผูกล่ามติดกัน

หนำซ้ำงานนี้พอทั้งคู่ตื่นขึ้นมาก็อาละวาดซะจนเมืองขายของเก่ากระเจิดกระเจิงราบเป็นหน้ากลอง ทำให้ทั้งคู่ต้องหนีและกลายเป็นร่วมผจญภัยไปด้วยกันอย่างไม่มีทางเลือก ทีแรกดูเผินๆต่างฝ่ายต่างเป็นส่วนเกินของกันและกัน แต่ตลอดการเดินทางกลับมีเรื่องราวหลากหลายเกิดขึ้นทำให้ทั้งคู่กลายเป็นฮีโร่โดยไม่รู้ตัว สร้างความผูกผันให้กับทั้งน้าเขียวและเจ้าเผือกก่อเกิดเป็นมิตรภาพที่ทำให้ส่วนเกินกลายแปรเปลี่ยนเป็นส่วนเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปของทั้งคู่ และจนวันหนึ่งที่พวกเขาพร้อมจะเป็นเพื่อนสนิทด้วยความเต็มใจ กลับเป็นวันที่ต้องรู้ว่า... แท้จริงแล้วตัวตนของพวกเขาคือใคร หน้าที่และภารกิจที่ได้รับมอบหมายจะต้องดำเนินต่อไป ทำให้ต้องเลือกระหว่าง มิตรภาพกับหน้าที่ สิ่งใดสำคัญกว่ากัน


 
     
 
   
 

 
 
โหลดหนัง ยักษ์ The Giant King
วิจารณ์หนังยักษ์ The Giant King
 
 AD Hunter   ©     4 ส.ค. 55 0:01
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

แสตมป์, Room 39 ร่วมแจม โปรเจ็คท์ “ยักษ์” ส่ง “เกิดมาเป็นเพื่อนเธอ” เพลงสนุกสนานน่ารักโดนใจคนทุกวัย

“ยักษ์” ภาพยนตร์อนิเมชั่นสายเลือดไทย โปรเจ็คท์ใหญ่บิ้กเบิ้มงานร่วมทุนสร้าง จาก สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, บ้านอิทธิฤทธิ์ และ ซุปเปอร์จิ๋ว ดำเนินงานสร้างโดย เวิร์คพอยท์ พิคเจอร์ส ผลงานการกำกับของ จิก-ประภาส ชลศรานนท์ ครีเอทีฟ นักคิด-นักเขียน ฝีมือฉกาจร่วมมือกับ เอ็กซ์- ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ อนิเมเตอร์ระดับแถวหน้าของประเทศไทย หลังจากปล่อยทีเซอร์ตัวอย่างให้เป็นที่ฮือฮา ในเรื่องของคอนเซ็ปท์ที่จับรามเกียรติ์มาเป็นหุ่นยนต์ เรียกกระแสความสนใจจากผู้ชมมาได้สักพัก ก็เริ่มปล่อยทีเด็ดพิเศษอีกระลอก ด้วยการปล่อยเพลง “เกิดมาเป็นเพื่อนเธอ” เพลงประกอบภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาซึ้งๆ แฝงไปด้วยความน่ารักของมิตรภาพ จากผลงานการผนึกกำลังของสุดยอดนักร้องไอดอลแห่งยุคนี้

ซึ่งงานนี้หัวเรือใหญ่ของงานอย่างพี่ จิก ประภาส เป็นผู้เลือกศิลปินมาร่วมทำงานด้วยตัวเอง โดยเลือก แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข มาแต่งเนื้อร้องและทำนองเพราะชอบภาษาการแต่งเพลงของแสตมป์ที่เรียบง่ายและนุ่มลึก มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเลือกวง Room39 ศิลปินรุ่นใหม่ขวัญใจชาวโซเชียลเน็ตเวิร์คมาเป็นผู้ร้องเพลง แบบไม่มีคู่แข่งอื่น เพราะนอกจากเป็นวงดนตรีรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ วงนี้ยังเป็นวงดนตรีแบบกลุ่มเพื่อน ตรงตามคอนเซ็ปท์ของเรื่องที่ว่าด้วยมิตรภาพ แถมเป็นแก๊งผู้ชายสองคนผู้หญิงหนึ่งตรงกับคาร์แร็คเตอร์หลักในเรื่องได้อย่างพอดี


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     4 ส.ค. 55 0:01
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

ส่วนทางด้านแสตมป์ ก็เผยถึงความรู้สึกที่มอบหมายให้ทำเพลงประกอบภาพยนตร์อนิเมชั่นครั้ง แรกในชีวิตว่า “งานของผมครั้งนี้ก็คือการแต่งเพลงธีม เพลงที่เป็นตัวสรุปเนื้อหาทั้งหมดของหนังครับ ตั้งแต่ทราบว่าพี่จิกจะทำหนังอนิเมชั่น ก็รู้สึกว่า เอาแล้วล่ะเมืองไทยคงจะมีภาพยนตร์อนิเมชั่นเจ๋งๆ จ๊าบๆ แล้ว ก็รู้สึกว่ามันเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มากเลย เพราะงานของพี่จิกนี่อย่างแรกเลยงานเป็นสากล คือทำแล้วไม่ได้ทำดูแค่เมืองไทย แต่จะต้องดูได้ระดับโลก ก่อนแต่งเพลงผมก็ได้เข้ามาดูหนังบางส่วนก่อนครับ พอดูปุ๊บก็ได้ไอเดียว่า ถ้าเราเอาเรื่องของภพชาติมาแต่งเป็นเพลงน่ารักๆ มันก็จะมีทั้งความเป็นไทย และมันก็ดูเท่ดีด้วยนะที่ได้พูดในหนังอนิเมชั่น เราก็เลยเอามาแต่ง จะมีท่อนหนึ่งร้องไว้ว่า ‘จะแสนนานแค่ไหน กี่ภพชาติหมื่นปี เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เกิดมาเพื่อเป็นเพื่อนเธอ' ผมว่าจ๊าบดีนะ (หัวเราะ)

ส่วนคนร้องผมดีใจมากครับที่ได้ Room 39 มาร้อง เพราะนอกจากเขาจะตรงกับคาร์แร็คเตอร์ในเรื่องแล้วเขายังถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ยอดเยี่ยม ตอนที่ผมร้องไกด์เอง ผมก็ว่าก็เป็นเพลงที่โอเคแล้ว แต่พอทอม, มน, พี่โอ ร้องผมก็รู้สึกว่าเพราะเลย เป็นเพลงที่เหมาะกับพวกเขา เสียงของ Room39 เวลามาอยู่กับดนตรีที่เป็นอะคูสติคหรือว่า น้อยๆ ชิ้นแบบนี้มันเกิดเลย ความหมายต่างๆ ของเพลงมันจะ โดดเด้งออกมาก็ต้องขอบคุณ Room 39 มากครับ ที่ตั้งใจร้องมากขนาดนี้”


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     4 ส.ค. 55 0:02
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

ฝ่ายวง Room39 ก็เผยถึงความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการทำงานครั้งนี้ว่า (มน) “พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากๆ นะคะที่พี่จิกเลือกพวกเรามาร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ พี่จิกบอกว่าพวกเราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้เลย (หัวเราะ) สมาชิกของวงเรามีสามคน เป็น ผู้หญิง ผู้ชายตัวโต กับ ผู้ชายตัวเล็กเหมือนในหนังพอดีเลยค่ะ”

(โอ) “การทำงานกับแสตมป์ก็เป็นไปอย่างสนุกสนานครับ เพราะเรารู้จักกันอยู่แล้ว ตอนทำงานเลยเป็นกันเองมากครับ”
(ทอม) “เพลงนี้เป็นเพลงที่น่ารักครับเป็นเพลงที่สื่อถึง มิตรภาพความรักระหว่างเพื่อนได้ดีจริงๆ ผมดีใจที่ได้ร้องเพลงนี้ พวกเรา Room 39 ก็ขอฝากภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องยักษ์ และเพลง “เกิดมาเป็นเพื่อนเธอ” ด้วยนะครับ เราก็มีโอกาสได้ดูอนิเมชั่นเรื่องนี้บางส่วนในขั้นตอนการทำเพลงก็รู้สึกทึ่งมาก อยากให้ทุกคนได้มีความสุขเหมือนพวกเรานะครับ ที่ได้มาร่วมโปรเจ็คที่รวมความพิเศษนี้ ทั้งหนังพิเศษ เพลงพิเศษ แล้วก็ทีมงานแบบพิเศษ ครับ “

ภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง “ยักษ์” ว่าด้วยเรื่องรามเกียรติ์ในยุคหุ่นยนต์ เล่าความสัมพันธ์ของหุ่นยักษ์และหุ่นกระป๋อง ที่บังเอิญมีเหตุต้องมาตัวติดกันแบบไม่ตั้งใจ ทั้งคู่ออกเดินทางเพื่อหาทางแยกออกจากกันให้ได้ ผ่านเรื่องราวผจญภัยที่จะตั้งคำถามว่า “หน้าที่” และ “มิตรภาพ” อย่างไหน สำคัญกว่ากัน


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     17 ส.ค. 55 23:17
 
 


MV เพลง : เกิดมาเป็นเพื่อนเธอ
เพลงประกอบภาพยนตร์อนิเมชั่น “ยักษ์”
เพลง : เกิดมาเป็นเพื่อนเธอ
เพลงประกอบภาพยนตร์อนิเมชั่น : ยักษ์ ( YAK : The Giant King )
คำร้อง ทำนอง : สแตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข
ขับร้อง : Room 39
มิวสิควีดีโอ โดย นิ้วกลม


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     20 ส.ค. 55 23:42
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

“นิ้วกลม” กำกับมิวสิควีดีโอ “ยักษ์” “Room 39” ร่วมโชว์มิตรภาพผ่านเพลง “เกิดมาเป็นเพื่อนเธอ”

เรียกว่าเป็นงานที่รวมยอดฝีมือทั่วฟ้าเมืองไทยเลยจริงๆ กับ “ยักษ์” ภาพยนตร์แอนิเมชั่น โปรเจ็คท์ใหญ่งานร่วมทุนสร้าง จาก สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, บ้านอิทธิฤทธิ์ และ ซุปเปอร์จิ๋ว ดำเนินงานสร้างโดย เวิร์คพอยท์ พิคเจอร์ส เพราะนอกจากสองผู้กำกับอย่าง จิก-ประภาส ชลศรานนท์ นักคิดนักเขียนมือฉกาจ ที่มาผนึกกำลังร่วมกับ เอ็กซ์- ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ อนิเมเตอร์ระดับแถวหน้าของประเทศไทยแล้วเรื่องนี้ยังเป็นการรวมสุดยอดบุคคลในวงการบันเทิงมากฝีมือจากแขนงต่างๆ มาร่วมกันสร้างฝันครั้งใหญ่นี้ให้สมบูรณ์

ล่าสุดหลังจากปล่อยเพลง “เกิดมาเป็นเพื่อนเธอ”เพลงประกอบภาพยนตร์ผลงานการแต่งเนื้อร้องของแสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข และขับร้องโดย Room39 ให้ได้ฟังกันจนติดหูไปแล้ว ก็ได้เวลาปล่อย มิวสิควีดีโอเก๋ๆ ให้ได้ชมกัน โดยเป็นผลงานกำกับมิวสิควีดีโอจาก “นิ้วกลม” สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ ครีเอทีฟ- นักเขียนชื่อดังแห่งยุคนี้ ซึ่งพี่ จิก ประภาส เผยถึงที่มาของการทำงานร่วมกันครั้งนี้ว่า ชอบแนวคิดของนิ้วกลมที่เป็นนักทำโฆษณาที่มีความคิดเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ดี สามารถสร้างงานที่สัมผัสคนดูได้ และตีความเรื่องมิตรภาพใจความหลักของหนังเรื่องนี้ออกมาได้น่าประทับใจ

ซึ่งเบื้องหลังการถ่ายทำมิวสิควีดีโอนี้ก็เป็นไปด้วยความสนุกสนาน ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยมิตรภาพ ตามคอนเซ็ปท์ มีนักแสดงต่างไซส์ ต่างเพศ ต่างวัย หลากหลายคู่มาร่วม ถ่ายทอดความเป็นเพื่อนกันในแบบต่างๆ โดย และมีไฮไลท์อยู่ที่ วง Room39 ทั้งสามคน เจ้าของเสียงร้องเพราะๆ ได้มาร่วมแสดงใน MV นี้ด้วย ฝ่ายนิ้วกลม ก็เผยถึงการทำงานครั้งนี้ว่า

“คอนเซ็ปท์ก็มาจากตัวเนื้อเรื่อง ผมตีโจทย์ ว่ามันอาจจะมีเพื่อนบางคนที่เกิดร่วม มิตรภาพกันมาหลายชาติแล้วก็ยังคงเกิดวนเวียนอยู่อย่างนั้น ก็เลยสื่อแสดงออกมาด้วยคนหลายๆคู่ แต่ก็คงยังมาเป็นเพื่อนกันผ่านยุคผ่านสมัย เราก็เอามาทำให้มันดูทันสมัยขึ้น และเรียบง่ายครับ ถ้าดู MV ทั้งหมดแล้วก็จะเข้าใจว่าแต่ละคู่เกิดมา ต่างเวลากัน แต่ว่าทั้งหมดนี้ อาจจะเกิดกันมา ร้อยชาติพันชาติเหมือนเพลง แต่ก็คงยังเป็นเพื่อนกันอยู่ จนถึงวันนี้ การเตรียมงานก็นานมากเหมือนกันนะครับ (หัวเราะ) 4-5 เดือนเห็นจะได้ครับแต่การทำงานครั้งนี้ผมดีใจมากครับที่ ได้ทำงานร่วมกับวง Room 39 ตอนที่บอกญาติมิตรว่าจะได้ทำงานกับวงนี้เขาก็กรี๊ดกัน เพราะว่าเขาดูคลิปของวงนี้อยู่เป็นประจำ น้องๆ เป็นคนน่ารักทุกคนครับ ก็ขอฝากหนังเรื่องยักษ์นะครับ เพราะว่าทีมงานก็ตั้งใจทำกันมากเลย และMV ตัวนี้ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนะครับ ก็ขอให้เท่ายอดคลิกเข้าดูของวง Room39 ทั้งหมดรวมกันก็พอนะครับ ประมาณ 100 กว่าล้าน (หัวเราะ) ขอบคุณครับ”

