Email
Password
 
  จดจำข้อมูลเข้าสู่ระบบ
 
 
 +Home
 
  +ADThai
 
 +ADInter
 
 +ADMovie
 
 +Scoop Intrend
 
 +Top 10
 
 +ADBoard
 
 +Contact Us
 
 
 ดูทีวีออนไลน์  ฟังวิทยุออนไลน์
 
 
 
 
   
 

Rush อัดเต็มสปีด

  View : 13,282 Download : 198    
    ส่งให้เพื่อน
ภาพประกอบ 1 : Rush อัดเต็มสปีด
ภาพประกอบ 2 : Rush อัดเต็มสปีด
   
ภาพประกอบ 3 : Rush อัดเต็มสปีด
ภาพประกอบ 4 : Rush อัดเต็มสปีด
 
Embed
 
 
Rurouni Kenshin 3 The Legend Ends รูโรนิ เคนชิน คนจริง โคตรซามูไร
 
 
Rurouni Kenshin 3 The Legend Ends รูโรนิ เคนชิน คนจริง โคตรซามูไร
View : 275
DownLoad : 6
 
 
Foxcatcher
 
 
Foxcatcher
View : 165
DownLoad : 5
 
 
เร็วทะลุเร็ว
 
 
เร็วทะลุเร็ว
View : 3429
DownLoad : 33
 
 
Saint Laurent
 
 
Saint Laurent
View : 2238
DownLoad : 21
 
 
John Wick แรงกว่านรก
 
 
John Wick แรงกว่านรก
View : 4660
DownLoad : 88
 
 
 
 

หนังเรื่อง Rush อัดเต็มสปีด

 
 
เข้าฉายวันที่ : 26 กันยายน 2556
ผู้กำกับ : รอน ฮาวเวิร์ด
เขียนบท : ปีเตอร์ มอร์แกน
นักแสดง : คริส เฮมส์เวิร์ธ, แดเนียล บรูห์ล, โอลิเวีย ไวลด์, อเล็กซานดร้า มาเรีย ลาร่า

เรื่องย่อหนัง Rush อัดเต็มสปีด
พวกเขาคือคู่ปรับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกมกีฬา... ภาพยนตร์แรงทะลุอะดรินาลีน โดยผู้กำกับเจ้าของสองรางวัลออสการ์ รอน ฮาวเวิร์ด (A Beautiful Mind, Apollo 13) จากบทภาพยนตร์ของ ปีเตอร์ มอร์แกน (Frost/Nixon, The Queen) ที่ถ่ายทอดเรื่องราวในปี 1976 ที่สองนักขับรถสูตรหนึ่งในตำนานต่างช่วงชิงการเป็นเจ้าสนาม ที่หมายถึงเกียรติยศและศักดิ์ศรีของทั้งคู่

เรื่องราวเกิดขึ้นในทศวรรษที่ 70 ยุคทองของการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน มีนักขับเพียงสองคนที่ผลัดกันชนะจนมีคะแนนไล่เลี่ยกัน นั่นก็คือ เจมส์ ฮันท์ (คริส เฮมส์เวิร์ส จาก The Avengers และ Thor) นักขับชาวอังกฤษผู้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ มั่นใจในตัวเอง และไม่กลัวตาย ถ้าผลลัพธ์แลกมาด้วยชัยชนะ และ นิกิ เลาดา (แดเนียล บรูห์ จาก Inglorious Basterds) นักขับชาวออสเตรียผู้ที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ในการขับ และต้องการความสมบูรณ์แบบตลอดเวลา

ด้วยความแตกต่างในทัศนคติและแนวคิดของ ฮันท์ และ เลาดา ทำให้พวกเขาต้องปะทะกันไม่เพียงแต่ในสนามแข่งรถ แต่ยังรวมถึงชีวิตส่วนตัว ที่ผลักดันพวกเขาไปสู่จุดแตกหักทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ... ที่นี่ไม่มีเส้นทางลัดสู่ชัยชนะ หรือช่องว่างสำหรับความผิดพลาด และผู้ที่ยืนอยู่จุดสูงสุดก็มีได้เพียงแค่คนเดียว


 
     
 
   
 

 
 
โหลดหนัง Rush อัดเต็มสปีด
วิจารณ์หนังRush อัดเต็มสปีด
 
 AD Hunter   ©     24 ส.ค. 56 3:33
 
 

Rush อัดเต็มสปีด

ในช่วงทศวรรษที่ 70 คงไม่มีคู่แข่งไหนที่จะโด่งดังไปกว่า เจมส์ ฮันท์ และ นิกิ เลาดา โดย เจมส์ ฮันท์ ก็คือแชมป์การแข่งขันฟอร์มูล่าวันประจำปี 1976 ด้วยลีลาการขับรถในสนามที่ดุเดือดและกล้าได้กล้าเสีย โดยหลังจากวางมือเขาก็กลายเป็นนักพากย์กีฬาชื่อดังและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ในขณะที่ นิกิ เลาดา ก็คือแชมป์การแข่งขันฟอร์มูล่าวันถึง 3 สมัย (1975, 1977 และ 1984) โดยชนะมาทั้งสิ้น 25 สนามตลอดทั้งอาชีพ และก็ได้รับการกล่าวขวัญว่านักขับที่มีเทคนิกยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์

 
 
 

 
 AD Hunter   ©     24 ส.ค. 56 3:37
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

Rush เป็นผลงานการกำกับของ รอน ฮาวเวิร์ด ที่เชี่ยวชาญในการนำบุคคลที่มีอยู่จริงมาสร้างเป็นภาพยนตร์คุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น Apollo 13, A Beautiful Mind, Cinderella Man และ Frost / Nixon โดยเขาก็พูดถึงสิ่งที่ดึงดูดข้ามากำกับเรื่องนี้ว่า "ถึงผมจะไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้การแข่ง F1 แต่ผมก็จำได้ดีถึงช่วงเวลาที่ ฮันท์ และ เลาดา ขับเขี้ยวแย่งชิงความเป็นหนึ่งกัน เมื่อผมได้อ่านบทของ ปีเตอร์ ที่เขียน The Queen และ Frost / Nixon ผมก็ยิ่งเห็นบุคลิกภาพที่น่าสนใจของทั้ง ฮันท์ และ เลาดา คุณจะเข้าใจทันทีว่าทำไมพวกเขาถึงกลายเป็นศัตรูกันทั้งในและนอกสนาม"

 
 
 

 
 AD Hunter   ©     24 ส.ค. 56 3:37
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

Rush ตระเวนถ่ายทำในสนามแข่งขัน F1 ของจริงในสหราชอาณาจักร, เยอรมัน และออสเตรีย โดยได้ นิกกี้ ฟอล์คเนอร์ อดีตนักขับรถฟอร์มูล่าวัน เข้ามาเป็นที่ปรึกษาและสตันท์ในการขับทริคยากๆของการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง เพื่อให้ทุกอย่างออกมาได้อย่างเที่ยงตรงและแม่นยำตามประวัติศาสตร์ที่สุด

 
 
 

 
 AD Hunter   ©     12 ก.ย. 56 16:09
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

รอน ฮาวเวิร์ด ผู้กำกับเจ้าของรางวัลอสการ์สองสมัย (A Beautiful Mind, Frost/Nixon) กลับมาจับมือกับปีเตอร์ มอร์แกน มือเขียนบทผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์สองสมัย (Frost/Nixon, Queen) อีกครั้งใน Rush การขึ้นจอใหญ่ของศึกชิงชัยฟอร์มูล่าวันสุดโหดและน่าจดจำในยุค1970 ระหว่างหนุ่มเพลย์บอยมากพรสวรรค์จากอังกฤษ เจมส์ ฮันต์ (คริส เฮมส์เวิร์ธ จาก The Avengers, Thor) และคู่แข่งผู้เคร่งครัดจากออสเตรีย นิกิ เลาดา (แดเนียล บรูห์ล จาก Inglorious Basterds, The Bourne Ultimatum)

เบื้องหลังของ Rush คือยุคทองสุดเซ็กซี่และเย้ายวนของการแข่งรถ กับเรื่องจริงอันน่าตื่นเต้นของฮันท์สุดเท่ห์และยอดฝีมือเลาด้า สองนักแข่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกกีฬา หนังพาเราสู่ชีวิตส่วนตัวและการปะทะกันในสนามแข่งของพวกเขา ให้เราได้เห็นขีดสุดความอดทนทั้งทางร่างกายและจิตใจ และความจริงที่ว่าไม่มีทางลัดสู่ชัยชนะและไม่มีที่ว่างสำหรับความผิดพลาด

โอลิเวีย ไวล์ด (Tron: Legacy) และอเล็กซานดรา มาเรียน ลารา (The Reader) ร่วมแสดงในมหากาพย์แอ๊คชั่นดราม่าในบท ซูซี่ มิลเลอร์ และมารีน เลาดา คนรักของเจมส์และนิกิที่คอยเฝ้ามองและหวาดกลัวกับการแข่งขันเฉียดตายของทั้งคู่