ส่วน Room39 ที่ได้มาถ่าย MV สำหรับหนังแอนิเมชั่นเป็นครั้งแรก ก็ตื่นเต้นไม่ใช่น้อยที่ได้ทำงานแบบพิเศษครั้งนี้ ก็เผยความรู้สึกว่า

“วันนี้เรามาถ่ายมิวสิควีดีโอที่สตูดิโอเวิร์คพอยท์นะครับ ข้างหลังนี้เป็นบลูสกรีน เป็นครั้งแรกของพวกเราเลยครับที่ได้ทำ MV เกี่ยวกับแอนิเมชั่น ไม่เคยทำมาก่อนเลย เพลงนี้ก็เป็นเพลงที่น่ารักครับ สื่อถึง มิตรภาพความรักระหว่างเพื่อนได้ดีจริงๆ ครับพวกผมก็ดีใจที่ได้ร้องเพลงนี้นะครับ แถมพวกเราก็มีกันสามคนเหมือนในหนังพอดีเลย (หัวเราะ) สำหรับการทำงานกับพี่เอ๋ ก็รู้สึกภูมิใจครับ เป็นเกียรติของพวกเรามากๆ เลย พวกเราติดตามอ่านหนังสือของพี่มาตลอด แล้วก็วันนี้ก็ได้ร่วมงานกันจริงๆแล้ว ยังไงก็อย่าลืมรอชมนะครับ ภาพยนตร์ แอนิเมชั่นเรื่องยักษ์ และก็ฝาก MV นี้ด้วยนะครับ รับรองว่าน่าชมน่าดูแน่นอน”


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     28 ส.ค. 55 19:17
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

“เสี่ยเจียง” ยกนิ้วชม “จิก ประภาส” กลั่นไอเดียสมองกำกับ “ยักษ์” ผนึก3พันธมิตรทุ่มกว่า 100 ล้านซุ่ม 6 ปีเต็มสมบูรณ์พร้อมฉาย 4 ต.ค. สุดภูมิใจภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ทีมงานทุกคนถือบัตรประชาชนคนไทย

ปล่อยทีเซอร์ตัวอย่างขนาดสั้นด้วยความยาวไม่ถึงนาทีเรียกน้ำย่อยในหมู่สังคมออนไลน์ที่ต่างพากันเข้าไปคลิ๊กไลก์จนยอดผู้ชมต่างล้นทะลักในเวลาเพียงไม่กี่วันจนสร้างกระแสความสนใจให้เหล่าคอหนังได้ฮือฮากันไปไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายคนที่ได้ชมต่างตื่นตะลึงเมื่อรู้ว่านี่คือผลงานของคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์สำหรับ “ยักษ์” โปรเจ็คต์ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาทเรื่องล่าสุดจากสหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนลที่คราวนี้จับมือร่วมกับพันธมิตรอย่างบ้านอิทธิฤทธิ์ โปรดักชั่นเฮาส์ทีมผลิตแอนิเมชั่นที่อยู่เบื้องหลังงานโฆษณา, มิวสิควิดีโอและภาพยนตร์ต่างๆ มากมาย รวมทั้ง บ.ซูเปอร์จิ๋ว ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์วาไรตี้ขวัญใจเด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่มาที่ยืนหยัดยาวนานมากว่า 21 ปีและ บ.เวิร์คพอยท์พิคเจอร์ที่ใช้เวลา 6 ปีเต็มในการผนึกกำลังสร้างสรรค์เกิดเป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นสายเลือดไทยที่กลั่นจากสมองและสองมือกำกับของ จิกประภาส ชลศรานนท์ ครีเอทีฟนักคิดนักเขียนนักแต่งเพลง ฯลฯ อันดับต้นๆ ของประเทศจนถึงวันนี้เสร็จสมบูรณ์พร้อมแล้วที่จะเตรียมตัวเข้าฉายในวันที่ 4 ตุลาคม โดยงานนี้เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐหัวเรือใหญ่แห่งค่ายสหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนลที่คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์มากว่า 40 ปี และประสบความสำเร็จในการสร้างภาพยนตร์มาแล้วในทุกๆ แนวทางไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นอย่างองค์บาก,ต้มยำกุ้ง,หรือภาพยนตร์รักโรแมนติคอย่างสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก,เดอะเลตเตอร์จดหมายรัก,รักแห่งสยาม หรือภาพยนตร์คอมมิดี้อย่างแหยมยโสธร1-2, วงษ์คำเหลา, บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม, สาระแนห้าวเป้ง ฯลฯ มั่นใจว่าภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่อง “ยักษ์” ที่หยิบเอาเหล่าตัวละครคลาสสิคในมหากาพย์รามายณะที่ถือกันว่ายิ่งใหญ่และโด่งดังที่สุดแห่งเอเชียอย่าง “หนุมาน” และ “ทศกัณฐ์” มาออกแบบและตีความใหม่ในรูปลักษณ์ของหุ่นกระป๋องและหุ่นยักษ์พร้อมนำเสนอออกมาเป็นเรื่องราวการผจญภัยท่ามกลางมิตรภาพและความสนุกสนานในโลกของหุ่นยนต์จะสร้างปรากฎการณ์ใหม่ทางด้านภาพยนตร์ไม่ต่างจากภาพยนตร์ที่คนแสดงเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เสี่ยเจียงได้ดูภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่องยักษ์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วรู้สึกภูมิใจและยอมยกนิ้วให้กับความอัจฉริยะของจิก-ประภาสเจ้าของไอเดียผู้ให้กำเนิด “ยักษ์” และทีมงานทั้งหมดที่ต่างระดมความสามารถและระดมพลังใจตลอด 6 ปีอย่างไม่ย่อท้อจนงานทั้งหมดสำเร็จลุล่วงมาด้วยดีและที่สำคัญทุกคนล้วนถือบัตรประชาชนคนไทยทั้งสิ้น

“ก็ตั้งแต่พี่จิกเขามาเสนอมาคุยตั้งแต่เริ่มแรกก่อนที่จะทำโปรเจ็คต์ยักษ์ด้วยกันแล้วว่าอยากหยิบเอารามเกียรติ์มาทำหนังโดยเอาทศกันฐ์มาทำเป็นหุ่นแล้วสู้กัน ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องทศกันฐ์มันดีแน่ เพราะใครๆ ก็รู้จัก ไม่ใช่แค่เมืองไทยด้วยเพราะเรื่องรามเกียรติ์เป็นเรื่องของเอเชีย แล้วตัวหนังแอนิเมชั่นเรื่องยักษ์เองตัวหนังก็น่าดูมาก สนุกมาก นี่เป็นหนังเรื่องแรกที่เราร่วมกับคุณจิกประภาส ชลศรานนท์ และเวิร์คพอยท์พิคเจอร์โดยเขาได้ไปชักชวนพรรคพวกเขามาร่วมทุนด้วยอย่างบ้านอิทธิฤทธิ์, ซูเปอร์จิ๋ว เราลงทุนไป 100 กว่าล้าน วันที่คุณจิกเขาชวนผมดูหนังที่ทำเสร็จออกมาแล้ว โอ้โห พูดได้ว่าผมรู้สึกพอใจมาก การ์ตูนทำออกมาภาพทุกภาพสวยมาก คิดไม่ถึงว่าทางคุณจิกจะทำออกมาได้ดีอย่างนี้ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่เราภูมิใจและพอใจอย่างมาก การ์ตูนเรื่องนี้เชื่อผม ทุกคนดูได้หมด มีทุกอย่าง มีทุกรสชาติ เรื่องนี้คุณจิกทำได้ดีมากๆ จากวันแรกที่เขาเล่าให้ผมฟัง ผมยังคิดในใจว่าการ์ตูนจะสร้างให้ได้อย่างนี้ยังไง รอจนถึงวันนี้การ์ตูนเสร็จแล้วแต่คุณคิดในใจดูว่าเรารอมา 5-6 ปีกว่าจะได้เห็นภาพนี้ มันมีทั้งฉากบู๊ฉากรบตอนสนุกต่อสู้ผจญภัยทุกอย่างผมว่ายักษ์เป็นหนังการ์ตูนที่ครบรส คุณดูแล้วต้องสบายใจดูแล้วจะไม่เครียด ผมอยากเชิญชวนให้คนดูทุกคนลองมาดูหนังการ์ตูนคนไทยบ้าง ว่าคนไทยเราก็มีฝีมือนะอย่างน้อยๆ ช่วยให้กำลังใจคนไทยบ้างที่ทุ่มเททำผลงานออกมาได้ขนาดนี้ เพื่อที่จะได้มีคนไทยที่ยังทำหนังการ์ตูนต่อไปอีกได้ นี่ไม่ใช่หนังธรรมดา เพราะหนังธรรมดาใช้เวลาแค่3เดือน แล้วที่สำคัญพูดได้ว่าทั้งหมดคือฝีมือของทีมงานที่เป็นคนไทย ที่ล้วนถือบัตรประชาชนคนไทย อยากให้ทุกคนมาชื่นชมและให้กำลังใจคนทำการ์ตูนเรื่องนี้กัน”


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     3 ก.ย. 55 16:58
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

“จิก-ประภาส” ฝันอยากทำการ์ตูนมากกว่า 10 ปีแท็คทีม “เอ็กซ์-ชัยพร” แอนิเมเตอร์ไทยชนะเลิศ SIGGRAPH ประเดิมทำ “ยักษ์” ยอมทุ่มเวลา 6 ปี

เริ่มเห็นสีสันหน้าตาตัวคาแรคเตอร์น่ารักน่าชัง ของการ์ตูนแต่ละตัวกันบ้างแล้วสำหรับ “ยักษ์” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นฟอร์มโตสมชื่อที่ทาง บ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนลจับมือร่วมกับ บ้านอิทธิฤทธิ์,ซูเปอร์จิ๋วและเวิร์คพอยท์ พิคเจอร์ส 3 พันธมิตร ทุ่มทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาท ร่วมกันเนรมิตรจากไอเดียที่กลั่นออกมาจากสมองและสองมือกำกับของ “จิก ประภาส ชลศรานนท์” ที่คิดฝันอยากทำการ์ตูนมากว่า 10 ปี แต่ติดปัญหาเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือในยุคนั้นรวมไปถึงแอนิเมเตอร์มือดีที่จะมาถ่ายทอดตัวหนังสือให้โลดแล่นเป็นภาพจนกระทั่งมาเจอกับเอ็กซ์ ชัยพร พานิชรุทติวงศ์แอนิเมเตอร์ไทยฝีมือระดับแชมป์จนตัดสินใจเปิดบ.บ้านอิทธิฤทธิ์เพื่อผลิตงานแอนิเมชั่นโดยตรง

“เรื่องการทำการ์ตูนแอนิเมชั่นเป็นสิ่งที่อยากทำมามากกว่าสิบปีแล้ว แต่ตอนนั้นยังหามือคู่ใจไม่ได้ และโดยเทคนิควิธีการในขั้นตอนพอเราได้เข้าไปศึกษาจริงจังรู้ว่าต้องใช้เงินเยอะมาก และต้องใช้ทีมงานในต่างประเทศด้วย เพราะถ้าพึ่งคนเขียนคนวาดแค่ในไทยมันไม่พอ ที่ผ่านมาเลยยังไม่ได้ทำแต่ก็ศึกษาข้อมูลมาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งได้เจอเอ็กซ์ ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ (ดีกรีชนะเลิศ FIRST PRIZE:SIGGRAPH 1998 ซึ่งเปรียบได้กับรางวัลออสการ์สำหรับนักศึกษา การประกวดผลงานแอนิเมชั่น ประเภทนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วโลก) ซึ่งเพิ่งกลับมาจากอเมริกาใหม่ๆ แล้วตอนนั้นเทคโนโลยีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการทำแอนิเมชั่นพัฒนาไปไกล แล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คิดว่าโอกาสที่จะได้ทำการ์ตูนเริ่มจะมีความเป็นไปได้ และเป็นที่มาที่ทำให้ตัดสินใจเปิดบริษัทบ้านอิทธิฤทธิ์ขึ้นพร้อมกับโปรเจ็คต์ที่จะทำการ์ตูนแอนิเมชั่น”

และเพื่อให้โปรเจ็คต์แอนิเมชั่นยักษ์ออกมายิ่งใหญ่สมความตั้งใจของจิกประภาสที่คิดฝันมาตลอดชีวิตตามแนวทางและมาตรฐานที่วางไว้ การหยิบเอาตัวละครคลาสสิคในมหากาพย์รามายณะอย่าง ทศกัณฐ์, หนุมาน, กุมภกรรณ, ราม, สดายุ ฯลฯ ถูกนำมาตีความใหม่ในโลกของหุ่นยนต์ (รูปลักษณ์ของหุ่นยนต์ยักษ์ และหุ่นยนต์กระป๋องที่) ผ่านการดีไซน์ใหม่ภายใต้ลายเส้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ เอ็กซ์-ชัยพร ไปจนถึงการเนรมิตฉากใหญ่อลังการนับ 10 ฉากรวมไปถึงตัวละครอื่นๆนับร้อยนับพันตัว ถ่ายทอดผ่านเรื่องราวการผจญภัยที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานขณะเดียวกันก็ลึกซึ้งกินใจตามสไตล์ของงานเขียนในแบบประภาส ชลศรานนท์ที่พิถีพิถัน และให้ความสำคัญกับตัวบทภาพยนตร์เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอยางยิ่งเราจะได้เห็นฉากมิวสิคคัลที่ตัวการ์ตูนต้องร้องเพลงในฉาก ฯลฯ และอื่นๆ อีกมากมายฯลฯ ซึ่งส่งผลให้ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นยักษ์ใช้เวลาถึง 6 ปี ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานปกติของแอนิเมชั่นระดับโลก

“ปกติแอนิเมชั่นเรื่องหนึ่งจะใช้เวลาประมาณนี้อยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนของ Pixar เองก็ใช้เวลาประมาณนี้ 5-7 ปี เพราะว่ามันเป็นแอนิเมชั่น พอพี่จิกมาชวนทำก็ไม่ได้ตกใจเลยนะเตรียมใจแล้วมากกว่า หนังแอนิเมชั่น 2D บางเรื่องใช้เวลานานถึงสิบปีก็มี แต่ผมไม่ได้กังวลนะเพราะว่ามันเป็นหุ่นยนต์ ทิศทางในการทำเรามีชัดเจนอยู่แล้ว หกปีนี้ก็จะมีช่วงที่ต้องพัฒนาเรื่องต่างๆ ควบคู่ไปด้วย ทั้งเรื่องเครื่องมืออุปกรณ์, แอนิเมเตอร์ที่จะรับมาทำก็ต้องดูฝีมือกันก่อนว่าทำไว้ได้อย่างที่เราวางแผนไว้หรือไม่ และก็ทำบทด้วยทำควบคู่กันไป”

เป็นความรู้สึกของเอ็กซ์ ชัยพร ซึ่งรับผิดชอบในส่วนของผู้กำกับแอนิเมชั่นและเป็นผู้กำกับร่วมในโปรเจ็คต์ยักษ์คู่กับเจ้าของไอเดียอย่าง จิก ประภาส ที่มีส่วนสำคัญให้ “ยักษ์” กลายเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นเต็มรูปแบบที่เสร็จสมบูรณ์ในท้ายที่สุด ในขณะที่ พาณิชย์ สดสี ผู้ควบคุมงานสร้างแอนิเมชั่นยักษ์ที่ผ่านการทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ในฐานะมันสมองระดับหัวกะทิ คู่กับจิกประภาสมากว่า 2 ทศวรรษในส่วนของรายการทั้งหมดในนามของบ.เวิร์คพอยท์เอนเทอร์เทนเมนท์ และเป็นหัวเรือใหญ่ของ “เวิร์คพอยท์ พิคเจอร์ส” ที่ร่วมดำเนินงานสร้างในโปรเจ็คต์ยักษ์ ซึ่งรู้แนวคิดสไตล์และวิธีการทำงานตลอดจนวิสัยทัศน์ของผู้ให้กำเนิดยักษ์ได้เป็นอย่างดีขยายความให้ได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นในเหตุผลที่ตอกย้ำถึงมาตรฐานการทำงานในแบบประภาส ชลศรานนท์เพื่อให้ผลงานออกมาสมกับความอลังการของโปรเจ็คต์

“ต้องบอกว่าพี่จิกเองแกมีมาตรฐานสูงมากๆ ขนาดลองอะไรไปเยอะคิดว่ามันดีแล้ว แต่พอวันหนึ่งแกคิดอะไรได้ใหม่ขึ้นมาอีก แกเปลี่ยนแกรื้อทิ้งดื้อๆ จะบอกว่าแกมีความต้องการที่ชัดเจน ลองก็ส่วนลอง พอได้สิ่งๆ นั้นมาแล้วมันไม่ใช่แกยอมทิ้งเวลาเป็นปีเพื่อสร้างใหม่ที่คิดว่ามันใช่ที่สุดในความคิดของแก แกไม่ยอมเอาสิ่งที่คิดว่าไม่ใช่ไว้ในหนังเลย ซึ่งจะบอกว่ามันก็ยากในหลายๆ อันจะบอกว่ามันทิ้งอะไรไปเยอะ ไอ้ที่ทิ้งดีนะไม่ใช่ไม่ดีแต่ไม่ตรงกับสิ่งที่แกคิด เราเห็นในความพยายามของแกคือต้องคนพลังเยอะมาก ต้องไม่เสียดายด้วย ยกตัวอย่างมีอยู่ฉากหนึ่งมิวสิคคัลเลย เป็นฉากร้องเพลงประมาณว่าหุ่นยักษ์ถูกขุดขึ้นมา ชาวเมืองร้องเพลงกัน เป็นฉากที่ทำโพรเซสนาน ร้องเพลงคอมโพสต์เพลงทำมา เขียนแอนิเมทตัดต่อเสร็จดีมากเลย เป็นใครใครก็ชอบ แต่ในหนังไม่มีนะ แกทิ้งแกว่าไม่ใช่ มันเยอะไปมารื่นเริงอะไรตอนนี้ ซีนนั้นถ้าดูเป็นตอนๆ ดีมากเลย สนุกด้วย แต่ถ้ามาอยู่ในหนังในความคิดของพี่จิกแกคิดว่าเยอะไป มันทำให้เรื่องอืด แล้วแค่ฉากนี้ฉากเดียวนะเขียนกันอยู่หกเจ็ดเดือนนะ ไม่ใช่น้อยๆ มันเป็นซีนยาว เป็นแบบ CROWD SCENE เขียนเมืองทั้งเมือง คนเขียนแอนิเมชั่นทั้งเมืองตัวประกอบโมเดลเป็นร้อย โอ้โหมันน่าเสียดาย เราคิดว่าถ้าเป็นหนังคนคงประมาณซีนสงครามหรือซีนร้องเพลงที่คนทั้งเมืองลุกขึ้นมาเต้นนะ แล้วกล้องเลื้อยไปเลื้อยมาและโปรดักชั่นใหญ่มาก ในที่สุดไม่เอา”


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     6 ก.ย. 55 1:42
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

“ยักษ์” บุกโรงเรียน! ชวน ประกวดวาดภาพ “อะไรที่ปลายโซ่” น้องๆ สนใจส่งภาพจากจินตนาการกันอย่างล้นหลาม

หลังจากเผย โครงการ การประกวดภาพระบายสีภาพยนตร์แอนิเมชั่น “ยักษ์” ภายใต้หัวข้อ “อะไรที่ปลายโซ่” โครงการดีๆจาก บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมมือกับ บริษัท บ้านอิทธิฤทธิ์ จำกัด , บริษัท ซูเปอร์จิ๋ว จำกัด และ บริษัท เวิร์คพอยท์ พิคเจอร์ส จำกัด ที่ขอเชิญน้องๆ นักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น (ป.1 - ป.3) และระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย (ป.4 - ป.6) ร่วมโชว์ความคิดสร้างสรรค์และความสามารถด้านศิลปะ เพื่อชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท ล่าสุด ทีมจัดกิจกรรม “ยักษ์” ก็ได้บุกไปจัดกิจกรรมสนุกๆ กับน้องๆ ระดับประถมศึกษากันถึงโรงเรียน! โดยพาเหล่าเพื่อนพ้องตัวละครหลักจากเรื่องยักษ์ ทั้งพี่เผือก ,น้าเขียว และเจ้ากุมไปสร้างสีสันไปแนะนำให้รู้จักกันอีกด้วย

ซึ่งงานนี้ก็ได้รับความร่วมมือ และความสนใจจากน้องๆ จากโรงเรียนต่างๆกันอย่างล้นหลาม เด็กๆทุกคน ต่างสนใจและเข้าร่วมวาดภาพจากจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์กันอย่างดี แต่ละคนก็โชว์ความสามารถ เทคนิคทางศิลปะกันอย่างเต็มที่ แถมยังมีไอเดียเก๋ๆ วาดภาพออกมาได้อย่างแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร อีกด้วย ซึ่งน้องๆ คนไหนที่อยากเข้าร่วมประกวดวาดภาพครั้งนี้ ก็สามารถ ส่งผลงานมาร่วมสนุกได้ที่ บริษัท ซูเปอร์จิ๋ว จำกัด เลขที่ 230 อาคาร ซี เอส ทาวเวอร์ ชั้น 11 ถ. รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 เพื่อชิงทุนการศึกษา และ ของรางวัลที่ระลึกจากภาพยนตร์เรื่อง“ยักษ์”

ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 14 กันยายน 2555 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.yakmovie.com หรือ facebook.com/yakmovie สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณอมรรัตน์ มาเบ้า (ติ๊ก) Tel. 02-274-0671-4 ต่อ142, 085-918-3560 Fax. 02-274-0670 ในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลาทำการ 10.00 – 18.00 น.


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     11 ก.ย. 55 20:12
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

จิก ประภาสจับมือเอ็กซ์ชัยพรเนรมิตร 5 ตัวละครเอกจากรามเกียรติ์ สู่โลกหุ่นยนต์ทั้งหุ่นกระป๋อง, หุ่นยักษ์, นกยักษ์ พร้อมตัวละครใหม่นับร้อยนับพัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่ภาพยนตร์แอนิมชั่นสักเรื่องจะประสบความสำเร็จเป็นที่ชื่นชอบสำหรับผู้ชมได้นั้นสิ่งแรกสุดที่ผู้สร้างจะต้องทำให้ได้ก่อน คือเสน่ห์ของตัวการ์ตูนที่จะโลดแล่นให้คนดูตกหลุมรัก และนี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เหล่าตัวการ์ตูนที่ ประภาส ชลศรานนท์ หมายมั่นปั้นมืออย่างยิ่งที่จะถ่ายทอดออกมาใน “ยักษ์” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นทุนสูงที่ 4 พันธมิตรจากการนำโดยยักษ์ใหญ่วงการหนังอย่างสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับบ้านอิทธิฤทธิ์, ซูเปอร์จิ๋ว และเวิร์คพอยท์พิคเจอร์ส ร่วมลงทุนไปกว่า 100 ล้านบาท และใช้เวลานานถึง 6 ปีเพื่อให้ได้อย่างสมความตั้งใจ ตั้งแต่แนวคิดที่จะหยิบเอาเสน่ห์ความโดดเด่นของตัวละครเอก และฉากสำคัญในรามายณะมาถ่ายทอดผ่านลายเส้นของ เอ็กซ์-ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ หัวเรือใหญ่บ้านอิทธิฤทธิ์ โดยหยิบเอาเหล่า5คาแรคเตอร์ตัวละครเอกจากรามเกียรติ์อย่าง หนุมาน, ทศกัณฐ์, ราม, กุมภกรรณ, สดายุ มาตีความใหม่ออกแบบและสร้างสรรค์ขึ้นมาในรูปลักษณ์ของหุ่นยนต์ ไม่ว่าจะเป็นหนุมานที่กลายเป็นหุ่นกระป๋อง-เผือก, ทศกัณฐ์แปรเปลี่ยนเป็นหุ่นยักษ์นาม น้าเขียว, รามเอง หรือกุมภกรรณเป็นหุ่นพันธุ์ยักษ์สีแดง และสดายุกลายมาเป็นนกยักษ์เครื่องบินรบ พร้อมกับสร้างสรรค์ตัวละครใหม่อย่างหุ่นกระป๋องเด็กผู้หญิง-น้องสนิม

“เวลาเราเล่าให้ใครฟังว่าเราจะทำรามเกียรติ์คนก็ถามว่าจะทำแบบโบราณเลยหรือ เราก็ไม่รู้จะบอกอย่างไรดีเลยบอกตรงๆ ว่ามันเป็นเรื่องของหุ่นยนต์ พอบอกหุ่นยนต์ทุกคนจะสนใจ แสดงว่าการที่รามเกียรติ์เป็นหุ่นยนต์นี่คนทั่วไปเขาอาจจะรู้สึกว่ามันไม่โบราณ แต่เหตุผลที่ว่าทำไมต้องเป็นหุ่นยนต์ คือมันเขียนบทได้โลดโผนกว่า รุนแรงได้โดยที่ไม่รู้สึกว่ารุนแรง มันอาจจะแค่รู้สึกว่ามันน่ารักหรือมันเด๋อเท่านั้นเอง ที่น่าสนใจคือมันมี MOVEMENT ของความเป็นแอนิเมชั่นสูง และการที่เป็นหุ่นยนต์ทำให้อวตารครั้งนี้ประหลาดกว่าครั้งอื่นๆ สมกับเป็นอวตารครั้งล่าสุด พอเริ่มออกแบบก็รู้สึกสนุกดี หนุมานจะเป็นยังไงทศกัณฐ์จะเป็นยังไง แล้วเราจะแต่งเรื่องขึ้นใหม่อย่างไรให้ไม่เหมือนเดิมแต่มีเค้าเดิมให้สมัยใหม่และยังมีขนบ เพราะเรื่องมันก็เกิดเรื่องใหม่ขึ้นมา คงเสน่ห์ของตัวการ์ตูนและคาแรคเตอร์ของตัวละครแต่ละตัวเช่นหนุมาน เก่งมากไวมากเป็นฮีโร่ อย่างที่เรารู้จักนี่ต้องขี้เล่นแน่นอน เพราะเป็นลิงหน้าตาต้องกวนๆ หน่อย ทศกัณฐ์คือพญายักษ์ที่ดุร้าย เก่งที่สุด ฆ่าไม่ตายส่วนตัวละครอื่นในรามเกียรติ์ที่เราเลือกมาใช้ อย่างพอคิดถึงหอกโมกขศักดิ์ตัวที่ใช้หอกก็มีกุมภกรรณ ในเรื่องนี้เราให้กุมภกรรณเป็นหุ่นพันธุ์เดียวกันกับหุ่นพันธุ์ยักษ์ เป็นพวกคลั่งทศกัณฐ์ประมาณแฟนพันธุ์แท้แต่ไม่ได้อยู่ยุคเดียวกันตอนที่ทศกัณฐ์รบ แต่มีความเชื่อว่าสักวันทศกัณฐ์จะต้องกลับมา ส่วนสดายุเรื่องเดิมเป็นนกตัวหนึ่งที่อยู่ฝั่งพระราม มาคราวนี้เราให้เป็นผู้หญิงแล้วก็เอามาเป็นเครื่องบินรบของทศกัณฐ์ด้วย เป็นเหมือนวัตถุโบราณสมัยสงครามที่กุมภกรรณเขาเก็บๆ มาเรื่อยๆ จากการประมูลมา และมีน้องสนิมน้อยที่สร้างขึ้นใหม่เป็นตัวแทนคนดูที่เป็นเด็ก ผมอยากให้เด็กเป็นตัวเชื่อมมิตรภาพของ 2 ศัตรูหนุมานทศกัณฐ์