Rush อำนวยการสร้างโดย แอนดรูว์ อีตัน (A Mighty Heart, The Killer inside Me), อีริค เฟลล์เนอร์ (Les Misérables, Tinker Tailor Soldier Spy), ไบรอัน โอลิเวอร์ (Black Swan, The Ides of March), ปีเตอร์ มอร์แกน, ไบรอัน เกรเซอร์ เจ้าของรางวัลออสการ์ (Apollo 13, A Beautiful Mind) และรอน ฮาวเวิร์ด หนังร่วมทุนโดยบริษัทครีคพิคเจอร์และเอ็กซ์คลูซีฟมีเดีย และร่วมสร้างโดยบริษัทเรโวลูชั่นฟิล์มส์และอิเมจินเอนเตอร์เทนเมนท์

ฮาวเวิร์ดได้รวบรวมทีมงานเบื้องหลังระดับแนวหน้าทั้งมือกล้องเจ้าของรางวัลออสการ์ แอนโธนี่ ด็อด แมนเทิล (Slumdog Millionaire, The Last King of Scotland), นักออกแบบงานสร้าง มาร์ค ดิกบี (Slumdog Millionaire, 28 Days Later), มือตัดต่อเจ้าของรางวัลออสการ์ แดน แฮนลี่ย์ และไมค์ ฮิลล์ (Apollo 13, A Beautiful Mind), นักออกแบบเครื่องแต่งกาย จูเลี่ยน เดย์ (Nowhere Boy, Salmon Fishing in the Yemen) และนักแต่งเพลงประกอบเจ้าของรางวัลออสการ์ ฮานส์ ซิมเมอร์ (The Lion King, The Dark Knight Rises)

อำนวยการสร้างบริหารโดย กาย อีสต์ (The Woman in Black, The Ides of March), นีล ซินแคลร์ (The Ides of March, End of Watch), โทบิน อาร์มบรัสต์ (End of Watch, The Woman in Black), ทิม บีแวน (Les Misérables, Tinker Tailor Soldier Spy), ไทเลอร์ ธอมป์สัน (Black Swan, The Woman in Black) และท็อดด์


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     12 ก.ย. 56 16:10
 
 

Rush ถ่ายทำในประเทศอังกฤษ เยอรมนี และออสเตรีย

ก่อนการถ่ายทำ
ย่ำรุ่งแห่งการแข่งขัน
เส้นทางสู่การชิงแชมป์โลกปี 1976

ปี 1975 นักแข่งชาวออสเตรีย นิกิ เลาดา ครองแชมป์การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน (หรือที่เรียกกันว่า “เอฟวัน”) ด้วยรถเครื่องยนต์เฟอร์รารี่ และอยู่ในแถวหน้าของการแข่งขันปี 1976 ซึ่งเป็นฉากหลังของ Rush


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     12 ก.ย. 56 16:10
 
 

การแข่งขันอันเหลือเชื่อในปี 1976

ช่วงแรกของการแข่งขันปี 1976 ไม่มีสัญญาณอะไรบ่งบอกเลยว่าจะเกิดการขับเคี่ยวที่ดุเดือดระหว่างนักแข่งสองคนนี้ ผู้รักษาแชมป์อย่างเลาดาคว้าชัย 6 ครั้งใน 9 สนามแรกของฤดูกาล โดยครองอันดับหนึ่งที่บราซิล, แอฟริกาใต้, เบลเยี่ยม, โมนาโก และสหราชอาณาจักร รวมทั้งครองอันดับสองที่สเปนและอเมริกา และอันดับสามที่สวีเดน

ช่วงกลางของฤดูกาล (8 การแข่งขัน) เลาดาและเฟอร์รารี่ของเขาทำคะแนนนำแบบทิ้งห่างคู่แข่งที่ตามมาถึงสองเท่า ขณะที่เลาดาทำคะแนนนอนมาแบบชิลๆ เจมส์ ฮันต์ ที่ต่อมากลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของเขา กลับล้มลุกคลุกคลาน ปีแรกที่ฮันต์อยู่ในทีมแม็คลาเรน เขาไปไม่ถึงเส้นชัยในการแข่งขัน 4 ครั้งของ 6 สนามแรกของฤดูกาล

ความขัดแย้งตามหลอกหลอนฮันต์แม้กระทั่งเมื่อคว้าชัย เขาเอาชนะเลาดาได้ในการแข่งขันครั้งที่สี่ของฤดูกาลที่สเปน แต่คณะกรรมการถอดเขาออกจากตำแหน่งหลังการแข่งขันโดยให้เหตุผลว่ารถมัลโบโร แม็คลาเรน ฟอร์ด เอ็ม 23 ของเขากว้างเกินไป ทีมแม็คลาเรนประท้วงว่าความผิดปกตินั้นเกิดจากการขยายตัวของยางระหว่างการแข่งขัน พวกเขาอุทธรณ์สำเร็จ แต่ก็ใช้เวลาถึงสองเดือนกว่าจะได้คะแนนของฮันต์กลับคืนมา

ฮันต์คว้าชัยในการแข่งขันที่ฝรั่งเศส (สนามที่ 8) เมื่อเลาดาจำเป็นต้องออกจากการแข่งขันเพราะปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ นั่นคือการแข่งขันเพียงครั้งเดียวที่นักแข่งชาวออสเตรียไปไม่ถึงเส้นชัย

หลังจากชัยชนะที่ฝรั่งเศส ฮันต์กลับบ้านเกิดอย่างวีรบุรุษเพื่อแข่งขันในสนามประเทศอังกฤษที่แบรนด์ แฮทช์ อย่างไรก็ตาม เลาดาทำให้ชาวอังกฤษผิดหวังเมื่อเขาอยู่ในจุดสตาร์ทที่ได้เปรียบและนำหน้าในครึ่งแรกของการแข่งขัน แต่เมื่อเลาดาเจอปัญหาเรื่องเกียร์ในอีก 15 นาทีที่เหลือ ฮันต์ก็ขึ้นนำและสร้างเสียงเฮให้กับแฟนชาวอังกฤษ เขาคว้าชัย ส่วนเลาดาครองอันดับที่สอง

แต่ความขัดแย้งก็ตบหน้าฮันต์อักครั้ง การแข่งขันที่อังกฤษจบลงหลังการเริ่มใหม่ในรอบแรก เคลย์ เรกาซโซนี่ เพื่อนร่วมทีมของเลาดาท้าทายเลาดา รถของพวกเขาสัมผัสกัน เรกาซโซนี่หมุนคว้างและถูกฮันต์กับฌาคส์ ลาฟฟิตชน แม้ว่าคันอื่นที่เหลือจะผ่านไปได้อย่างปลอดภัย แต่เศษรถแข่งบนถนนทำให้ต้องเริ่มใหม่

แม้ว่าจะถูกบังคับให้ออกจากการแข่งขัน ฮันต์ก็กระโดดขึ้นรถสำรองของทีม เช่นเดียวกับลาฟฟิตและเรกาซโซนี่ หลังการแข่งขัน ทีมเฟอร์รารี่และอีกสองทีมประท้วงชัยชนะจากการใช้รถสำรองของฮันต์ ทีมแม็คลาเรนก็สนับสนุน เพราะการแข่งขันยังไม่ครบรอบแรก ดังนั้นกฎเรื่องการเริ่มใหม่จึงไม่มีผล คณะกรรมการเอฟวันเห็นด้วยกับประเด็นประท้วง จึงถอดฮันต์ออกจากตำแหน่งผู้ชนะ และให้เลาดาขึ้นเป็นผู้ชนะแทน

ก่อนการแข่งขันครั้งที่ 10 ที่ประเทศเยอรมัน ฮันต์ทำคะแนนตีตื้นเลาดาขึ้นมาเล็กน้อย โดยมีคะแนนตามอยู่ 23 แต้ม และยังเหลือการแข่งขันอยู่อีก 7 ครั้ง ยังคงดูเหมือนว่าเลาดาจะครองแชมป์เป็นสมัยที่สอง

ทุกอย่างเปลี่ยนไปที่เยอรมัน


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     12 ก.ย. 56 16:10
 
 

เฉียดตายที่ “เดอะริง”

แม้ว่าเอฟวันจะแนะนำนวัตกรรมด้านความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้นในช่วงปี 1960 แต่ก็ยังตามไม่ทันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้รถวิ่งได้เร็วขึ้น ใน 56 ปีแรกของกีฬาประเภทนี้ อัตราการเสียชีวิตของนักแข่งอยู่ที่ 3 คนต่อปี ระหว่างปี 1967 ถึง 1975 มีนักแข่งเอฟวันเสียชีวิตในอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขันถึง 13 ราย

โค้งไหนก็ไม่อันตรายเท่านอร์ดชลีฟที่นูร์เบิร์ก-ริง ประเทศเยอรมัน สนามแข่งที่นักแข่งเอฟวันในตำนานอย่าง แจ็คกี้ สจ๊วต ตั้งชื่อเล่นให้ว่า “นรกสีเขียว” สนามแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาไอเฟลราว 70 ไมล์จากเมืองโคโลญจ์ และที่นั่นมักจะชื้นและหมอกหนา อากาศที่แตกต่างระหว่างจุดเริ่มต้นและปลายทางนั้นเป็นเรื่องปกติ และเส้นทางยาว 14.2 ไมล์ที่ขนานด้วยป่าไม้นั้นมีโค้งมากถึง 177 โค้ง