และตัวละครสมทบอื่นๆ อีกที่มีบทบาทโดดเด่นไม่แพ้กันอย่างหุ่นยนต์นักไต่ฝัน, หุ่นยนต์พ่อค้าหุ่นเก่า, รวมไปถึงตัวละครอื่นๆ อีกเป็นร้อยๆ พันๆ ตัว มาร่วมสร้างสีสันความสนุกสนานให้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นยักษ์ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

“ต้องออกแบบหุ่นในเรื่องนี้เป็นร้อยๆ ตัว อย่างนักไต่ฝัน, พ่อค้าหุ่นยนต์เก่า, เพื่อนเด็ก, ลูกนายกเทศมนตรี ตัวนายกเทศมนตรี ลุงช่างคนแก่ๆ ที่รู้ตำนาน พวกหุ่นทหารยักษ์ที่เป็นกองทัพ พวกที่อยู่ในย่านซื้อของ กลุ่มคนขายของเก่าโดยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังก็จะแบ่งหุ่นยนต์ออกเป็นหุ่นกระป๋องกับหุ่นยักษ์ มันเหมือนกับลิงกับยักษ์นั้นแหละ เราแปลงลิงเป็นหุ่นกระป๋องและแปลงยักษ์เป็นหุ่นยักษ์หุ่นกระป๋องส่วนใหญ่จะใช้ล้อ แต่ที่ไม่ใช้ก็จะมีบ้าง ส่วนยักษ์ก็จะมีขา”


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     12 ก.ย. 55 23:36
 
 


เมื่อกล้อง CCTV ที่บันทึกภาพเจ้าแพนด้าอยู่ เกิดจับภาพอะไรบางอย่างได้ ลองไปดูกันว่าเกิดอะไรขึ้น น่ากลัวมาก

 
 
 

 
 AD Hunter   ©     13 ก.ย. 55 19:54
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

แปลง “หนุมาน” ทหารเอกแห่งรามเป็น “เผือกหุ่นกระป๋อง” ฮา ป่วน กวนซ่าส์ คือคาแรคเตอร์ที่ออกแบบยากสุดใน “ยักษ์”

นอกเหนือจาก “น้าเขียว” หุ่นยนต์ยักษ์ที่ ถอดแบบมาจาก “ทศกัณฐ์” ยังมีอีกหนึ่งคาแรคเตอร์สำคัญที่เป็นดั่งคู่ปรับ และมิตรคนสำคัญที่จะร่วมผจญภัยไปด้วยกันใน “ยักษ์” ภาพยนตร์แอนิมชั่นฟอร์มยักษ์ทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาท นั่นคือ “หนุมาน” ทหารเอกคนสำคัญของพระราม ตัวละครสำคัญจากมหากาพย์ “รามายณะ” ที่ครั้งนี้อวตารมาในรูปลักษณ์ของหุ่นยนต์กระป๋องตามแนวคิดและไอเดียของ ประภาส ชลศรานนท์ ที่ให้นิยามว่าเป็นหุ่นกระป๋อง จอมแสบ ฉลาดแกมโกง ซ่าไม่แคร์ไซส์ แท้จริงแล้วคือ หนุมาน ทหารเอกแห่งราม แม้จะตัวเล็กแต่หุ่นยักษ์ทุกตัวในสงครามล้วนครั่นคร้าม

“อย่างคาแรคเตอร์หนุมานเก่งมากไวมาก ทหารเอกของพระราม ถ้าใครศึกษารามเกียรติ์อย่างดีจะรู้ว่าหนุมานมีนิสัยขี้เล่นแน่นอน เพราะเป็นลิง หรือถ้าอย่างในวงการโขนนี่เป็นที่รู้กันว่าคนที่จะเล่นเป็นลิงนี่ เขาต้องคัดคนที่คล่องตัวมาเล่น หุ่นกระป๋องหนุมานก็เหมือนกัน ตอนแรกที่เรากำหนดให้หุ่นกระป๋องมีล้อนี่เราก็คุยกันหนักเหตุผลใหญ่เลยน่าจะมาจากมันจะทำให้หุ่นที่ตัวเล็กกว่าอย่างเผือกเดินทันหุ่นยักษ์อย่างเขียวได้ แล้วพอเราเลือกหอยเกียรติศักดิ์มาเป็นคนให้เสียงให้ชีวิตตัวนี้มันทำให้เราออกแบบง่ายขึ้น อย่างเสาอากาศของหุ่นกระป๋องหนุมานที่เราเอามาจากทรงผมของหอยแล้ว คิ้วเราก็เอามาจากหัวโขน รวมไปถึงลายมุมปากด้วย ใครที่เคยเห็นภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังจะนึกออกว่าลายก้นหอยที่อยู่ตามตัวหนุมานนั้นเป็นอย่างไร หนุมานหรือเผือกในการ์ตูนยักษ์จะเป็นหุ่นกระป๋องตัวเล็ก แขนเล็ก เพื่อให้หุ่นกระป๋องที่แขนสั้นๆ เล็กๆ สู้กับหุ่นยักษ์ได้ เราเลยเอาอาวุธจากรามเกียรติ์ใส่เข้าไป ทั้งตรีเพชรสามง่ามที่สามารถฟันเหล็กอย่างทศกัณฐ์เป็นรอยขีดข่วนได้ รวมไปถึงหางที่ยาวเท่าไหร่ก็ได้ของเขา หางของหนุมานในรามเกียรติ์แข็งแรงแสดงอภินิหารได้เท่าไหร่ ผมก็พยายามทำให้ไม่แพ้กัน จะบอกว่าเป็นอาวุธสำคัญที่เท่ที่สุดในเรื่องก็น่าจะได้ หางที่ยาวของหนุมานนี่ตอนไปฉายโชว์ฝรั่งเห็นแล้วชอบมาก”

และที่สำคัญเป็นตัวการ์ตูนแอนิเมชั่นที่ เอ็กซ์ ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ ซึ่งรับหน้าที่ในการออกแบบและดีไซน์คาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนทุกตัวในภาพยนตร์ยอมรับว่าเป็นตัวที่ออกแบบยากที่สุด

“ยอมรับเลยครับว่า เผือก หรือหนุมาน เป็นตัวที่ออกแบบยากสุด แก้หลายรอบ ตอนแรกออกแบบมาแล้วมันยังไม่มีความเป็นฮีโร่ เรากำลังคิดว่าจะทำยังไงต่อดี ยกตัวอย่างในส่วนของคิ้วตอนแรกดูแล้วธรรมดาไป ผมเลยลองหยิบลายจากหัวโขนหนุมานมาลองดัดแปลงดู เป็นกึ่งๆ ลายไทยนิดๆ เหมือนเป็นเหล็กที่โดนตัดออกมาเป็นลายไทย เออมันได้นะ มีความเป็นฮีโร่ เวลาโกรธหรือเวลาสู้จริงๆ เวลาที่ต้องแสดงอารมณ์จริงๆ มีคิ้วที่มันหักๆ อย่างนี้มันจะเพิ่มอารมณ์ให้ได้มากกว่า คิ้วตัวนี้ออกแบบยากสุดครับ แล้วพอดีว่าพี่จิกเลือกที่จะให้คุณหอย เกียรติศักดิ์มาเป็นคนที่จะให้เสียงให้ชีวิตตัวละครตัวนี้ปุ๊บลงตัวเลย ผมเลยได้เอาทรงผมเดดร็อคของเสนาหอยมาเป็นส่วนหนึ่งในตัวหุ่นกระป๋องทำให้แตกต่างจากหุ่นยนต์ตัวอื่น ขณะที่หุ่นยนต์ทั้งโลกถูกบังคับด้วยรามและมีเสาเดียว หนุมานจะแปลกกว่าตรงที่มีสามเขาหักลงมาข้างหนึ่ง”


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     17 ก.ย. 55 23:58
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

หอย สุดปลื้มไม่ใช่แค่พากย์แต่ให้ชีวิต เผือก หุ่นกระป๋องหนุมานเล่นจริงยิงมุกออกท่าสุดฤทธิ์ประกบหนุ่ม-สันติสุขเป็นยักษ์เขียวทศกัณฐ์

เป็นอีกมาตรฐานการทำงานที่ถือเป็นความตั้งใจของ จิกประภาส ชลศรานนท์และทีมงานที่อยู่เบื้องหลัง “ยักษ์” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ใช้เวลา 6 ปี และทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท ตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นผลิตงานว่างานนี้จะพยายามสร้างชิ้นงานออกมาให้ดีที่สุดและสมบูรณ์ที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสมจริงในการโลดแล่นมีชีวิตของคาแรคเตอร์แต่ละตัวการ์ตูนตรงกับจินตนาการของผู้กำกับ ทำให้งานนี้ทีมแอนิเมเตอร์จะต้องเข้ามามีส่วนสำคัญในการหยิบจับเอาบุคลิกท่าทาง การเคลื่อนไหว ขยับฝีปาก ขมวดคิ้ว แม้แต่แววตาจากการถ่ายทอดผ่านการให้ชีวิตให้เสียงตัวการ์ตูนแต่ละตัวจากเหล่านักแสดงที่ผ่านการคัดเลือกให้มารับหน้าที่เป็นตัวการ์ตูนนั้นๆ และหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค คือ1ในนักแสดงระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่ถูกเลือกให้มาทำหน้าที่ให้ชีวิต “เผือก” หุ่นกระป๋องแสบซ่า หรือ อีกนัยหนึ่งคือ หนุมาน ทหารเอกคนสำคัญแห่งรามตามความตั้งใจของจิก ประภาส ชลศรานนท์นั่นเอง

“มันเริ่มมาจากตัวคาแร็คเตอร์ของการ์ตูนแต่ละตัวถูกกำหนดถูกดีไซน์ไว้ก่อนแล้วตามท้องเรื่อง แล้วเราต้องหาเนื้อเสียงให้ตรงกับคาแร็คเตอร์ แล้วผมต้องการนักแสดงที่เก่งที่มีบุคลิกโดดเด่นแล้วคล้ายตัวละครที่ออกแบบมาแล้ว หลายตัวละครเราก็เลยปรับเอาเอกลักษณ์ของคนพากย์มาใส่ลงไปในตัวการ์ตูนด้วย เช่นเสนาหอยก็จะมีผมที่เป็นเร้กเก้ เราก็เอามาดัดเป็นเสาอากาศที่ประหลาดกว่าตัวอื่น ตัวอื่นมีเขาอันเดียวแต่อันนี้มีถึงสามอัน ปากหนาตาโปนก็จะมีความเป็นหอยอยู่ ตัวหอยฉลาดคล่องแคล่วพูดเก่งติดตลก ตรงนี้เป็นบุคลิกเดียวกันกับเผือกหอยเป็นหนุมานจริงๆ ผมเชื่อว่าถ้าตอนเขาเด็กๆ ไปสมัครโขนครูบาอาจารย์ก็คงคัดหอยให้อยู่ในกลุ่มลิง หอยเป็นคนหัวไวความคิดซนมีลูกตอดต่อเนื่องตลอดเวลา คือเป็นหนุมานในโทนคอมมิดี้ ตัวลิงเป็นอย่างนี้ทั้งนั้น แม้แต่ทางกรมศิลป์คนที่เคยเล่นเป็นบทหนุมานทุกคนซนหมดครูมืด (ประสาท ทองอร่าม) ยังเคยเล่นหนุมานเลย ที่สำคัญที่สุดคือเนื้อเสียงของหอย มันลงตัวกับเสียงของหนุ่มสันติสุขที่เล่นเป็นยักษ์หรือทศกัณฐ์ที่จะต้องร่วมผจญภัยไปด้วยกันตลอดทั้งเรื่องด้วย”

และพอเนื้องานเสร็จสมบูรณ์ขึ้นมาไม่เพียงโดนใจผู้กำกับจิกประภาสเจ้าของไอเดีย กระทั่งหนุมาน หรือ เผือกหุ่นกระป๋อง ที่ได้หอย เกียรติศักดิ์ นักแสดงมากฝีมือที่กล้าพูดได้ว่าตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมาล้วนข้องแวะและผูกผันกับการแสดงโดยมีการใช้เอกลักษณ์ของเสียงเป็นส่วนสำคัญในอาชีพยังอดปลื้มและภูมิใจไปกับการให้ชีวิตตัวละครสำคัญอย่างหนุมานในแอนิเมชั่นยักษ์ไม่ได้

“จำได้ว่าทีมงานเอากล้องมาตั้ง 3 ตัว และให้ผมอ่านบท และก็เล่นไปเลย เล่นจริงแล้วก็โต้ตอบกับพี่หนุ่มสันติสุขที่เป็นยักษ์จริงๆ ระหว่างที่พากย์เสียงกันไปก็ต้องโต้ตอบกันไป แล้วผมก็ต้องทำท่าทำทางด้วย มารู้ว่ากล้อง 3 ตัวจะคอยจับภาพโคลสอัพที่ปาก ที่ตัว และที่แขนต่างๆ ก็เพื่อให้แอนิเมเตอร์เขาจับไปเขียน ผมก็คิดว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง แต่พอเห็นภาพที่เขาเขียนออกมาเฮ้ยมันเหมือนตัวผมจริงๆ นะไม่น่าเชื่อ ก็ขอบคุณมากนะครับ ผมก็จะบอกลูกบอกหลานว่าตัวนี้มันคือผมจริงๆ ต้องยกประโยชน์ให้พี่จิกที่เลือกผมมาเล่นเป็นตัวนี้ เพราะเผือกหรือหนุมานค่อนข้างมีนิสัยคล้ายๆ ผมเหมือนกัน โวยวาย ไม่อยู่นิ่ง และก็ได้ใช้เสียงอย่างอิสระ พี่จิกปล่อยให้ผมเติมนั่นเล่นมุกนี้คือให้เราเล่นไปก่อน เอาไม่เอาอีกเรื่อง แล้วเราเป็นคนขยันอยู่แล้วยิงไปก่อน แต่ส่วนใหญ่เอานะ ก็เอาเกือบทุกอันที่เราเสนอไป”


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     22 ก.ย. 55 2:24
 
 

ยักษ์ The Giant King

อลังการแอนิเมชั่นฟอร์ม “ยักษ์” ส่ง 2 เวอร์ชั่นให้คนไทย-ต่างชาติ เลือกดู 2 ภาษาทั้ง “เสียงไทยและเสียงอังกฤษ”

ยิ่งใหญ่สมชื่อจริงๆ สำหรับ “ยักษ์” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ที่ใช้เวลาในการสร้างนาน6ปีเต็มจากผลงานการทุ่มทุนสร้างของ “สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล” และพันธมิตรอย่าง “บ้านอิทธิฤทธิ์ ซูเปอร์จิ๋ว และเวิร์คพอยท์พิคเจอร์ส” ด้วยทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาท เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจจนถือได้ว่าเป็นอีกย่างก้าวสำคัญ (BIG STEP) ของภาพยนตร์แอนิเมชั่นสัญชาติไทยที่คอหนังจะได้สัมผัสกับแอนิเมชั่นยักษ์พร้อมกันถึง 2 เวอร์ชั่น นั่นคือในเวอร์ชั่นเสียงภาษาไทย ซึ่งยกทีมนักแสดงระดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “หนุ่ม สันติสุข ในบท น้าเขียว (ยักษ์ทศกัณฐ์) หอย เกียรติศักดิ์ ในบท เผือก (หนุมาน), ตั๊ก บริบูรณ์ ในบทกุม, เหมี่ยว ปวันรัตน์ ในบทนกสดายุ, น้องออมสิน ชนินาภ ในบทสนิม พร้อมด้วย แจ๊ป เดอะริชแมนทอย และอุดม แต้พานิช มาร่วมให้เสียงให้ชีวิตเหล่าคาแรคเตอร์การ์ตูนแต่ละตัวได้โลดแล่นอย่างมีสีสัน และในเวอร์ชั่นเสียงภาษาอังกฤษโดยมีทอดด์ ลาเวลล์ ศิลปินนักร้องนักแสดงชาวอเมริกันมารับหน้าที่กำกับการให้เสียงภาษาอังกฤษพร้อมกับรับหน้าที่มาให้เสียงให้ชีวิตตัวน้าเขียวหรือหุ่นยักษ์ทศกัณฐ์ด้วย

“ปกติเราทำหนังเราก็มีภาษาไทยอยู่แล้ว แต่สำหรับการ์ตูนยักษ์เราตั้งใจว่าต้องทำเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษด้วยก็เพื่อหวังขายต่างประเทศด้วย โดยในประเทศไทยก็มีฉายให้ชมทั้งสองเวอร์ชั่นทั้งไทยและภาษาอังกฤษ เวอร์ชั่นไทยก็ดูกันไป ชาวต่างชาติหรือคนไทยที่ดูหนังที่เป็นเสียงภาษาอังกฤษก็จะได้ชมด้วย หรือบางคนดูไทยแล้วอยากดูภาษาอังกฤษอีกก็ได้

พาณิชย์ สดสี ผู้ควบคุมงานสร้างแอนิเมชั่นยักษ์ที่ผ่านการทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ในฐานะมันสมองระดับหัวกะทิคู่กับจิกประภาสมากว่า 2 ทศวรรษให้เหตุผลที่ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความอลังการที่ถือได้ว่าเป็น1 ในความตั้งใจตั้งแต่เริ่มต้นในขั้นตอนการผลิตแอนิเมชั่นยักษ์ที่จะต้องอัดแน่นไปด้วยความพร้อมถึงมาตรฐานในคุณภาพของงานที่จะเกิดขึ้นภายใต้โจทย์ที่ว่า“ยักษ์จะเป็นแอนิเมชั่นสัญชาติไทยเรื่องแรกที่ผลิตขึ้นมาทีเดียว 2 เวอร์ชั่น 2 ภาษานั่นคือเสียงไทยและเสียงภาษาอังกฤษ ตามความตั้งใจของคนเลี้ยงยักษ์อย่างจิก ประภาส ชลศรานนท์เลยทีเดียว

“ก็ตั้งใจจะทำให้เป็นสองภาษาตั้งแต่แรกเลย เพราะฉะนั้นในการทำงานพี่ก็ถือว่าเอาคนไทยเป็นต้นฉบับ ปากทุกคำ ขยับปากเป็นภาษาไทยเป๊ะ สระอูสระโอเป๊ะ สิ่งที่ยากมากคือทอดด์จะต้องมานั่งข้างๆ เพราะว่าภาษาอังกฤษเคยถูกแปลมาแล้วทีหนึ่งโดยเดลล์ ซึ่งเป็นนักเขียนบทที่อเมริกา แปลไปแล้วรอบหนึ่งแล้วก็ถูกเกลาไปแล้วอีกหลายรอบเหมือนกันเพราะในแง่ด้วยของเรื่องภาษา จนมาถึงมือทอดด์อีกครั้งหนึ่งเนื่องจากทอดด์เก่งภาษาไทยมาก และนั่งคุยกันว่าท็อดด์ต้องตรงปากให้ขยับใหม่ภาษาใหม่แล้วก็ใส่มุกฝรั่งลงไปแทนภาษาไทย แล้วเชิญคนฝรั่งชาติอื่นที่ไม่ใช่อเมริกันมานั่งดูด้วย เขาขำในมุกอเมริกันของคุณหรือเปล่าเอาขนาดนั้นเลย ตัวอย่างเช่นในเวอร์ชั่นเสียงไทยหุ่นกระป๋องสนิมจะร้องเพลงในฉากมิวสิคคัลแนะนำตัวเองร้องว่าสนิมคือชื่อหนู มันลงท้ายสระอูคนแรกที่แปลแปลไว้ว่า รัสตี้อีสมายด์เนม ความหมายตรงแต่ปากมันไม่ตรงกันทอดด์ต้องทำงาน ก็จะกลายเป็นรัสตี้เยสอีสทรู แล้วค่อยเป็นอิสมายเนมคือความหมายเหมือน เดิมแต่เขาแค่ให้ขยับคำใหม่ เพื่อมให้การขยับปากกับเสียงไปด้วยกัน ซึ่งถ้าดูภาษาฝรั่งแล้วเราอาจจะงงว่านี่มันหนังฝรั่งนี่นาเพราะว่าปากมันค่อนข้างใกล้มาก”

ละเอียดพิถีพิถันกันขนาดนี้ ตั้งแต่บทภาพยนตร์ เรื่องราว การออกแบบคาแรคเตอร์การ์ตูนแต่ละตัวมาจนถึงการคัดเฟ้นผู้ที่จะมาให้เสียงให้ชีวิตของตัวการ์ตูนทั้งสองเวอร์ชั่นทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษเลยทีเดียว ไปร่วมภาคภูมิใจกับ ยักษ์ ภาพยนร์การ์ตูนแอนิเมชั่นที่จะทำให้ทุกคนล้วนอิ่มเอมไปกับความสนุกสนานพร้อมกัน 4 ต.ค.นี้ทุกโรงภาพยนตร์


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     25 ก.ย. 55 21:07
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

บทสัมภาษณ์ โน้ส-อุดม แต้พานิช พากย์เสียง บรู๊ค-นักไต่เขา ในภาพยนตร์แอนิเมชั่น เรื่อง “ยักษ์”

การพากย์เสียงแอนิเมชั่นครั้งแรกของ โน้ส-อุดม แต้พานิช ในบทบาทเล็กๆ แต่สำคัญ “มาก” “บรู๊คส์ นักไต่เขา” ผู้สอนให้รู้จักหน้าที่ของชีวิต

Q: ทราบมาว่าตัวละคร “นักไต่เขา” ของพี่โน้ส ในแอนิเมชั่นเรื่อง “ยักษ์” นี้เป็นอีกหนึ่งบทที่พิเศษสุดๆ มีความสำคัญมากกับเรื่องแม้จะเป็นบทรับเชิญ อยากให้ช่วยพูดถึงบทบาทนี้สักนิด
N: ผมอุดม แต้พานิชนะครับ ก็ได้รับมอบหมายให้มาให้เสียงตัวละคร “บรู๊คส์” นะครับ เขาเป็นนักไต่เขาครับ ตัวบรู๊คส์เป็นตัวละครเล็กๆตัวหนึ่งนะครับแต่ว่าเขาจะมาบอกสาส์นอะไรบางอย่างในเรื่องเป็นจุดเล็กๆ จุดหนึ่งที่ทำให้ตัวละครหลักทั้งสองตัวนั้นได้เรียนรู้อะไรบางอย่างนะครับ เป็นคำพูดเล็กๆ สั้นๆ แต่ว่าทำให้ตัวละคร ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ ซึ่งบทสนทนาของเขาแม้จะเป็นคำพูดเล็กๆ แต่ค่อนข้างทรงพลังและมีผลต่อเรื่องครับ

Q: งานนี้เป็นการพากย์แอนิเมชั่นครั้งแรกของพี่โน้ส มีความยากง่ายอย่างไรบ้างช่วยเล่าถึงประสบการณ์การพากย์ให้ฟังกันหน่อย
N: งานพากย์ของผมครั้งนี้มันทำงานยากนิดหนึ่งนะครับ อย่างคนอื่นในการทำงานทีมงานเขาจะให้มีการโต้ตอบเหมือนละครเวทีแล้วค่อยให้วาดการ์ตูนเป็นแอนิเมชั่นตามบท แล้วทำการขยับปากตามการเคลื่อนไหวของนักแสดง ออกเป็นภาพมาตามเสียง แต่ตัวละครของผมภาพมาก่อนแล้วผมก็มาพากย์ จะยากในการไล่งับจับจังหวะและแสดงอารมณ์ มันก็เหมือนการพากย์หนังในสมัยโบราณน่ะครับ แต่มันเกิดขึ้นเฉพาะตัวละครของผมนะ ไม่รู้ทำไมครับ (หัวเราะ) งานจะยากเพราะผมต้องมาลงเสียงให้ตรงปากแล้วทีนี้มันเป็นตัวการ์ตูนด้วยการ์ตูนปากมันจะไม่เหมือนคนเราพูดมันจะอ้าปากกว้างๆ ดีแต่ว่ามุขไม่ค่อยเยอะครับ

Q: ตัวละครตัวนี้ทางทีมงานแจ้งมาว่าสร้างขึ้นมาจากตัวพี่โน้สเลย อย่างนี้ตอนพากย์ได้ใส่ความเป็นตัวเองให้กับตัวละครบ้างรึเปล่า
N: ทางทีมงานก็บอกผมว่าสร้างมาจากผม ก็ดูแล้วหน้าคล้ายๆเหมือนกันนะ (หัวเราะ) ทางโปรดิวเซอร์เขาอยากได้แบบนั้นน่ะครับ เขาบอกว่าเขานึกถึงเรา ทีนี้ผมก็ลองพากย์ให้เค้าหลายแบบเลือกให้เขาไปดูหลายแบบ ดูว่าเขาชอบแบบไหน ทั้งแบบคนแก่มีอายุ คนใต้ นักเลงปากซอย เขาก็ลองเลือกดูนี่ผมก็ไม่รู้นะครับว่าโปรดิวเซอร์จะเอาแบบไหนนะครับ (หัวเราะ)

Q: ปกติเป็นคนที่ชอบแอนิเมชั่นไหมและคิดอย่างไรกับแอนิเมชั่นไทยบ้าง โดยเฉพาะเรื่อง “ยักษ์” มีจุดเด่นหรือความน่าสนใจต่างจากเรื่องอื่นอย่างไร
N: ผมชอบดูแอนิเมชั่นโดยเฉพาะของค่ายจิบลิครับ เรื่องโปรดคือเรื่อง Spirited Away ผมชอบแอนิเมชั่นญี่ปุ่นครับส่วนแอนิเมชั่นไทยครั้งล่าสุดที่ได้ดูก็สุดสาครนะ (หัวเราะ) พูดเล่นๆ ครับ ผมอยากดูเรื่องยักษ์นี้มากครับ รอเรื่องนี้มาหลายปี เห็นว่าทำมา 6 ปีแล้ว แล้วก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องนะครับถึงแม้มันจะเป็นส่วนเล็กๆ นะครับ ผมว่าบ้านเราน่าจะมีหนังแอนิเมชั่นอย่างนี้เยอะๆ นะครับ จุดเด่นของเรื่องนี้ ผมชอบตรงที่เอาตัวละครจากวรรณคดีมาประยุกต์อันนี้ผมว่าน่าสนใจมากๆ ครับ เรื่องยักษ์นี้นะครับก็จะเป็นแอนิเมชั่นที่ผมว่าจะฝากมุมดีๆ เกี่ยวกับ “มิตรภาพ”แล้วก็ “หน้าที่”ของเราไว้ให้คิด อันนี้น่าสนใจมากอยากให้ลองมาดูกันนะครับ