เลาดา ผู้สนับสนุนคนสำคัญด้านความปลอดภัยของนักแข่ง ต่อต้านการแข่งขันที่นูร์เบิร์ก-ริง ในการประชุมนักแข่งช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 1976 เลาดาเสนอให้นักแข่งคว่ำบาตรการแข่งขันที่นูร์เบิร์ก-ริงแต่แพ้คะแนนโหวต จากการกระตุ้นของสจ๊วต สนามแข่งแห่งนี้ได้ใช้งบประมาณมหาศาลในการปรับปรุงด้านความปลอดภัยโดยสร้างรั้วกั้นและขอบทาง แต่ “เดอะริง” ก็ยังคงถูกมองว่าเป็นสนามแข่งที่น่ากลัวอยู่ดี

“ปัญหาของนูร์เบิร์ก-ริงเห็นได้ตั้งแต่แว้บแรก” เลาดาเขียนไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติของเขา “โครงสร้างของมันทำให้มันเป็นสนามที่ยากที่สุด และแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะขับขี่อย่างปลอดภัยตลอดเส้นทาง 14.2 ไมล์ที่รายล้อมด้วยต้นไม้”

แม้ว่าจะกังวล แต่เลาดาก็ได้รับคัดเลือกให้เข้าแข่งขันเป็นอันดับหนึ่งในประเทศเยอรมัน ตามมาด้วยฮันต์ ในเช้าของวันแข่งขัน (วันที่ 1 สิงหาคม 1976) พยากรณ์อากาศเมืองนูร์เบิร์ก-ริงไม่อาจคาดเดาได้ เมื่อใกล้ถึงเวลาแข่งขัน ฝนก็เริ่มตกลงมา เกือบทุกทีมเปลี่ยนยางเป็นยางสำหรับพื้นเปียก ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ผิดพลาด เพราะฝนซาและลมแรงทำให้พื้นแห้ง

เลาดาเริ่มต้นการแข่งขันอย่างทุลักทุเลและชะลออย่างรวดเร็วในสนาม เขาจำได้ว่าหยุดรถเพื่อเปลี่ยนยางจากยางเปียกเป็นยางแห้ง และนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่จำได้ เมื่อเข้าใกล้โค้ง ไทรอดตัวหนึ่งของเฟอร์รารี่หัก รถแฉลบเข้าข้างทาง ชนเข้ากับรั้วกั้น หมุนคว้างกลางอากาศ และกระแทกลงบนพื้นถนน

รถแข่งคันแรกที่ตามมาสามารถหลบเลาดาและชิ้นส่วนรถได้ แต่คันที่สองซึ่งขับโดย เบร็ตต์ ลังเกอร์ ชนเข้ากับเลาดา ไฟไหม้เฟอร์รารี่ของเลาดา ส่วนคันต่อมาซึ่งขับโดย เฮอราลด์ เอิร์ทล์ ก็ไถลชนเข้ากับรถทั้งสองคัน ลังเกอร์กับเอิร์ทล์ไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่รถของเลาดาไฟลุกท่วม นักแข่งหลายคนรวมทั้งลังเกอร์และเอิร์ทล์ช่วยกันดึงเลาดาออกจากรถที่ไฟลุกท่วม พวกเขาดึงเลาดาออกมาได้สำเร็จ แต่ก็หลังจากที่เขาถูกไฟไหม้เป็นแผลฉกรรจ์

เลาดาได้รับการเคลื่อนย้ายโดยเครื่องบินและเข้ารับการรักษาขั้นสูงที่เมืองมานไฮม์ด้วยทีมแพทย์ 6 คน และพยาบาล 34 คนที่ช่วยกันยื้อชีวิตของเขา ผิวหนังของเขาถูกไฟไหม้ระดับ 3 บริเวณศรีษะและข้อมือ กระดูกซี่โครงหักหลายซี่ กระดูกไหปลาร้าและโหนกแก้มแตก ที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือความเสียหายของปอดซึ่งเกิดจากการสูดสารพิษจากถังดับเพลิงที่นำมาดับเพลิงในที่เกิดเหตุ

แม้ว่าสุดท้ายฮันต์จะชนะที่สนามแข่งประเทศเยอรมัน แต่วันต่อมาข่าวอุบัติเหตุของเลาดาและการแข่งขันเฉียดตายกลับครองสื่อ เลาดาอยู่ในสภาพเป็นตายเท่ากันอยู่ถึง 4 วัน

แต่เลาดาไม่ยอมแพ้ ตาของเขาเกือบบอด จึงพยายามฟังเสียงเพื่อไม่ให้หมดสติ หลังจากอาการดีขึ้น เขาก็วางแผนกลับไปแข่งทันทีในฤดูกาลเดียวกัน เขาได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากนักบำบัดโดยออกกำลังกาย 12 ชั่วโมงต่อวัน “ถือว่าผมฟื้นตัวเร็วในสภาวะที่เกิดความเสียหายของอวัยวะสำคัญ” เลาดาเขียนไว้ “แต่ปรากฏว่าอาการบาดเจ็บของผมซับซ้อนกว่านั้น”

นอกจากบาดแผลไฟไหม้ขั้นรุนแรงบริเวณใบหน้า เปลือกตาทั้งสองข้างก็ถูกไหม้ไปด้วย บรรดาศัลยแพทย์พลาสติคเสนอความคิดเห็นในการรักษาเขาแตกต่างกันไป แต่เลาดาเลือกศัลยแพทย์ชาวสวิสที่ใช้ผิวหนังจากหลังใบหูมาสร้างเป็นเปลือกตาใหม่ให้เขา


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     12 ก.ย. 56 16:11
 
 

ฮันต์ไปต่อ เลาดาคืนสนาม

เมื่อเลาดาออกจากการแข่งขัน ฮันต์ก็ทำคะแนนขึ้นนำ เขาได้อันดับที่สี่ในการแข่งขันที่ออสเตรีย ตามมาด้วยอันดับหนึ่งที่เนเธอร์แลนด์ กวาดคะแนนขึ้นนำเลาดาสองคะแนนเป็น 58 ต่อ 56 เหลืออีกเพียงสองสนาม และดูเหมือนเลาดาจะไม่กลับมาแข่งในปีนั้นแล้ว แชมป์โลกจึงน่าจะตกเป็นของฮันต์

และแล้วข่าวอันเหลือเชื่อก็ออกมาจากค่ายของเลาดาว่าแชมป์เก่าคนนี้จะคืนสนามในการแข่งขันที่อิตาลีในวันที่ 12 กันยายน 1976 ซึ่งให้หลังอุบัติเหตุเฉียดตายเพียง 6 สัปดาห์ น่าอัศจรรย์ที่เขาได้รับเลือกเป็นอันดับที่ห้าให้เข้าแข่งขันและทำคะแนนอยู่ในอันดับที่สี่ ส่งผลให้แต้มของเขาขึ้นนำฮันต์ ขณะที่ฮันต์เกือบไม่ได้รับคัดเลือกลงแข่งและล้มเหลวในการไปถึงเส้นชัย

ฮันต์คืนฟอร์มด้วยการคว้าชัยที่แคนาดาและอเมริกา ขณะที่เลาดาได้อันดับที่แปดและสามตามลำดับ ระหว่างนั้น สหพันธ์รถยนต์นานาชาติได้ถอนชัยชนะวันที่ 18 กรกฎาคมที่ประเทศอังกฤษของฮันต์ ขณะนี้เลาดามีแต้มเหนือฮันต์อยู่ที่ 68 ต่อ 65 และเหลือการแข่งขันอีกเพียงสนามเดียวของฤดูกาล นั่นคือที่ประเทศญี่ปุ่น

แม้ว่าคะแนนของฮันต์จะตามเลาดาอยู่ แต่หนุ่มอังกฤษผู้นี้กลายเป็นสมบัติสุดฮอตของวงการรถแข่ง ขณะที่เลาดาคว้าชัยสี่ครั้งในหกสนามแรกของฤดูกาล ฮันต์ก็คว้าชัยสี่ครั้งในหกสนามล่าสุดของฤดูกาลเช่นกัน

ที่ญี่ปุ่น ฮันต์และเลาดาได้รับคัดเลือกให้เข้าแข่งขันในอันดับที่สองและสามตามลำดับ ตามหลังมาริโอ แอนเดร็ตติ เลาดาอาจจะกังวลเรื่องพยากรณ์อากาศมากกว่า แต่เขารู้ว่ารถของฮันต์คุมได้ดีกว่าบนถนนเปียก นอกจากนี้เขายังกังวลเรื่องดวงตาและความสามารถในการมองเห็นที่ลดลงในสภาพฝนตกด้วย

สิ่งที่เลาดากลัวที่สุดเป็นจริงขึ้นมาเมื่อฝนตกตลอดทั้งคืนบนสนามแข่งนานาชาติฟูจิ ตามด้วยหมอกและฝนที่ตกหนักขึ้นในวันแข่ง ฮันต์และเลาดาในฐานะสมาชิกคณะกรรมการความปลอดภัยเสนอให้ผู้จัดงานเลื่อนการแข่งขันออกไป แต่ไม่มีใครฟัง แม้ว่าการแข่งขันจะช้ากว่ากำหนดเกือบสองชั่วโมง แต่ก็ยังคงมีการแข่งขันตามกำหนดการ