Q: เมื่อได้ยินคำว่า “ยักษ์” แล้วนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก และยักษ์ตัวแรกที่พี่โน้สรู้จักคืออะไร
N: ถ้าได้ยินคำว่ายักษ์ก็จะนึกถึงความดุร้าย มีเขี้ยว ผมคิดว่าคนจะรู้สึกคล้ายๆกันนะ ดุร้ายมีเขี้ยวขี้โมโหส่วนยักษ์ตัวแรกที่รู้จักก็คือยักษ์วัดแจ้งวัดโพธิ์ (จากหนังเรื่อง ท่าเตียน) เป็นหนังที่ดูมายุคเดียวกับหนังพวกหนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์น่ะครับ

Q: ในเรื่องราวของ “ยักษ์” จะมีประเด็นหลักเกี่ยวกับมิตรภาพ อยากถามว่าถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่าง “มิตรภาพ”กับ “หน้าที่” จะเลือกอย่างไหน
N: โหอันนี้ยากนะ อันนี้เป็นคำถามที่ดีนะ ถ้าต้องเลือกระหว่างมิตรภาพกับหน้าที่ มันลึกซึ้งนะมันมีมิตรภาพอยู่หลายระดับทั้ง คนรู้จัก เพื่อน เพื่อนสนิท ญาติพี่น้อง พ่อตัวเอง แม่ตัวเอง (หัวเราะ) อะไรอย่างนี้มันมีสัดส่วนในการที่เราต้องตัดสินใจด้วยนะอันนี้เลือกตอบยากจริงๆ ครับคงขึ้นอยู่กับแค่ละคนจะเลือกครับ

Q: ในเรื่องนี้ยังมีเรื่องราวของคนที่รบกันมาหลายล้านชาติ แล้วมาเจอกันใหม่ซ้ำแล้วซ้ำอีก คิดว่าคนที่เคยเป็นศัตรูกันมาก่อนจะสามารถกลับมาเป็นเพื่อนกันได้ไหม
N: ได้สิ ได้จริงๆ เคยทำมาแล้วด้วยครับ ศัตรูเปลี่ยนมาเป็นมิตรได้จริงๆ แต่ว่าใครคนหนึ่ง ใครสักคนในนั้นต้องยอมครับ มันเป็นเคล็ดลับเลยนะหนึ่งในนั้นต้องยอม มันเหมือนพี่ว่ามันเหมือนบางทีเหมือนสามีภรรยาในครอบครัวทะเลาะกันแต่เรื่องมันจะจบเลยถ้าอีกคนยอม ศัตรูเป็นมิตรได้แน่นอนถ้าทั้งสองฝ่ายต่างพากันยอมมันเกิดมิตรภาพแน่นอน นี่ก็รออะไรสักฝ่ายในประเทศยอมอยู่นะเนี่ย (หัวเราะ) ยักษ์จะได้น้อยลง ขอบคุณครับ


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     26 ก.ย. 55 20:10
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

เรียกเสียงฮือฮา “หุ่นยักษ์สูง 6 เมตร บุกเซ็นทรัลเวิลด์”เกิดเป็นกระแสยักษ์ฟีเวอร์ แชะรูปถ่ายอัพโหลดออนไลน์

กำลังเป็นที่ฮือฮาและถูกจับตามองมากที่สุดอยู่ในขณะนี้สำหรับ “ยักษ์” ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาทที่ “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” จับมือร่วมกับพันธมิตรอย่าง “บ้านอิทฤทธิ์ ซูเปอร์จิ๋วและเวิร์คพอยท์พิคเจอร์ส” ร่วมกันสานฝันของ “จิก ประภาส ชลศรานนท์” โดยบ่มเพาะเวลาอย่างยาวนานถึง 6 ปีเต็มจนในที่สุดภาพยนตร์ที่ทุกคนรอคอยเสร็จสมบูรณ์เตรียมตัวเข้าฉายในวันพฤหัสบดีที่ 4 ต.ค. นี้แล้ว และเพื่อให้สมกับการมาของภาพยนตร์ไทยที่หลายคนต่างมองว่าจะเป็นย่างก้าวที่ยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์แอนิเมชั่นไทย งานนี้ส่งผลให้ทีมงานต่างระดมหัวคิดสร้างไอเดียเพื่อให้ “ยักษ์” เข้าไปอยู่ในใจของผู้ชมให้เป็นที่พูดถึงมากที่สุด และหวังให้ทุกคนจะได้ร่วมแชร์ความรู้สึกภาคภูมิใจกับประสบการณ์ยักษ์ จึงเป็นที่มาของการเกิดเป็น “งานยักษ์บุกเมือง” ที่ระดมทุกสิ่งละอันพันละยักษ์สร้างสรรค์อีเวนท์กิจกรรมพิเศษต้อนรับการมาของของภาพยนตร์แอนิเมชั่นยักษ์ขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 30 ก.ย. นี้ที่บริเวณชั้น 1 ลานอีเดน 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ตั้งแต่ 11 โมง – 2 ทุ่มวันเดียวเท่านั้น พบกับบูธกิจกรรมร่วมสนุก พร้อมแจกของพรีเมี่ยมหายากและที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนมากมาย เพลินเพลงกับมินิคอนเสิร์ตของ ROOM39 ที่จะมาโชว์เพลงประกอบภาพยนตร์ เกิดมาเป็นเพื่อนเธอ สดๆ ในแบบไลฟ์เวอร์ชั่น พบกับเหล่านักแสดงที่มาให้เสียงให้ชีวิตตัวการ์ตูนยักษ์นำโดยหนุ่มสันติสุข แจ๊ปเดอะริชแมนทอย ฯลฯ และทีมผู้สร้างยักษ์ ลุ้นเชียร์การแข่งยักษ์-กะ-เย่อรอบชิงชนะเลิศ ฯลฯ แต่

ที่พูดได้ว่าเป็นพระเอกของงานและกำลังเรียกเสียงฮือฮาอยู่ในขณะนี้คือ “หุ่นยักษ์เขียวและหุ่นกระป๋องเผือก” สูง 6 เมตรที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่บริเวณลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์จนกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ และเป็นที่สนอกสนใจให้กับผู้คนที่ผ่านไปบนถนนสี่แยกราชประสงค์ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่าง ชาติต่างเข้ามาร่วมถ่ายรูปเป็นจำนวนมากชนิดที่ว่าทุกคนที่ได้เห็นต่างตื่นรู้สึกตื่นตากับความอลังการ และสดใสของหุ่นยักษ์สีเขียวและหุ่นกระป๋องเผือกสีม่วงจนอดไม่ได้ที่จะเข้าไปถ่ายรูปและอัพโหลดในอินสตาแกรมและเฟซบุ๊คจนเกิดกระแสยักษ์ฟีเวอร์ในสังคมออนไลน์กันอย่างล้นหลาม

โดยหุ่นยักษ์ได้ทำการติดตั้งไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาและแอ็คท่ายิ้มแยกเขี้ยวชูสองนิ้วรอให้พี่ๆ น้องๆ หนูคุณป้าคุณน้าคุณอาคุณพ่อคุณแม่ไปร่วมแชะรูปกันกับพี่ยักษ์และพี่เผือกได้แล้ววันนี้ แชะแล้วอย่าลืมอัพโหลดอวดเพื่อนกันด้วยนะจ๊ะ


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     28 ก.ย. 55 18:35
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

“ยักษ์ FESTIVAL” ขอชวนแฟนๆ ร่วมสนุกกับกิจกรรมสนุกสนาน สัมผัสประสบการณ์ “ยักษ์บุกเมือง” รวมทุกสิ่งละอันพันละยักษ์ กระทบไหล่นักแสดงและผู้สร้าง พร้อมมินิคอนเสิร์ต ROOM39

ต้อนรับการมาของ “ยักษ์” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นพันธุ์ไทยทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาท บ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนลร่วมกับ บ้านอิทธิฤทธิ์ ซูเปอร์จิ๋วและเวิร์คพอยท์พิคเจอร์ส ชวน น้องๆ หนูๆ ยักษ์เล็กเด็กแดงไปจนถึงวัยรุ่นเด็กแนวและยักษ์ใหญ่ประจำบ้าน เกี่ยวก้อยโอบไหล่กันมาร่วมสัมผัสกับประสบการณ์ “ยักษ์บุกเมือง กับยักษ์ FESTIVAL” อาทิตย์ที่30กันยายนนี้ 11 โมงถึง 2 ทุ่มที่ลาน EDEN 1 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สนุกสนานกับกิจกรรมยักษ์ๆ ไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยกับ “การแข่งขันยักษ์กะเย่อ” รอบชิงชนะเลิศ วัดพลังยักษ์ในตัวน้องๆ กับรถยักษ์ ให้เห็นกันจะๆ ร่วมลุ้นร่วมเชียร์ว่าใครจะเป็นแชมป์

พบกับนิทรรศการเรื่องเล่า “หน้ายักษ์แบบน่ารัก” พร้อมสนุกกับการบุกเมืองแบบ “น่ายักษ์แต่น่ารัก” ของยักษ์แอนด์เดอะแก๊ง แล้วอย่าลืมมา ถ่ายภาพ แล้วอัพโหลดอวดเพื่อนๆ กัน

ครั้งแรกกับมินิคอนเสิร์ตของ 3 เพื่อนซี้ “ROOM39” พร้อมเสียงร้องสดๆ กับ “เกิดมาเป็นเพื่อนเธอ”บทเพลงประกอบภาพยนตร์แอนิเมชั่น “ยักษ์ “จากฝีมือการแต่งของ “แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข”

สัมผัสความน่ายักษ์แบบกวนๆ กับทีมนักแสดงที่ให้เสียงให้ชีวิตเหล่าตัวการ์ตูนแอนิเมชั่น “ยักษ์” โลดแล่นได้อย่างสนุกสนานนำทีมโดยพี่หนุ่ม-สันติสุข พรหมศิริ (น้าเขียวทศกัณฐ์ หุ่นยักษ์), ตั๊ก-บริบูรณ์ จันทร์เรือง (กุมหุ่นยักษ์สีแดง), แจ๊ป เดอะริชแมนทอย (ก๊อกหุ่นยนต์พ่อค้าหุ่นเก่า), ทอดด์ ทองดี (ผู้ควบคุมการพากย์ยักษ์ในเวอร์ชั่นเสียงภาษาอังกฤษและให้เสียงของยักษ์เขียวทศกัณฐ์ในภาษาอังกฤษ), น้องออมสิน-ชนินาถ ศิริสวัสดิ์ (หุ่นกระป๋องสนิมน้อย) พร้อมผู้สร้างและทีมงานผู้อยู่เบื้องหลัง “ยักษ์” ฯลฯ

พิเศษสุดท้าให้ทุกคนที่รักยักษ์ แน่จริงมาขนของที่ระลึกแสนน่ารักจาก “ยักษ์” ที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษให้ทุกคนได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษตามบูธเกมต่างๆ ฟรี รับประกันความสนุกครบทุกกระบวนท่ายักษ์ที่พลาดไม่ได้อีกเพียบ

ครั้งแรกและครั้งเดียวหลังจากบ่มเพาะฟูมฟักในทุกขั้นตอนกว่าจะมาเป็นแอนิเมชั่นยักษ์ ด้วยเวลานานถึง 6 ปีเต็ม ถึงเวลาแล้วที่ “ยักษ์” จะออกมาอวดโฉมให้ทุกคนร่วมภาคภูมิใจและเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ “ยักษ์บุกเมือง” แล้วอย่าลืมไปตกหลุมรักยักษ์กันนะจ๊ะ


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     28 ก.ย. 55 18:54
 
 

ยักษ์ The Giant King

“กองทุนยักษ์ใหญ่ช่วยยักษ์เล็ก” โครงการดีๆ จากใจคนเลี้ยงยักษ์ จำหน่ายของที่ระลึกและหนังสือภาพยักษ์ รายได้สมทบทุนพาเด็กด้อยโอกาสดูหนังยักษ์ฟรี

ไหนๆ ก็มีโอกาสได้มารวมตัวกันทำ “ยักษ์” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นคุณภาพดีๆ ที่ไม่เพียงโชว์ศักยภาพการทำแอนิเมชั่นว่าฝีมือคนไทยก็ไม่เป็นรองใครแล้ว เนื้อในของการ์ตูนยักษ์ที่กลั่นจากไอเดียของ จิก ประภาส ชลศรานนท์ ยังสนุกสนานชนิดที่ว่าเป็นความบันเทิงแบบไร้มลพิษเหมาะกับทุกคนในครอบครัวพร้อมกับสอดแทรกเรื่องราวแนวคิดบวกๆ ของ “พลังยักษ์ที่อยู่ในตัวคนทุกคน เพียงแต่ว่าต้องรู้จักควบคุมและใช้พลังดังกล่าวให้ถูกทาง รวมไปถึงมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยักษ์หรือหุ่นกระป๋อง” งานนี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเหล่าชาวยักษ์ใหญ่ ทั้งคนทำยักษ์ คนเลี้ยงยักษ์ที่จะส่งต่อกิจกรรมดีๆ ไปถึงคนดูยักษ์