ฮันต์ออกตัวเร็วขณะที่เลาดารั้งท้ายอย่างรวดเร็ว หลังสองรอบการแข่งขัน เลาดาชะลอจอดและดับเครื่องยนต์ “มันอันตรายเกินไป” เขากล่าว

ฮันต์ครองอันดับที่สามถัดจากแอนเดร็ตติและแพทริค ดีเพลเลอร์ เขาได้ 4 แต้มจากการแข่งขัน เฉือนเอาชนะและโค่นแชมป์เก่าอย่างเลาดาไปเพียง 1 แต้ม ฮันต์เองยังแปลกใจกับตำแหน่งแชมป์ที่ได้ เพราะเขาเข้าเส้นชัยค่อนข้างช้า

“ผมคิดว่านิกิกล้าหาญมากที่ตัดสินใจหยุด ผมเห็นใจเขา” ฮันต์ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Sports Illustrated “เขากล้าหาญมากในสถานการณ์แบบนั้น พูดตามตรง ผมคิดว่าไม่ควรให้มีการแข่งขันในสภาพอากาศแบบนั้นด้วยซ้ำ การตัดสินใจไม่แข่งต่อของนิกิถือว่ามีเหตุผล ในสถานการณ์แบบนั้น ด้วยอุบัติเหตุที่นูร์เบิร์ก-ริงและอะไรต่างๆ นานา เป็นใครก็ต้องตัดสินใจเหมือนเขา”

เลาดาออกจากสนามทันทีเพราะไม่ต้องการตอบคำถามสื่อหลังการแข่งขัน หลายปีต่อมา เขาแสดงความเสียใจเล็กน้อยกับการตัดสินใจครั้งนั้น “ผมมองการเสียแชมป์ในปี 1976 ต่างออกไปจากทีแรก ถึงแม้จะไม่ได้โทษตัวเองก็เถอะ ถ้าผมเครียดน้อยลงสักนิดในตอนนั้น ถ้าผมใจเย็นและฝืนทำแต้มอีกสักหน่อยเพื่อให้ได้แชมป์ ผมก็อาจจะได้สี่แต้มแทนที่จะเป็นสาม แต่พูดตามตรง ช่างมันเถอะ”


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     12 ก.ย. 56 16:11
 
 

สิ้นสุดยุค

เลาดากลับมาทวงตำแหน่งแชมป์คืนในปี 1977 กับทีมเฟอร์รารี่ แต่เหตุการณ์ในปี 1976 ติดตรึงอยู่ในใจแฟนนักแข่งอีกหลายทศวรรษต่อมา เขาเปลี่ยนมาอยู่ทีมแม็คลาเรนและคว้าแชมป์สมัยที่สามในปี 1984 ด้วยคะแนนนำเพื่อนร่วมทีมอย่าง อแลง พรอสต์ เพียงหนึ่งคะแนนครึ่ง หลังจากฤดูกาลแข่งขันปี 1985 เลาดาก็เกษียณตัวเองจากสนามแข่ง

แผลไฟไหม้ฉกรรจ์บริเวณศีรษะจากการแข่งขันที่ประเทศเยอรมันในปี 1976 ทำให้เลาดามีแผลเป็นขนาดใหญ่ เขาเสียหูด้านขวาไปเกือบหมด เช่นเดียวกับผมบนศีรษะฝั่งขวา คิ้วและเปลือกตา เขาได้รับการผ่าตัดศัลยกรรมสร้างเปลือกตาและทำให้มันใช้งานได้ แต่ก็ไม่เป็นปกติ นับตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ เขาต้องสวมหมวกแก๊ปเพื่อปกปิดแผลเป็นบนศีรษะ นอกจากจะเขียนหนังสือ 5 เล่ม เลาดายังทำธุรกิจสายการบินเลาดาแอร์ ก่อนจะขายกิจการให้กับออสเตรียนแอร์ไลน์ในปี 2000

การต่อสู้อันดุเดือดระหว่างฮันต์และเลาดา ทำให้ฮันต์คว้าแชมป์โลกได้ครั้งเดียวในชีวิต หลังจากปี 1979 ฮันต์ก็เกษียณตัวเองจากการแข่งขันและทำงานเป็นนักพากย์กีฬารถแข่งที่ BBC อยู่หลายปี อีกทั้งรับหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่นักแข่งรุ่นใหม่ด้วย

ฮันต์เสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจวายในปี 1993 ขณะอายุ 45 ปี


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     12 ก.ย. 56 16:11
 
 

เกี่ยวกับงานสร้าง

อัศวินคืนสนามแข่ง
เส้นทางสู่จอภาพยนตร์ของ Rush

มือเขียนบทชาวอังกฤษ ปีเตอร์ มอร์แกน เชื่อว่าการแข่งขันระหว่างเลาดาและฮันต์และการขับเคี่ยวบนสนามแข่งฟอร์มูล่าวันในปี 1976 ของพวกเขาคือเรื่องราวที่ควรจารึกไว้บนหน้าประวัติศาสตร์กีฬา

มอร์แกน (The Last King of Scotland, Frost/Nixon, The Queen) เล่าว่า "ผมโตในอังกฤษ และรู้เรื่องราวของฮันต์ดี แต่ไม่เคยรู้เรื่องของนิกิเลย"

มอร์แกนอาศัยอยู่ในประเทศออสเตรีย เขาติดต่อเลาดาเพื่อเขียนบทหนังเกี่ยวกับการแข่งขันในปี 1976 เลาดายินยอมและให้ข้อมูลอันมีค่าในการเขียนบท

มอร์แกนเขียนบทอย่างพรั่งพรูจากเรื่องราวที่ได้รับฟัง เขาบอกว่า "ผมคิดว่ามันน่าสนใจ แต่ผมเป็นคนอังกฤษที่แต่งงานกับสาวออสเตรียและอาศัยอยู่ที่เวียนนา ผมไม่รู้ว่าคนอื่นจะสนใจรึเปล่า พอเขียนบทเสร็จ ผมก็นำไปเสนอหลายๆ คน ปรากฏว่าพวกเขาก็คิดว่ามันน่าสนใจเช่นกัน"

คนหนึ่งที่มอร์แกนนำบทไปเสนอคือผู้อำนวยการสร้าง แอนดรูว์ อีตัน ที่พบว่านอกจากหนังจะมีฉากหลังเป็นการแข่งขันเอฟวันที่น่าตื่นเต้นและเย้ายวนแล้ว หัวใจของเรื่องยังมุ่งไปที่ตัวละครสองตัวที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง "ศูนย์กลางของเรื่องคือตัวละครสองตัว คนหนึ่งเป็นชาวออสเตรีย อีกคนหนึ่งเป็นชาวอังกฤษ" อีตันกล่าว "แกนเรื่องอยู่ที่ผู้ชายสองคนนี้ อยู่ที่สไตล์และชีวิตที่แตกต่างกันของพวกเขา แต่ก็ยังมีฉากหลังเป็นการแข่งรถ ทำให้หนังกลายเป็นหนังตัวละครที่มีแอ๊คชั่น"

แก่นเรื่องและช่วงเวลาของเหตุการณ์ใน Rush ดึงดูดความสนใจของ อีริค เฟลเนอร์ และทิม บีแวน ที่เพิ่งร่วมอำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Senna ที่สร้างจากชีวิตของแชมป์ฟอร์มูล่าวัน เอรีตัน เซนน่า เฟลเนอร์เล่าว่าเขาหลงใหลการแข่งรถตั้งแต่ยังเด็ก "ช่วงกลางยุค 70 ทำให้ย้อนนึกถึงความตื่นเต้นของการแข่งขันเอฟวัน ตอนนั้นผมยังเป็นนักเรียน และเอฟวันคือมหากาพย์กีฬาที่ต้องติดตามกันทุกสัปดาห์ นักแข่งเหล่านั้นคือนักรบ พวกเขาเซ็กซี่และน่าตื่นเต้นมากเพราะต้องเสี่ยงตายทุกสัปดาห์ พวกเขาคือร็อคสตาร์และไม่มีใครที่จะเป็นตัวแทนของนิยามนั้นได้ดีกว่า เจมส์ ฮันต์"

"ผมเริ่มทำหนังในยุค 80 และอยากทำหนังเกี่ยวกับการแข่งรถมาตลอด" เฟลเนอร์กล่าวต่อ "แต่ก็ไม่มีโอกาสสักที จนกระทั่งได้ทำหนังสารคดีเกี่ยวกับชีวิตของ เอรีตัน เซนน่า แต่ก็ยังอยากทำหนังใหญ่เกี่ยวกับเอฟวันมาตลอด โดยเฉพาะหนังย้อนยุคซึ่งคงแพงมาก และแล้วปีเตอร์ มอร์แกน และแอนดรูว์ อีตัน ก็นำบทหนังเรื่องนี้มาเสนอโดยบอกว่าสามารถทำออกมาด้วยทุนสร้างที่สมเหตุสมผล ผมไม่อาจปฏิเสธและตกลงร่วมงานกับพวกเขา"