ด้วยการชักชวนมาร่วมเป็นหนึ่งในฐานะผู้สนับสนุนโครงการ “กองทุนยักษ์ใหญ่ช่วยยักษ์เล็ก” ที่ก่อตั้งโดยพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ ซึ่งมีจุดประสงค์หลัก คือเพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้ได้รับความสุข ความรู้ตามวาระต่างๆ โดยเริ่มที่การพาเด็กๆ ด้อยโอกาสจากโครงการ และมูลนิธิต่างๆ มาชมภาพยนตร์เรื่อง”ยักษ์” ซึ่งจะเริ่มเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 4 ต.ค. นี้เป็นต้นไปพร้อมกับมอบเงิน 100,000 บาทเพื่อเปิดกองทุนแรกประเดิมโครงการแรก “พาน้องด้อยโอกาสเข้าโรงหนังมาดูยักษ์”

โดยทั้งนี้กองทุนได้จัดให้มีการนำของพรีเมี่ยม และหนังสือภาพจากภาพยนตร์เรื่องยักษ์ที่ได้มีการจัดทำขึ้นเป็นพิเศษ อาทิ
1. พวงกุญแจยักษ์ ราคา 200 บาท
2. กระเป๋ายักษ์ ราคา 250 บาท
3. หนังสือ The Making of YAK โดย ประภาส ชลศรานนท์ ราคา 650 บาท
4. หนังสือ Comic book: Yak 2 เล่ม ราคาปกละ 265 บาท

วางจำหน่ายในงานอีเวนท์พิเศษของภาพยนตร์เรื่องยักษ์ที่จะจัดขึ้นใน ในวันที่ 30 ก.ย. ที่บริเวณงาน ยักษ์เฟสติวัล ชั้น 1 ลานอีเดน ตั้งแต่ 11.00 น. เป็นต้นไป และในวันที่ 2 ต.ค. บริเวณจัดงานรอบเวิลด์พรีเมียร์ภาพยนตร์เรื่องยักษ์ ชั้น 8 โรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิลด์ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     1 ต.ค. 55 16:53
 
 


ตัวอย่าง "ยักษ์" Version ภาษาอังกฤษ

เอาใจคอแอนิเมชั่นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ “ยักษ์” เปิดฉายให้เลือกชม 2 ภาษา “เสียงไทยและอังกฤษ” พร้อมคำบรรยาย

เปิดมิติใหม่ทั้งในส่วนของคุณภาพในเนื้องานการผลิตแอนิเมชั่นไทยที่ใช้ทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาทและใช้เวลาถึง6ปีเต็มสำหรับ “ยักษ์” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นสัญชาติไทยที่ “สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล” และพันธมิตรอย่าง “บ้านอิทธิฤทธิ์ ซูเปอร์จิ๋ว และเวิร์คพิคเจอร์ส” มาร่วมผนึกกำลังผลักดันฝันของครีเอทีฟนักคิดนักเขียนนักแต่งเพลงมือ1ของประเทศอย่าง “จิก ประภาส ชลศรานนท์” ที่กลั่นสมองและสองมือกำกับภาพยนตร์เรื่องยักษ์จนเสร็จสมบูรณ์พร้อมเตรียมเข้าฉายให้คอภาพยนตร์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งและสนุกสนานไปกับเรื่องราวการผจญภัยของ หุ่นยักษ์น้าเขียว (ทศกัณฐ์) และหุ่นกระป๋องเผือก (หนุมาน)

โดยแอนิเมชั่น “ยักษ์” จะฉายทั้งในระบบฟิล์ม และระบบ DIGITAL โดยในระบบ DIGITAL มีให้เลือกชมทั้งในรูปแบบของเสียงภาษาไทยพร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ และในรูปแบบของเสียงภาษาอังกฤษที่จะฉายพร้อมคำบรรยายภาษาไทย

สำหรับโรงภาพยนตร์ที่ฉายในระบบเสียงภาษาอังกฤษ พร้อมคำบรรยายภาษาไทยมีให้เลือกชมดังนี้
-โรงภาพยนตร์สยามพารากอนซีนีเพล็กซ์
-โรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิลด์ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์
-โรงภาพยนตร์เอสเอฟเอ็กซ์ ซีเนม่า เอ็มโพเรียม
-โรงภาพยนตร์เอสพลานาด รัชดาภิเษก


แก้ไขครั้งที่ 1 : 3 ต.ค. 55 22:12


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     3 ต.ค. 55 11:38
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

อลังการสุดๆ จิกประภาส-เอ็กซ์ชัยพร เนรมิตฉากมิวสิคคัล “ปาหี่เร่ขายปืนโมกขศักดิ์เปิดตัวกุมหุ่นยักษ์สีแดงและหุ่นกระป๋องสนิมน้อย” ได้โช้ย-จักรพัฒน์ผู้ควบคุมวงคุณพระช่วยออร์เคสตรามาร่วมบรรเลง

มีครบทุกรสชาติของความบันเทิงที่รับประกันว่าไม่มีพิษไม่มีภัย เพราะทุกฉากทุกซีนของ “ยักษ์” แอนิเมชั่นสุดพิถีพิถันถึง 6 ปีเต็มจากไอเดียคิด และลงมากำกับของ จิก ประภาส ชลศรานนท์ ล้วนแล้วอัดแน่นไปด้วยความสนุกสนานและสอดแทรกแง่มุมที่ลึกซึ้งชวนให้ขบคิดมุมมองบวกๆ ของแอนิเมชั่นเรื่องนี้กันได้ถ้วนหน้า แน่นอนว่านอกเหนือจากฉากรบอันยิ่งใหญ่อลังการระหว่างกองทัพหุ่นกระป๋องหนุมานกับทัพหุ่นยักษ์ที่นำโดยทศกัณฐ์แล้ว

ฉากที่พูดได้ว่าบ่งบอกถึงลายมือในความเป็นจิก ประภาส ผสมผสานกลมกลืนกับลายเส้น สีสัน แสงเงาของการ์ตูนจากเอ็กซ์ ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ รับรองว่า “ฉากเปิดตัวกุมหุ่นยักษ์สีแดงและน้องสนิมน้อยแสดงปาหี่เร่ขายปืนโมกขศักดิ์” จะเป็นฉากที่น้องๆ หนูๆ จะต้องชื่นชอบรวมไปถึงเหล่าคอแอนิเมชั่นตัวจริงจะต้องหลงรักฉากนี้ที่ถูกนำเสนอในรูปแบบของมิวสิคคัล ภายใต้การประพันธ์และควบคุมการบรรเลงดนตรีได้อย่างสนุกสนาน จากฝีมือของ โช้ย- จักรพัฒน์ เอี่ยมหนุน นักดนตรีคู่ใจของจิกประภาส (ที่มีเครดิตเป็นผู้ควบคุมวงดนตรีคุณพระช่วยออร์เคสตรา และแต่งดนตรีประกอบภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่นสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก) แน่นอนว่ายิ่งประกอบกับเสียงร้องใสๆ ของ น้องออมสินด.ญ.ชนินาถ ศิริสวัสดิ์ ซึ่งรับหน้าที่ให้เสียงให้ชีวิตหุ่นกระป๋องสีชมพูได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดู (โดยตัวน้องออมสินเองมาร่วมให้เสียงให้ชีวิตน้องสนิมและอยู่กับโปรเจ็คต์ยักษ์ยาวนานมาราธอนตั้งแต่อยู่ ป.2 จนถึง ม.1 ประมาณ 5-6 ปีเลยทีเดียว) ผสมผสานกับเสียงแหบพร่าแต่ซ่าส์ได้ใจของ ยักษ์กุม ที่ให้เสียงให้ชีวิตจัดเต็มไม่มีกั๊กโดยตั๊กบริบูรณ์ จันทร์เรืองอย่างแสบสันต์บ้าพลังมันส์จริงๆ

นี่คือ1ในหลายๆฉากที่เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของทีมงานทุกคนที่มีส่วนร่วมในย่างก้าวสำคัญเพื่อให้โลกได้รู้ว่าคนไทยก็สามารถทำแอนิเมชั่นที่มีมาตรฐานและเปี่ยมคุณภาพด้วยความรักและความทุ่มเทไม่แพ้ชาติใดในโลกอย่างแน่นอน และแน่นอนว่ากว่าจะเกิดเป็นภาพและเสียงปรากฎขึ้นมาอย่างที่เห็น เอ็กซ์ ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ ผู้กำกับร่วมซึ่งรับหน้าที่ในการกำกับในส่วนของงานแอนิเมชั่นของยักษ์เปิดใจว่าทีมแอนิเมเตอร์ต้องพิถีพิถันและใส่ใจในทุกรายละเอียดกันเลยทีเดียว

“ฉากนี้เป็นฉากเปิดตัวของกุมภกรรณกับน้องสนิม เป็นการเล่าเรื่องแบบละครเวทีมิวสิคคัลฉากนี้ใช้เวลาทำนานเหมือนกัน เพราะมีหุ่นยนต์ที่ใช้หลายร้อยตัวมาดูการแสดงปาหี่ การจัดแสงต่างๆได้ไอเดียมาจากงานคอนเสิร์ตครับ แต่ฉากนี้ใช้เวลาจัดแสง จัดไฟ ค่อนข้างยากเพราว่ากุมภกรรณเป็นสีแดง แต่แสงเป็นสีเขียวและมันเป็นสีที่ตัดกัน ใช้เวลาจัดนานกว่าจะลงตัวสวยงาม ต้องใส่ใจเรื่องการจับคู่สีกับอารมณ์ของภาพ บางภาพเราจัดไปปุ๊บมันมืดไปเด็กไม่น่าจะชอบเราก็จะเพิ่มไฟให้สว่างขึ้นมาอีก ส่วนเรื่องการใส่การเคลื่อนไหวของฉากนี้ต้องดูเสียงเพลงประกอบด้วยครับเพราะเป็นฉากมิวสิคคัลเลยต้องทำให้เข้ากับเพลง ยากตรงที่เราต้องทำให้หุ่นเหล็กให้ดูเป็นทั้งการ์ตูนด้วยเป็นทั้งเหมือนจริงด้วย แต่การที่มีเพลงเข้ามานั้นเป็นผลดีเลยครับ ถ้าเกิดมันมีเพลงเข้ามาอยู่ในฉากนั้นมันจะทำให้แอนิเมเตอร์รู้อารมณ์ของเรื่อง และก็การเคลื่อนไหวของปากที่ถูกเพลงกำหนดไว้ได้ง่ายขึ้น มันจะง่ายขึ้นจากการพากย์ธรรมดา แต่มันยากตรงที่ว่าถ้ามันถูกเพลงกำหนดไว้แล้วการเคลื่อนไหวมันจะเร็วหรือช้า แอนิเมเตอร์จะต้องเรียนรู้ด้วยเพื่อให้ภาพออกมาลื่นไหลและสมจริงที่สุด”

พบกับความอลังการของฉากมิวสิคคัลเปิดตัว 2 คาแรคเตอร์สำคัญ กุมหุ่นยักษ์สีแดง และน้องสนิมน้อย ที่รับรองว่าทุกคนจะต้องหัวเราะไปกับการให้ชีวิตให้เสียงของทั้งคู่จากฝีมือของ ตั๊กบริบูรณ์และน้องออมสิน และชื่นใจไปกับดนตรีเพราะๆ และมุกที่สอดแทรกอยู่ในฉากนี้อย่างแน่นอน สัมผัสกันเต็มๆ ตากับ “ยักษ์” 4 ต.ค. นี้ทุกโรงภาพยนตร์


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     10 ต.ค. 55 0:43
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

เซอร์ไพรส์ไม่มีหมดโปรเจ็คต์ “ยักษ์” ได้“โน้ส อุดม” ร่วมเติมความอารมณ์ดีให้ชีวิตตัวละครสำคัญ “หุ่นยนต์นักไต่ฝัน”

เป็นศิลปินหนุ่มอารมณ์ดีมาก แถมมองโลกด้วยเสียงหัวเราะอย่างสร้างสรรค์ชนิดหาตัวจับยาก และที่สำคัญหน่วยก้านบุคคลิกลักษณะเหมาะสมตรงกับคาแรคเตอร์ “หุ่นยนต์นักไต่ฝัน” ตัวละครพิเศษที่ชีวิตเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในการวิ่งตามความฝันซึ่งถือกำเนิดขึ้นตามตั้งใจของ จิก ประภาส ชลศรานนท์ ผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดู “ยักษ์” แอนิเมชั่นสัญชาติไทยที่หลายคนมองว่าจะเป็นการพลิกรูปแบบและย่างก้าวสำคัญของแอนิเมชั่นไทยซึ่งใช้เวลาฟูมฟักนานถึง6ปี ถึงขนาดหมายมั่นและตั้งใจว่าคนที่จะมาให้เสียงให้ชีวิตตัวละครสำคัญตัวนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช้ เดี่ยวไมโครโฟนมือ 1 โน้ส อุดม แต้พานิช