ไบรอัน โอลิเวอร์ ผู้อำนวยการสร้างจาก Black Swan, The Ides of March และ The Woman in Black รู้ว่าฉากหลังและเรื่องราวจะทำให้ Rush เป็นโปรเจ็คต์ที่พัฒนาได้ เขาตกลงหาทุนและติดต่อผู้อำนวยการสร้างบริหาร ไนเจล ซินแคลร์ และกาย อีสต์ ทันที "ผมอ่านบทและคิดว่า ว้าว! ผมต้องทำงานนี้ มันเป็นมากกว่าหนังกีฬาและกลายเป็นเรื่องของตัวละครล้วนๆ" โอลิเวอร์กล่าว

ซินแคลร์กล่าวว่า "ในฐานะแฟนฟอร์มูล่าวัน ผมมองเห็นศักยภาพของเรื่องราวการแข่งขันนี้ทันที"

ความหลงใหล บุคลิก และการคับเคี่ยวกันของตัวละครเหล่านี้ รวมทั้งประสบการณ์การทำงานกับมอร์แกน ดึงดูดให้ผู้กำกับเจ้าของสองรางวัลออสการ์ รอน ฮาวเวิร์ด สนใจ Rush "ผมมีประสบการณ์การทำงานที่ดีมากกับปีเตอร์ตอนที่ทำ Frost/Nixon พอเขาเล่าเรื่องราวความขัดแย้งของตัวละครอันน่าทึ่งสองตัวนี้ ผมรู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก" ฮาวเวิร์ดกล่าว "ตัวละครเข้มข้นมาก การแข่งขันระหว่างเจมส์ ฮันต์ กับนิกิ เลาดา น่าติดตามมาก มันรุนแรง เซ็กซี่ และสะเทือนใจ เหมาะกับการสร้างเป็นหนังดราม่าที่ดี ในปี 1976 ทุกอย่างรุนแรง ทุกคน แม้แต่คนที่ไม่ได้ติดตามกีฬาประเภทนี้ ต่างพูดถึงมัน ทุกคนต่างเขียนถึงมันเพราะพวกเขาต่างกันมาก มันไม่ได้แค่จะเป็นหนังดราม่าที่ดี แต่มันยังสร้างบุคลิกสองขั้วที่ทำให้เกิดอารมณ์ขันด้วย"

"บางฉากก็เป็นเรื่องจริงทั้งหมด บางฉากก็มีการเสริมเติมแต่ง แต่ทุกอย่างก็เพื่อสนับสนุนสิ่งที่เราคิด ผลลัพธ์คือความตรงไปตรงมาที่ไม่ถึงกับจริงแท้พันเปอร์เซ็นต์" ผู้กำกับกล่าว

"ผมจำความแตกต่างทางวัฒนธรรมของยุคนั้นได้" ฮาวเวิร์ดกล่าว "มันคือช่วงปลายการปฏิวัติทางเพศซึ่งไม่มีอะไรต้องกลัวและฉลองกันได้ทุกเรื่อง ช่วงเวลาที่เซ็กส์ปลอดภัยและการขับรถอันตราย การมุ่งมั่นแสดงตัวตน การคว้าโอกาส และยืนหยัดเพื่อสิ่งพิเศษ ไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นเรื่องของวัฒนธรรม ตอนที่ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับฟอร์มูล่าวัน ผมรู้ว่าเดี๋ยวนี้คนไม่ทำอย่างนั้นแล้ว แต่ผมว่าโลกของคนดังในยุค 70 ไม่ได้แปลกประหลาดอะไร"

เหล่าผู้อำนวยการสร้างรู้ว่าฮาวเวิร์ดสามารถหาความเป็นมนุษย์ในตัวละครจริงได้ดี จากผลงานที่ผ่านมาอย่าง A Beautiful Mind และ Apollo 13 "เป็นข้อดีที่เขาไม่ค่อยรู้เรื่องกีฬารถแข่ง จากประสบการณ์ของผม ถ้าผู้กำกับไม่รู้เบื้องลึกของเรื่องที่จะทำ เขาจะยิ่งมีมุมมองที่น่าสนใจ รอนพาเราไปยังที่ที่ไม่เคยมีผู้กำกับคนไหนพาไปมาก่อน"

ผู้อำนวยการสร้างคนต่อมาที่เข้ามาร่วมโปรเจ็คต์นี้คือ ไบรอัน เกรเซอร์ จาก Imagine Entertainment ที่เคยร่วมงานกับรอนใน Frost/Nixon "สิ่งที่ Rush มีเหมือนกับหนังเรื่องก่อนๆ ของรอนคือตัวตนของตัวละคร จิตวิญญาณของพวกเขา" เกรเซอร์กล่าว "Rush พูดถึงผู้ชายสองคนที่มีจุดบกพร่องและมาแข่งขันกัน หนังเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการคว้าชัยในการแข่งขัน แต่เกี่ยวกับการที่ผู้ชายสองคนนี้เอาชนะข้อบกพร่องของตัวเองผ่านการแข่งขันและเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย ชัยชนะของพวกเขาอยู่ตรงนั้น สุดท้ายแล้ว ฮันต์และเลาดาไม่ได้ปรับปรุงตัวเองผ่านการแข่งขัน แต่พวกเขาปรับปรุงคุณค่าของกันและกันมากกว่า"


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     12 ก.ย. 56 16:11
 
 

สุดยอดคู่แข่ง
การตามล่าหาฮันต์และเลาดา

จากบทนำใน Thor และ The Avengers ทำให้นักแสดงชาวออสซี่ คริส เฮมส์เวิร์ธ กลายเป็นนักแสดงเนื้อหอมเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา บทบาทที่หลากหลายใน The Cabin in the Woods และSnow White and the Huntsman ทำให้เขากลายเป็น เจมส์ ฮันต์ ที่ฮาวเวิร์ดบอกว่าเป็น "ร็อคสตาร์บนสนามแข่ง" ได้ไม่ยาก

"เจมส์ขึ้นชื่อเรื่องสาวๆ และการใช้ชีวิตอย่างอิสรเสรีแบบคนยุค 70" ฮาวเวิร์ดกล่าว "แต่เขาก็เก่งเรื่องการแข่งขัน เขาแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถยิ่งใหญ่ได้โดยไม่ทำให้มันเป็นธุรกิจ ว่าวิชาชีพสามารถเป็นรูปแบบหนึ่งของการแสดงออก ไม่ใช่แค่งาน การแสดงของคริสสื่อตรงนั้นได้"

ฮาวเวิร์ดไม่เคยเจอคริสมาก่อนจนกระทั่งตอนคัดตัวนักแสดง "คริสได้บทนี้เพราะการออดิชั่นอันยอดเยี่ยมของเขา ผมดูเขาใน Thor และ Star Trek ผมเจอเขา ผมชอบเขา แต่ไม่แน่ใจว่าเขาจะเป็น เจมส์ ฮันต์ ได้หรือเปล่า เขาทำให้เรามั่นใจจากเทปการแสดงที่เขาทำระหว่างถ่ายหนังเรื่อง The Avengers มันเยี่ยมมากจนต้องพูดว่า "ได้โปรดให้เขาเซ็นสัญญารับบทนี้เถอะ"

ปกติแล้วนักแสดงจะอยากทำตัวให้ใกล้เคียงกับตัวละคร แต่นั่นไม่ได้ง่ายเสมอไป แม้ว่าเฮมส์เวิร์ธจะมีตาสีฟ้าและท่าทางเหมือนฮันต์ แต่การหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับตัวละครต้องการ อะไรมากกว่านั้น" มันน่าสนใจในการพยายามค้นหาว่าเจมส์เป็นคนยังไง" คริสกล่าว "ในการอ่านอัติชีวประวัติ ดูบทสัมภาษณ์ และพูดคุยกับคนที่รู้จักเขา ผมพบว่ามีหลายความคิดเห็นมาก เขาเป็นคนที่เร่าร้อน เปิดเผย และสนุกสุดเหวี่ยง แต่ก็มีอีกด้านหนึ่ง คือด้านมืด เขามีความขัดแย้งในตัวเอง ซึ่งนั่นทำให้ตัวละครน่าสนใจ"

เฮมส์เวิร์ธได้เรียนรู้ว่าตัวตนของฮันต์แสดงออกมาชัดเจนที่สุดบนสนามแข่ง "ผมคุยกับเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งของเจมส์ เขาเคยพูดกับเจมส์ว่า 'พระเจ้า เจมส์ สองรอบแรกนายสะเปะสะปะมากเลย' เจมส์ตอบเขาว่า 'รู้มั้ย ฉันจำสองรอบแรกนั่นไม่ได้เลย' อะดรินาลินเขาหลั่งมากขนาดนั้นและเราจะได้เห็นในหนัง เขาอาเจียนก่อนการแข่งขันและอยู่ในสภาวะตึงเครียดอย่างหนักเพราะเขาเชื่อว่านั่นจะทำให้เขาโชว์ฟอร์มได้ดีที่สุด"