“มีตัวละครตัวหนึ่งมันคือหุ่นยนต์นักไต่เขาเป็นตัวสำคัญมาก แล้วผมอยากให้เป็นโน้สมาสวมบท ตั้งแต่คิดตัวละครตัวนี้ขึ้นมา เพราะต้องการความหมายอะไรบางอย่างโน้สตอบยินดีทันทีเพราะโน้สเขาก็คิดคล้ายๆ กับตัวนี้เหมือนกัน ตัวการ์ตูนหน้าเราก็เอามาจากโน้สแต่เดิมมีจมูกอยู่ แต่จมูกมันไม่เหมาะกับหุ่น เพราะมีแล้วมันดูเป็นคนมากเกินไป แล้วการออกแบบให้ไม่มีจมูกแต่ยังดูออกว่าคล้ายมันเป็นความสนุกและท้าทายอย่างหนึ่งนะพูดได้ว่าตัวนี้สร้างขึ้นมาสำหรับโน้สโดยเฉพาะเป็นคนเดียวเลย ตอนที่บอกอุดมให้มารับบทนี้ผมบอกว่าบทไม่เยอะเลยแต่บทสำคัญมาก เขาตั้งคำถามที่ทำให้ตัวละครเอกต้องทบทวน ที่เลือกอุดมมาพากย์ตัวนี้ก็เพราะตัวละครตัวนี้เหมือนคนพูดจาไร้สาระ แต่ตรงที่ไร้สาระนั้นเป็นสาระที่สุด เอ็กซ์ ชัยพรออกแบบหุ่นตัวนี้ให้มีอุปกรณ์ปีนเขาเต็มไปหมด รวมไปถึงขาที่เป็นจุกแบบติดผนัง และเสาอากาศที่เป็นล้อบนหัวเพื่อให้กลิ้งตัวไปมาแบบกลับหัวได้ อุดมพากย์อย่างสนุกสนานให้ผมเลือกสามสี่แบบ แบบนักเลงปากซอย แบบลุงขี้บ่น แบบคนใต้ อีกเหตุผลหนึ่งที่เลือกอุดมมารับบทนี้ก็เพราะตัวละครตัวนี้มีความคิดอยากทำสิ่งที่คนอื่นคิดว่าเป็นไปไม่ได้นั่นคือการปีนไปหาดวงอาทิตย์ ซึ่งผมคิดว่าอุดมเองก็เป็นศิลปินที่มุ่งมั่นคนหนึ่ง ผมว่าเขาทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เราเห็นหลายครั้งแล้วนะ”

ในขณะที่ตัวโน้สอุดมเองที่ครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นเป็นครั้งแรกกับประสบการณ์การให้ชีวิตตัวการ์ตูน แถมเป็นตัวการ์ตูนที่เขียนขึ้นตามบุคคลิกลักษณะคาแรคเตอร์ของตัวเองที่โดยส่วนตัวแล้วชื่นชอบการดูแอนิเมชั่นโดยมี Spirited Away ผลงานคลาสสิคของสตูดิโอจิบลิเป็นเรื่องโปรดได้พูดถึงตัวละครที่เขาได้รับและการทำงานในแอนิเมชั่นยักษ์ให้ฟังว่า

“ตัวบรู๊คส์นักไต่ฝันเป็นตัวละครเล็กๆ ตัวหนึ่งนะครับ แต่ว่าเขาจะมาบอกสารอะไรบางอย่างในเรื่อง เป็นจุดเล็กๆ จุดหนึ่งที่ทำให้ตัวละครหลักทั้งสองน้าเขียวกับเผือกได้เรียนรู้อะไรบางอย่างนะครับ เป็นคำพูดเล็กๆ สั้นๆ แต่ค่อนข้างทรงพลังและมีผลต่อเรื่องทำให้ตัวละครฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ ทางทีมงานบอกผมว่าตัวบรู๊คส์สร้างมาจากผม ก็ดูแล้วหน้าคล้ายๆ เหมือนกันนะ (หัวเราะ) ดีใจมากที่พี่จิกแกนึกถึงเรา รู้สึกเป็นเกียรติก็เลยลองพากย์ให้พี่จิกดูหลายแบบให้แกเลือกดูว่าชอบแบบไหน ทั้งแบบคนแก่มีอายุ แบบคนใต้ แบบนักเลงปากซอย (หัวเราะ)” งานพากย์ของผมครั้งนี้มันทำงานยากนิดหนึ่งนะครับ อย่างคนอื่นในการทำงานทีมงานเขาจะให้มีการโต้ตอบเหมือนละครเวทีแล้วค่อยให้วาดการ์ตูนเป็นแอนิเมชั่นตามบท แล้วทำการขยับปากตามการเคลื่อนไหวของนักแสดงออกเป็นภาพมาตามเสียง แต่ตัวละครของผมภาพมาก่อนแล้วผมก็มาพากย์จะยากในการไล่งับจับจังหวะและแสดงอารมณ์ มันก็เหมือนการพากย์หนังในสมัยโบราณน่ะครับ แต่มันเกิดขึ้นเฉพาะตัวละครของผมนะ (หัวเราะ) งานจะยากเพราะผมต้องมาลงเสียงให้ตรงปากแล้วทีนี้มันเป็นตัวการ์ตูนด้วยการ์ตูนปากมันจะไม่เหมือนคนเราพูดมันจะอ้าปากกว้างๆ สำหรับการ์ตูนเรื่องยักษ์นี้โดยส่วนตัวผมอยากดูมากครับ รอเรื่องนี้มาหลายปี เห็นว่าทำมา 6 ปีแล้ว แล้วก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องนะครับถึงแม้มันจะเป็นส่วนเล็กๆนะครับ ผมว่าบ้านเราน่าจะมีหนังแอนิเมชั่นอย่างนี้เยอะๆ นะครับ จุดเด่นของเรื่องนี้ ผมชอบตรงที่เอาตัวละครจากรามเกียรติ์มาประยุกต์อันนี้ผมว่าน่าสนใจมากๆ ครับ และในเรื่องก็จะมีแง่มุมดีๆ เกี่ยวกับ “มิตรภาพ” แล้วก็ “หน้าที่” ของเราไว้ให้คิด อันนี้น่าสนใจมากอยากให้ลองมาดูกันนะครับ”


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     11 ต.ค. 55 1:59
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

แอนิเมชั่นไทยกำลังใจล้นหลาม “ยักษ์” ครองแชมป์เปิดตัวหน้าโรงคึกคักแฟนๆ แห่ดู “น้าเขียวและพี่เผือก” แอ็คท่าถ่ายรูป

เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับบรรดาน้องๆ หนูๆ พี่ป้าน้าอาและเหล่าสมาชิกในครอบครัวตลอดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้อย่างชื่นมื่นเลยทีเดียว ชนิดที่ว่าทำเอาบรรยากาศความคึกคักของหน้าโรงภาพยนตร์ซึ่งห่างหายไปนานกลับมามีสีสันอีกครั้งสำหรับ “ยักษ์” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยโดยกลั่นจากไอเดียมันสมองและสองมือกำกับของ “จิก ประภาส ชลศรานนท์” ซึ่งเปิดตัวเข้าฉายเป็นที่เรียบร้อย

งานนี้เรียกได้ว่าเป็นที่ถูกอกถูกใจทั้ง น้องๆ ยักษ์จิ๋ว พี่ๆ ยักษ์วัยทีน ไปจนถึงคุณน้าคุณอาคุณพี่ยักษ์ใหญ่ก็คือการได้สัมผัสกับ น้าเขียวและพี่เผือกตัวเป็นๆ กันแบบประชิดตัว ได้ถ่ายรูปแอ็คท่ากันอย่างสนุกสนาน แถมแต่ละคนล้วนต่างหยิบมือถือขึ้นมาโพสต์ท่าแอ็คแชะกันทุกคนชนิดที่ว่าไม่เกี่ยงเพศและวัยเลยทีเดียว แม้แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต่างมาร่วมแอ็คท่าแยกเขี้ยวโชว์ยิ้มกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าชูนิ้ว ตัว วาย (Y) แสดงสัญลักษณ์ยักษ์กันเป็นแถว เราเลยได้เห็นบรรยากาศของเหล่าสมาชิกในครอบครัวที่นอกจากจะสนุกสนานไปกับภาพยนตร์แล้ว “น้าเขียวยักษ์ใหญ่ใจดี, พี่เผือกก๊วนกวน, พี่กุมหุ่นยักษ์สีแดงบ้าพลังสุดสุด, และป้าสดายุนกเหล็กสีดำขี้บ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องสนิมซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ อย่างเป็นเอกฉันท์ ก็ยังนำเอาแฮนด์บิลแผ่นพับใบใหญ่ยักษ์และสติกเกอร์สีสันสดใสที่รวมตัวการ์ตูนยักษ์เด่นๆ ทั้ง 5 ตัวมาแจกแฟนๆ กันทุกคนด้วย รวมทั้งมีบริการพริ้นท์รูปถ่ายคู่ยักษ์เผือกให้ฟรีกับผู้ชมอีกต่างหาก

ขณะเดียวกันน้องๆ หนูๆ บางคนที่ออกมาจากโรงภาพยนตร์ก็ยังเห็นคราบน้ำตาเพราะสงสารน้าเขียวก็มี ส่วนบรรดาเหล่าผู้ชมที่ได้สัมผัสกับการ์ตูนยักษ์แล้วต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าต่างชื่นชอบ อึ่งทึ่งและไม่คิดว่าฝีมือคนไทยจะทำแอนิเมชั่นพัฒนาไปไกลขนาดนี้ ภาพที่สวยและละเอียดมากๆ เทียบเท่ากับฮอลลีวู้ดเลยทีเดียว งานนี้ทำเอาบรรดาทีมงานที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ล้วนต่างหัวใจพองโตเมื่อทราบข่าวว่าภาพยนตร์เรื่องยักษ์ไม่เพียงทำรายได้เปิดตัวครองแชมป์ภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดในสัปดาห์ที่เข้าฉายแถมได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ชมหลากหลายกลุ่มที่ให้โอกาสคนทำแอนิเมชั่นไทยไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น คนทำงานหรือแม้แต่ผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเสียงตอบรับที่ดีมากๆ จากผู้ชมคนดูหนังจริงๆ ก็รู้สึกดีใจและฝากขอบคุณมายังคนดูหนังทุกคนที่ต่างให้โอกาสคนทำหนังไทย


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     16 ต.ค. 55 6:07
 
 

ยักษ์ The Giant King

สมความตั้งใจกองทุน “ยักษ์ใหญ่ช่วยยักษ์เล็ก” ชวนน้องๆ จากบ้านราชวิถีดูหนัง “ยักษ์” หัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันลั่นโรงภาพยนตร์

วันจันทร์ที่ 15 ต.ค.นี้ ณ โรงภาพยนตร์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดา “กองทุนยักษ์ใหญ่ช่วยยักษ์เล็ก” ในนามของ พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ คนเลี้ยงยักษ์ ได้พาน้องๆ ผู้ด้อยโอกาสจากสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถีจำนวนกว่า 200 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 5-18 ปีมานั่งกินป็อบคอร์นเครื่องดื่มกันอย่างสนุกสนานพร้อมร่วมผจญภัยไปกับ น้าเขียว หุ่นยักษ์ทศกัณฐ์ และ พี่เผือกหุ่นกระป๋องหนุมาน ในภาพยนตร์แอนิเมชั่น “ยักษ์” เต็มรูปแบบในโรงภาพยนตร์สมความตั้งใจของพี่จิกประภาส ชลศรานนท์ผู้กำกับภาพยนตร์และเป็นผู้ก่อตั้ง กองทุนยักษ์ใหญ่ช่วยยักษ์เล็ก โดยมีจุดประสงค์หลักคือเพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้ได้รับความสุข ความรู้ตามวาระต่างๆ โดยประเดิมเริ่มต้นจากการพาน้องๆ ด้อยโอกาสเข้าโรงหนังมานั่งดู “ยักษ์” เป็นกิจกรรมแรก งานนี้ตัวพี่จิกเองไม่เพียงควักทุนส่วนตัว 1 แสนบาท แต่ยังนำของพรีเมี่ยม และหนังสือภาพจากภาพยนตร์เรื่องยักษ์ออกจำหน่ายเพื่อรวบรวมรายได้มาเป็นทุนรอน และค่าใช้จ่ายในการประเดิมเปิดโครงการแรก จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ให้กับน้องๆ ตั้งแต่จัดหารถบัสไปรับน้องๆ ถึงบ้าน และทันทีที่เราได้เห็นสีหน้าแววตาอันมีความสุขของน้องๆ ในระหว่างที่นั่งชมภาพยนตร์ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง พูดได้ว่าความสุขดังกล่าวได้ส่งผลไปยังทีมงานภาพยนตร์เรื่องยักษ์ทุกคนได้มีความสุขร่วมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงหัวเราะสนุกสนานที่เกิดขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่าในระหว่างที่ภาพยนตร์ฉายมันคือกำลังใจที่ดีที่ส่งต่อให้ทุกคนที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ใช้เวลานานถึง 6 ปีเต็มเกิดอาการหัวใจพองโตเลยทีเดียว

หลังจากภาพยนตร์จบลงก็ก็ถึงเวลาที่พี่ๆ ยักษ์ใหญ่ต้องส่งน้องๆ ยักษ์เล็กจากบ้านราชวิถีเดินทางกลับบ้านกัน แถมท้ายด้วยขนมเป็นของฝากในระหว่างทางอีกด้วย เรียกได้ว่างานนี้ทั้งยักษ์ใหญ่ยักษ์เล็กต่างอิ่มบุญ และดื่มด่ำกับความสนุกสนานไปพร้อมกันกับการ์ตูนเรื่องยักษ์เลยทีเดียว


 
 
 


 
The Rover ดุกระแทกเดือด
 
 
The Rover ดุกระแทกเดือด
View : 6521
DownLoad : 65
 
 
Sin City A Dame to Kill For ซินซิตี้ ขบวนโหด นครโฉด
 
 
Sin City A Dame to Kill For ซินซิตี้ ขบวนโหด นครโฉด
View : 8252
DownLoad : 193
 
 
JOE
 
 
JOE
View : 4561
DownLoad : 41
 
 
Third Person ปมร้อนซ่อนรัก
 
 
Third Person ปมร้อนซ่อนรัก
View : 2462
DownLoad : 36
 
 
Swelter ปล้น ฉะ นรก
 
 
Swelter ปล้น ฉะ นรก
View : 5956
DownLoad : 56
 
 
 
 
 
     
   
     
 
 
 
AIS Sarnrak ลองดู สานรัก เอไอเอส
 
AIS Sarnrak
View : 9,861
Vote : 63
Download : 127
1
 AIS Sarnrak
7
2
 AIS Sarnrak
6
3
 AIS Sarnrak
6
4
 สสส.
3
5
 HAFELE
1
6
 Dtac
1
7
 Mansome
1
 
 
     
 
 
 
©2010 ADintrend