ยิ่งเฮมส์เวิร์ธค้นคว้าปูมหลังของฮันต์มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งทึ่ง "แหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดที่ผมเจอคือฟุตเตจหลังการสัมภาษณ์ที่ไม่มีใครรู้ตัวว่าถูกถ่ายทำ มันทำให้เห็นว่าเจมส์เป็นคนยังไง ดวงตาเขาเปล่งประกายอย่างคนที่กระหายชีวิต เขาสนใจทุกอย่างรอบตัว เหมือนเด็กเล็กๆ" เฮมส์เวิร์ธกล่าว "เขาไม่อยากแข่งได้ที่สองหรือสาม ถ้าไม่ชนะก็ไม่มีประโยชน์ หลังจากได้แชมป์ในปี 1976 เขาก็ถอนตัว ผมว่าเขาคงไม่ตื่นเต้นเหมือนเดิมแล้วน่ะ"

เฮมส์เวิร์ธไม่รู้ว่าข่าวลือเรื่องผู้หญิงของฮันต์จริงเท็จอย่างไร "ในประวัติของฮันต์ระบุว่าเขากิ๊กกับสาวถึง 5,000 คน" เขาเล่า "เรื่องเด็ดมีอยู่ว่าแอร์โฮสเตสที่เดินทางมาญี่ปุ่นพักโรงแรมเดียวกับเขาช่วงก่อนการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่สนามฟูจิ คืนนั้นเขาสับรางอยู่กับสาวแต่ละคนหรือไม่ก็พร้อมกัน"

เฮมส์เวิร์ธเข้าใจความแตกต่างระหว่างฮันต์กับเลาดาที่มอร์แกนเขียนไว้ในบทหนัง เขากล่าวว่า "สองคนนี้เหมือนหยินและหยาง ผมคิดว่าพวกเขาถึงสิ่งที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดของอีกฝ่ายหนึ่งออกมา ต่างคนต่างทำให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องหันมองกระจกแล้วคิดว่า 'นี่ฉันทำถูกแล้วใช่มั้ย' วันนี้นิกิบอกว่าเจมส์คือบุคคลหนึ่งที่เขานับถือมากที่สุด"

ตอนที่พยายามชำแหละตัวละครเลาดา ฮาวเวิร์ดประหลาดใจที่ความทรงจำเก่ากลับคืนมา "นิกิทำให้ผมนึกถึงนักบินอวกาศที่ร่วมงานด้วยใน Apollo 13 "เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ มีไหวพริบ เทคนิคแพรวพราว แต่ก็มีจิตวิญญาณการผจญภัยและพร้อมจะเสี่ยงทุกอย่างเพื่อไปถึงที่หมายที่คนอื่นไม่ไป จะว่าไปถือว่านิกิเป็นตัวแทนของนักกีฬารุ่นใหม่ เขาทำมันเป็นธุรกิจ แต่ไฟในการแข่งขันก็ยังคงอยู่"

เมื่อข่าวเรื่องบทหนังของมอร์แกนแพร่ออกไปในหมู่นักแสดง เลาดาถูกถามว่าอยากให้ใครมารับบทเป็นตัวเขา เลาดาตอบติดตลกว่า "ใครก็ได้ที่หูข้างขวาไหม้" และในที่สุดก็อนุมัติให้นักแสดงสัญชาติเยอรมัน แดเนียล บรูห์ล รับบทนี้ โดยเฉพาะหลังจากได้พบกับนักแสดงหนุ่มที่เวียนนา "ผมชอบเขาตั้งแต่วันแรก" เลาดากล่าว "เขาติดดินและมีพรสวรรค์มาก"

นักแสดงหนุ่มที่สามารถพูดได้หลายภาษาคนนี้เปิดตัวระดับนานาชาติในภาพยนตร์ที่เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำเรื่อง Good Bye, Lenin! ก่อนจะสร้างชื่อไปทั่วโลกจากบทมือปืนเยอรมันใน Inglourious Basterds

สำหรับฮาวเวิร์ด การเลือกบรูห์ลมารับบทเลาดาไม่ใช่เรื่องยากเลย "ผมดูหนังที่แดเนียลแสดงมาแล้วหลายเรื่อง ปีเตอร์เองก็รู้จักผลงานของเขามานาน" ผู้กำกับกล่าว "ตอนที่เจอกับเขา เห็นได้ชัดอยู่แล้วว่าเขาเป็นนักแสดงกิ้งก่าที่ชอบเปลี่ยนสีตามตัวละครอยู่แล้ว ผมรู้ว่าเขาจะรับบทด้วยสำเนียงออสเตรียได้เป็นอย่างดี ส่วนรูปร่างหน้าตา ถ้าได้เมคอัพสักหน่อย เขาจะดูเหมือนเลาดาได้ไม่ยาก การได้แดเนียลและคริสมาแสดงถือว่าน่าปลื้มใจในฐานะผู้กำกับ"

บรูห์ลยอมรับว่ากลัวที่จะรับบทเป็นนักแข่งในตำนาน "ผมไม่มั่นใจว่าจะรับบทเป็น นิกิ เลาดา ได้ยังไง เป็นบทที่ยาก เขาต่างจากผมมาก และเขายังใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมันเพราะเขาเป็นนักพากย์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน" บรูห์ลเล่า เขาไปออดิชั่นโดยไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อฮาวเวิร์ดมอบบทนี้ให้เขา

ในการเตรียมตัว บรูห์ลได้รับการช่วยเหลือจากทีมงานเป็นอย่างดี "ตอนแรกผมดูฟุตเตจบทสัมภาษณ์ของเขา คุณหาดูเขาได้ง่ายมาก บริษัทผู้สร้างส่งแหล่งข้อมูลมาให้ผมเยอะเลย ผมได้อ่านหนังสือชีวประวัติเขาเรื่อง To Hell and Back ซึ่งน่าติดตามมาก"

และแล้วก็ถึงเวลาพบกับเลาดาตัวจริง บรูห์ลรู้สึกประหม่าที่จะได้พบตัวจริงของตัวละคร "ผมรู้ว่านิกิเป็นคนจริงใจและตรงไปตรงมา หวังว่าเขาจะชอบผมและเราจะเข้ากันได้ดี" บรูห์ลเล่า "เขาโทรมาชวนผมไปเวียนนา เขาบอกผมว่า 'เอากระเป๋าถือใบเล็กมาก็พอ เผื่อว่าเราจะไม่ชอบกัน' โชคดีที่เราเข้ากันได้ดี และผมสามารถถามเขาได้ทุกคำถาม เขาใจกว้างมากเลย"

เลาดาเล่าถึงครั้งแรกที่พบกับบรูห์ลว่า "ผมถามเขาว่ายากมั้ยที่ต้องรับบทเป็นผม เขาบอกว่ายาก เพราะผมยังมีชีวิตอยู่และเป็นที่รู้จักทางทีวีและสื่อต่างๆ 'คนรู้ว่าคุณพูดยังไง ท่าทางยังไง มันก็เลยยากมากที่จะรับบทเป็นคุณ' เขาก็เลยมาที่เวียนนาเพื่อเรียนภาษาออสเตรียและวิธีการพูดภาษาอังกฤษของผม เขาแสดงเป็น นิกิ เลาดา ได้ดีมากครับ"

แม้ว่าบรูห์ลจะศึกษาตัวละครอย่างหนัก แต่ก็ยังมีบางแง่มุมที่เขาไม่กล้าถามเลาดาเพราะมันส่วนตัวเกินไป เมื่อรวบรวมความกล้าถามออกไปเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่นูร์เบิร์ก-ริง เขากลับแปลกใจกับคำตอบ "ที่น่าสนใจสำหรับผมก็คือเขาจำอะไรเกี่ยวกับอุบัติเหตุไม่ได้เลย มันเหลือเชื่อสำหรับผม เป็นสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ"

เลาดากับฮันต์แตกต่างกันเช่นไร บรูห์ลกับคริสก็แตกต่างกันเช่นนั้น "เรามาจากคนละเส้นทางครับ" บรูห์ลกล่าว "ผมนับถือคริสมากเพราะเขาบึ้กมาก เขาเล่นเป็นยอดมนุษย์ซึ่งต้องใช้ความอดทนสูง ผมมาจากอีกทาง ดังนั้นความแตกต่างของจึงเราดูสมจริง ตังละครจบลงด้วยการเป็นเพื่อนกัน ซึ่งเข้าทางผมกับคริสเลย เพราะเราเฮฮาเหมือนกัน อำและแหย่กันตลอด" แต่ก็ยังไม่วายจิกกัดกันเล็กน้อย "ต้องขอบอกว่าในหนังตัวละครของผมเซ็กซี่กว่านะ" บรูห์ลหัวเราะ "เจมส์หล่อกระชากใจสาว ส่วนนิกิก็ลุ่มลึก"


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     12 ก.ย. 56 16:12
 
 

เกี่ยวกับนักแสดง

คริส เฮมส์เวิร์ธ รับบท เจมส์ ฮันต์
• The Avengers
• Snow White and the Huntsman
• Thor, Thor: The Dark World
• The Cabin in the Woods

แดเนียล บรูห์ล รับบท นิกิ เลาดา
• Inglourious Basterds
• Good Bye Lenin!,
• The Edukaters
• The Bourne Ultimatum

โอลิเวีย ไวล์ด รับบท ซูซี่ มิลเลอร์
• The Longest Week
• Incredible Burt Wonderstone
• People Like Us
• Deadfall
• Cowboys & Aliens
• TRON: Legacy

อเล็กซานดรา มาเรีย ลารา รับบท มารีน เลาดา
• Downfall
• Control
• The Reader
• The Company
• The City of Your Final Destination

เพียร์ฟรานเซสโก ฟาวิโน่ รับบท เคลย์ เรกาซโซนี่
• Come Undone
• Night at the Museum
• The Chronicles of Narnia: Prince Caspian
• World War Z
• The Last Kiss

นาตาลี ดอร์เมอร์ รับบท นางพยาบาลเจมม่า
• The Tudors (ทีวีซีรี่ย์)
• Game of Thrones (ทีวีซีรี่ย์)
• Flawless
• Captain America: The First Avenger
• W.E.
• A Long Way from Home.


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     12 ก.ย. 56 16:12
 
 

เกี่ยวกับทีมสร้าง

รอน ฮาวเวิร์ด – กำกับ/อำนวยการสร้าง
• A Beautiful Mind
• Apollo 13
• Cinderella Man
• Splash
• Cocoon
• Frost/Nixon
• Ransom
• Far and Away
• The Missing

ปีเตอร์ มอร์แกน – เขียนบท/อำนวยการสร้าง
• The Queen
• Frost/Nixon
• The Last King of Scotland
• The Damned United
• Hereafter

แอนดรูว์ อีตัน – อำนวยการสร้าง
• A Mighty Heart
• In This World
• The Road to Guantanamo
• 24 Hour Party People
• Tristram Shandy: A Cock and Bull Story
• A Cock and Bull Story

อีริค เฟลเนอร์ และทิม บีแวน – อำนวยการสร้าง
• Les Misérables
• Anna Karenina
• Atonement
• Fargo
• Dead Man Walking
• Elizabeth: The Golden Age

ไบรอัน โอลิเวอร์ – อำนวยการสร้าง
• The Ides of March
• The Woman in Black
• Black Swan

ไบรอัน เกรเซอร์ – อำนวยการสร้าง
• A Beautiful Mind
• Apollo 13
• Frost/Nixon
• J. Edgar
• Cowboys & Aliens
• Robin Hood
• Changeling
• American Gangster
• Flightplan
• Cinderella Man

กาย อีสต์ – ผู้อำนวยการสร้างบริหาร
• The Ides of March
• The Woman in Black
• The Wedding Planner
• Terminator 3: Rise of the Machines
• Adaptation
• Iris
• The Quiet American
• Hilary and Jackie
• Sliding Doors
• Enigma

ไนเจล ซินแคลร์ – อำนวยการสร้างบริหาร
• The Ides of March
• The Woman in Black
• Sliding Doors
• Terminator 3: Rise of the Machines
• Parker's The Life of David Gale

โทบิน อาร์มเบิร์สท์ – อำนวยการสร้างบริหาร
• Let Me In
• The Woman in Black
• The Resident
• The Way Back
• Firewall
• Adaptation
• The Wedding Planner


ไทเลอร์ ธอมป์สัน – อำนวยการสร้างบริหาร

• Black Swan
• The Woman in Black
• Burning Palms

ท็อดด์ ฮัลโลเวลล์ – อำนวยการสร้างบริหาร
• Frost/Nixon
• Angels & Demons
• The Da Vinci Code
• Cinderella Man
• A Beautiful Mind
• Apollo 13
• Ransom
• EDtv
• The Missing
• How the Grinch Stole Christmas

แอนโธนี่ ด็อด แมนเทิล – ผู้กำกับภาพ
• Slumdog Millionaire
• Dogville
• 28 Days Later
• The Last King of Scotland
• 127 Hours
• Antichrist
• Dredd

มาร์ค ดิกบี – ออกแบบงานสร้าง

• Dredd
• Never Let Me Go
• The American
• Slumdog Millionaire
• The Summer in Genoa
• Mighty Heart
• The Road to Guantánamo
• In This World

แดน แฮนลี่ย์ และไมค์ ฮิลล์ – ตัดต่อ

• Apollo 13
• Beautiful Mind
• Cinderella Man
• Frost/Nixon
• Backdraft
• The Da Vinci Code
• Angels & Demons
• Cocoon
• How the Grinch Stole Christmas

จูเลี่ยน เดย์ – ออกแบบเครื่องแต่งกาย
• Diana
• Salmon Fishing in the Yemen
• Berberian Sound Studio
• Nowhere Boy
• Isle of Dogs

ฮาน ซิมเมอร์ – ดนตรีประกอบ
• The Lion King
• Thelma & Louise
• As Good As It Gets
• Mission: Impossible II
• Hannibal
• Black Hawk Down
• Pirates of the Caribbean
• Batman Begins
• The Dark Knight
• The Dark Knight Rises
• The Da Vinci Code
• Angels & Demons
• The Thin Red Line
• Inception
• Sherlock Holmes
• Gladiator
• The Prince of Egypt
• Man of Steel
• Frost/Nixon


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     16 ก.ย. 56 22:09
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

พร้อมจะออกสตาร์ทความมันส์ไปด้วยกันรึยัง กับภาพยนตร์รถแข่งสุดเข้มข้น "RUSH : อัดเต็มสปีด" โดยผู้กำกับ "รอน ฮาวเวิร์ด" จาก Da Vinci Code เพราะครั้งนี้แรง เร็ว ยิ่งกว่าเคย และลุ้นเกินกว่าคุณจะคาดคิด

สำหรับใครที่ชื่นชอบภาพยนตร์แอ็คชั่นแข่งรถ เตรียมออกสตาร์ทความมันส์ไปด้วยกัน กับ ภาพยนตร์ “RUSH : อัดเต็มสปีด” ผลงานของผู้กำกับ “รอน ฮาวเวิร์ด” ที่เคยทำให้ทั้งโลกลุ้นและตื่นตะลึง ภารกิจไขรหัสลับ ใน ภาพยนตร์ Da Vinci Code รหัสลับดาวินชี มาแล้ว ครั้งนี้แรง เร็ว ยิ่งกว่าเคย ด้วยเรื่องราวของ คู่ปรับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกมกีฬาการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน นั่นก็คือ เจมส์ ฮันท์ ( คริส เฮมส์เวิร์ส ) นักแข่งผู้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ มั่นใจในตัวเอง และไม่กลัวตาย ถ้าผลลัพธ์แลกมาด้วยชัยชนะ...ทุกจังหวะสั่งการด้วยหัวใจ และ นิกิ เลาดา (แดเนียล บรูห์) นักแข่งอัจฉริยะ และต้องการความสมบูรณ์แบบตลอดเวลา...ทุกระยะขับเคลื่อนด้วยสมอง ไม่มีเส้นทางลัดสู่ชัยชนะ หรือช่องว่างสำหรับความผิดพลาด และผู้ที่ยืนอยู่จุดสูงสุดก็มีได้เพียงแค่คนเดียว กำกับภาพยนตร์โดย รอน ฮาวเวิร์ด (Da Vinci Code)

ผู้กำกับมากความสามารถ “รอน ฮาวเวิร์ด” ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมคิดว่าผู้ชมจะต้องรู้สึกทึ่งไปกับหนังเรื่องนี้ มันทั้งบันเทิงและยอดเยี่ยม ทุกอย่างในหนังเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด แม้ เจมส์ ฮันท์ และ นิกิ เลาดา จะแตกต่างกันสุดขั้ว คนหนึ่งเป็นนักขับเจ้าเสน่ห์ ไม่กลัวตาย ใช้ชีวิตเต็มที่ ส่วนอีกคนจริงจัง ละเอียดอ่อน ขับด้วยเทคนิค ตอนแรกคนดูอาจจะเลือกเชียร์ใครคนใดคนหนึ่งอยู่ในใจ แต่สุดท้ายคุณอาจรักทั้งคู่ ยิ่งไปกว่านั้น บรรยากาศในการดู มันจะเหมือนพาคุณไปเกาะติดขอบสนาม อาจจะเฮออกมาไม่รู้ตัว เหมือนทุกคนมีความมุ่งมั่นไปกับชัยชนะด้วยกัน” “RUSH : อัดเต็มสปีด” ยังได้รับความนิยมถล่มทลายทั้งจากนักวิจารณ์และผู้ชมทั่วไป การันตีได้ทั้งความสนุกแบบเต็มสปีดและคุณภาพแบบอัดแน่น ทั้งผู้ที่รักความเร็ว ชอบความแรง ติดใจการลุ้น ต้องสนุกไปกับเรื่องนี้แน่นอน เพราะของมันแรง!!!


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     23 ก.ย. 56 15:59
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

คนหนึ่งขับเคลื่อนด้วยสมอง ส่วนอีกคนเคลื่อนที่ด้วยหัวใจ นี่จึงเป็นการดวลความเร็วที่น่าจับมองที่สุด ในภาพยนตร์ RUSH : อัดเต็มสปีด “คริส เฮมส์เวิร์ธ” ปะทะ “แดเนียล บรูห์” ...จับตาดูพวกเขาให้ทัน!!!

ต้องบอกว่าเป็นภาพยนตร์แห่งความแรงของจริง สำหรับ “Rush : อัดเต็มสปีด” เพราะกระแสชื่นชมสำหรับผู้ที่ได้ดูแล้ว แรงพอๆกับความเร็วในหนัง เป็นความมันส์ที่พาทุกหัวใจทะยานไปด้วยกัน ที่สำคัญนักแสดงที่มาประชันฝีมือกัน ต้องถือว่าเลือกมาได้ถึงบทบาทที่สุด โดย “คริส เฮมส์เวิร์ธ” รับบท “เจมส์ ฮันท์” นักแข่งผู้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ มั่นใจในตัวเอง และไม่กลัวตาย ถ้าผลลัพธ์แลกมาด้วยชัยชนะ คริส ให้คำนิยามตัวละครของเขาว่า “คนดูอาจรู้สึกว่าเขาเป็นพวกแบดบอยที่อยากเอาใจช่วย โดยเฉพาะสาวๆ เป็นตัวละครที่จับต้องได้และมีตัวตน เขาก็มีองค์ประกอบที่ทำให้เป็นที่รักของใครหลายๆคน เขามีเสน่ห์และฉลาดอีกด้วย เขาคือร็อกสตาร์บนสยามแข่ง” ส่วนอีกหนึ่งนักแสดงที่มารับบท “นิกิ เลาด้า” นักแข่งอัจฉริยะ และต้องการความสมบูรณ์แบบตลอดเวลา ก็คือ “แดเนียล บรูห์” จาก Inglorious Basterds / The Bourne Ultimatum แดเนียลพูดถึงตัวละครของเขาและคริสว่า “เจมส์ ฮันท์ กับ นิกิ เลาด้า ต่างกันยังไง ผมกับคริสก็ต่างกันอย่างนั้นเลยครับ เรามาจากคนละเส้นทาง ผมชื่นชมคริสตั้งแต่เขาเล่นเป็นยอดมนุษย์ซึ่งต้องใช้ความอดทนสูงมาก ส่วนผมมาจากอีกทาง ดังนั้นความต่างของเราจึงดูสมจริง ใครๆก็บอกว่าตัวละครของคริส ฮอตมาก หล่อกระชากใจ แต่ผมว่า นิกิ เลาด้า ก็มีความเซ็กซี่เหมือนกันนะ ในสนามแข่งนี่เขาไม่ธรรมดาเลย เจมส์หล่อกระชากสาว ส่วนนิกิก็ลุ่มลึก”

“Rush : อัดเต็มสปีด” ผลงานการกำกับของ “รอน ฮาวเวิร์ด” ผู้กำกับมากความสามารถ ที่เคยสร้างความประทับใจมาแล้วจาก Da Vinci Code รหัสลับดาวินชี เรื่องราวของการขับเขี้ยวกันในสนามแข่ง ระหว่างนักขับ 2 คน ที่ถือเป็นมือวางอันดับ 1 ทั้งคู่ แต่ในเมื่อผู้ชนะมีได้แค่คนเดียว และนี่เป็นเกมส์กีฬาแห่งความเร็วที่พลาดเพียงเสี้ยววิ นั่นอาจหมายถึงอันตรายถึงชีวิต ..... เตรียมลืมทุกความเร็วที่คุณเคยลุ้น แล้วอัดเต็มสปีดไปกับความเร็วของจริง!!!


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     25 ก.ย. 56 17:18
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

ภาพยนตร์ RUSH : อัดเต็มสปีด ชวนคุณสัมผัสประสบการณ์ 4DX สนุก มันส์ สวมวิญญาณนักแข่ง ซิ่งจัดเต็ม!!!

ภาพยนตร์ “Rush : อัดเต็มสปีด” ชวนคุณสัมผัสประสบการณ์ 4DX ที่จะทำให้คุณสนุกมันส์ เหมือนสวมวิญญาณนักแข่งด้วยตัวเอง ทุกระยะที่ขับเคลื่อนจะเหมือนคุณกำลังนั่งอยู่หลังพวงมาลัย มือเปลี่ยนเกียร์ เท้าเหยียบคันเร่ง และลุยกับไปความเร็วเต็มพิกัด มีเพียงอย่างเดียวที่อยู่เหนือทุกสิ่งก็คือ...ใจของคุณ โดยสามารถสัมผัสกับประสบการณ์สุดพิเศษนี้ ในระบบ 4DX ได้ที่โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ และ เมเจอร์ รัชโยธิน จะนั่งดูอยู่ขอบสนามทำไม ในเมื่อคุณสามารถลงไปซิ่งในสนามแข่งด้วยตัวคุณเองได้!!!


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     2 ต.ค. 56 3:25
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

ยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือ..มากกว่าหนังรถแข่ง ยิ่งกว่าหนังแอ็คชั่น ทุกเสียงบอกประทับใจ ภาพยนตร์ Rush : อัดเต็มสปีด เจ๋งตั้งแต่เกียร์หนึ่งถึงเกียร์ห้า...ครบรสความบันเทิงในทุกโค้ง!!!

เข้าฉายเป็นที่เรียบร้อยท่ามกลางกระแสชื่นชมมากมาย สำหรับภาพยนตร์ Rush : อัดเต็มสปีด ผลงานการกำกับของผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ “รอน ฮาวเวิร์ด” มาครั้งนี้เขาเลือกหยิบเรื่องราวของชายหนุ่มต่างขั้ว แต่รักและหลงใหลในสิ่งเดียวกัน มาเล่าบนแผ่นฟิล์ม เรื่องราวคู่ปรับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกมส์กีฬาการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน นั่นก็คือ เจมส์ ฮันท์ ( คริส เฮมส์เวิร์ธ ) นักแข่งผู้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ มั่นใจในตัวเอง และไม่กลัวตาย ถ้าผลลัพธ์แลกมาด้วยชัยชนะ...ทุกจังหวะสั่งการด้วยหัวใจ และ นิกิ เลาดา (แดเนียล บรูห์) นักแข่งอัจฉริยะ และต้องการความสมบูรณ์แบบตลอดเวลา...ทุกระยะขับเคลื่อนด้วยสมอง ไม่มีเส้นทางลัดสู่ชัยชนะ หรือช่องว่างสำหรับความผิดพลาด และผู้ที่ยืนอยู่จุดสูงสุดก็มีได้เพียงแค่คนเดียว

และเสียงตอบรับจากผู้ชมเต็มไปด้วยความประทับใจ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ายอดเยี่ยม!!! Rush : อัดเต็มสปีด ไม่ใช่แค่หนังรถแข่งหรือหนังแอ็คชั่นธรรมดา แต่อัดแน่นไปด้วยความบันเทิงแบบครบรส แถมเป็นความบันเทิงเปี่ยมคุณภาพ ทั้งมันส์ ระทึก ฮึกเหิม และสร้างความประทับใจ ถ้าเปรียบเป็นเส้นทางความเร็ว เรียกได้ว่าเจ๋งตั้งแต่เกียร์หนึ่งถึงเกียร์ห้า เต็มอิ่มทุกอรรถรสในทุกโค้ง ที่สำคัญนักแสดงนำทั้งสองคนยังแสดงได้ดีมาก คุณจะได้พบว่า คริส เฮมส์เวิร์ธ จาก Thor มีความสามารถมากกว่าหน้าตาหล่อเหลาและหุ่นล่ำบึ้ก รวมถึง แดเนียล บรูห์ ที่โชว์ฝีมือด้านการแสดงอย่างโดดเด่นที่สุด ทำให้ผู้ชมเกิดอาการรักพี่เสียดายน้อง เผลอเอาใจช่วยทั้งสองตัวละครแบบเลือกไม่ได้


 
 
 


 
Sin City A Dame to Kill For ซินซิตี้ ขบวนโหด นครโฉด
 
 
Sin City A Dame to Kill For ซินซิตี้ ขบวนโหด นครโฉด
View : 9248
DownLoad : 193
 
 
Third Person ปมร้อนซ่อนรัก
 
 
Third Person ปมร้อนซ่อนรัก
View : 2909
DownLoad : 36
 
 
The Green Inferno หวีดสุดนรก
 
 
The Green Inferno หวีดสุดนรก
View : 5936
DownLoad : 84
 
 
Kite ด.ญ.ซ่าส์ ฆ่าไม่เลี้ยง
 
 
Kite ด.ญ.ซ่าส์ ฆ่าไม่เลี้ยง
View : 8880
DownLoad : 99
 
 
Wer คนหมาป่า
 
 
Wer คนหมาป่า
View : 8704
DownLoad : 51
 
 
 
 
 
     
   
     
 
 
 
เมืองไทยประกันชีวิต หนุ่มขี้หลี บริการเพิ่มรอยยิ้มจาก เมืองไทย Smile Health ลูกเมียลำบาก บัตรเมืองไทย สไมล์คลับ smile club ประกันภัย   muangthai
 
เมืองไทยประกันชีวิต
View : 17,534
Vote : 159
Download : 826
1
 AIS Sarnrak
6
2
 AIS Sarnrak
6
3
 AIS Sarnrak
5
4
 TrueMove H
2
5
 Dtac
1
6
 ไทยประกันชีวิต
1
7
 เมืองไทยประกันชีวิต
1
8
 โรงพยาบาลกรุงเทพ
1
9
 Lactasoy Hi Calcium
1
10
 Turkish Airlines
1
 
 
     
 
 
 
©2010 ADintrend