Email
Password
 
  จดจำข้อมูลเข้าสู่ระบบ
 
 
 +Home
 
  +ADThai
 
 +ADInter
 
 +ADMovie
 
 +Scoop Intrend
 
 +Top 10
 
 +ADBoard
 
 +Contact Us
 
 
 ดูทีวีออนไลน์  ฟังวิทยุออนไลน์
 
 
 
 
   
 

I Am Not Madame Bovary อย่าคิดหลอกเจ้

  View : 3,742 Download : 13    
    ส่งให้เพื่อน
ภาพประกอบ 1 : I Am Not Madame Bovary อย่าคิดหลอกเจ้
ภาพประกอบ 2 : I Am Not Madame Bovary อย่าคิดหลอกเจ้
   
ภาพประกอบ 3 : I Am Not Madame Bovary อย่าคิดหลอกเจ้
ภาพประกอบ 4 : I Am Not Madame Bovary อย่าคิดหลอกเจ้
 
Embed
 
 
 
Only The Brave คนกล้าไฟนรก
 
 
Only The Brave คนกล้าไฟนรก
View : 498
DownLoad : 7
 
 
Beyond Skyline อสูรท้านรก
 
 
Beyond Skyline อสูรท้านรก
View : 1335
DownLoad : 2
 
 
Jigsaw จิ๊กซอว์ มันอยู่ทุกหนแห่ง
 
 
Jigsaw จิ๊กซอว์ มันอยู่ทุกหนแห่ง
View : 1341
DownLoad : 2
 
 
นายไข่เจียวเสี่ยวตอร์ปิโด
 
 
นายไข่เจียวเสี่ยวตอร์ปิโด
View : 2566
DownLoad : 18
 
 
The Killing of a Sacred Deer
 
 
The Killing of a Sacred Deer
View : 1211
DownLoad : 7
 
 
 
 

หนังเรื่อง I Am Not Madame Bovary อย่าคิดหลอกเจ้

 
 
เข้าฉายวันที่ : 20 เมษายน 2560
จัดจำหน่าย : มงคลเมเจอร์
ผู้กำกับ : เฝิงเสี่ยวกัง
นักแสดง : ฟ่าน ปิง ปิง

เรื่องย่อหนัง I Am Not Madame Bovary อย่าคิดหลอกเจ้
10 ปีก่อน หลีสั่วเหลียน และสามี คินอู๋เฮ ได้ทำการ ‘หย่า’ แบบปลอมๆ เพื่อที่จะได้อพาร์ตเมนต์หลังที่ 2 ที่รัฐบาลจัดเตรียมไว้ให้สำหรับคนโสด แต่ 6 เดือนหลังจากนั้น คินอู๋เฮ กลับไปแต่งงานใหม่กับผู้หญิงคนอื่น ทำให้ หลีสั่วเหลียน โกรธมากและตัดสินใจฟ้องศาล ทว่าคดีนี้เธอพ่ายแพ้หมดรูป เพราะผู้พิพากษา มองว่าทั้งคู่หย่าขาดจากกันอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว

ด้วยความไม่พอใจต่อการตัดสินของศาล หลีสั่วเหลียน จึงยื่นเรื่องขออุทธรณ์คดี แต่ยื่นเรื่องกี่ครั้งๆ ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ เธอพบว่าคงมีแต่วิธีเดียวเท่านั้นนั่นคือต้องให้ คิน เป็นฝ่ายยืนยันว่าการหย่าครั้งนั้นเป็นการหย่าปลอม อย่างไรก็ตามเธอกลับโดนสามีเก่ากล่าวหาว่าเป็นผู้หญิงสำส่อน เพราะเธอ ‘ไม่บริสุทธิ์’ มาก่อนทั้งคู่แต่งงานกัน เมื่อโดนกล่าวหากลับแบบนี้ ทำให้เธอตัดสินใจที่จะกลับไปต่อสู้ในชั้นศาลอีกครั้งเพื่อทวงเอาเกียรติยศของตัวเองกลับคืนมา

เธอเริ่มขึ้นศาลจากศาลระดับเขต ค่อยๆไต่ระดับสู่ศาลในตัวเมือง ก่อนจะไปฟ้องศาลที่ปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศ เวลาไปที่นั่น จ้าวดาตือ พ่อครัวที่ตกหลุมรักเธอมาตั้งแต่สมัยเรียนด้วยกันจะเป้นคนคอยดูแลเธอ หลีสั่วเหลียน คิดการใหญ่ถึงขั้นจะร้องเรียนขอให้ปลดผู้พิพากษาศาลระดับต่างๆ ที่เคยตัดสินคดีความของเธอ รวมถึงนายกเทศมนตรีให้ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเธอให้เหตุผลว่าพวกเขาดูและคดีนี้อย่างไม่เป็นธรรม

แต่เวลาผ่านไป 10 ปี คดีของเธอก็ยังไม่สิ้นสุด และยังไม่สามารถทวงชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ศรีกลับมาได้เสียที หลี่ ยังคงเดินทางมาปักกิ่งทุกปี แต่จู่ๆ อาจ้าว ซึ่งกลายเป็นพ่อหม้ายแล้ว กลับขอร้องให้เธอยุติเรื่องราวทั้งหมด หลี่ โกรธมากเมื่อรู้ว่าทางการพยายามบีบเขาหยุดเธอและทำให้เธอถอนฟ้อง

ในขณะเดียวกัน 10 ปีผ่านไป ผู้พิพากษาหวัง ได้เต่าเต้าจากผู้พิพากษาศาลธรรมดาๆ กลายมาเป็นประธานศาลสูงสุด เขาได้รับมอบหมายให้หาทางปิดคดีของ หลี่สั่วเหลียน ลงให้ได้ และคอยจับตาดูเธอทุกย่างก้าวยามเธอเดินทางมาปักกิ่ง

วันหนึ่ง หลี่ ได้พบกับท่านหวังโดยบังเอิญ โดยเขาถูกไล่ออกเนื่องจากการดูแลคดีเธอ เขาถามเธอว่าเพราะเหตุใดเธอถึงต้องกัดไม่ปล่อยถึงเพียงนี้ เธอตอบว่า ตอนที่สามีเธอแต่งงานใหม่ เป็นช่วงเดียวกับที่เธอตั้งครรภ์พอดี เธอไม่ได้สู้เพียงเพื่อตัวเอง แต่เธอสู้เพื่อลูกที่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลกด้วย


 
     
 
   
 

 
 
โหลดหนัง I Am Not Madame Bovary อย่าคิดหลอกเจ้
วิจารณ์หนังI Am Not Madame Bovary อย่าคิดหลอกเจ้
 
 AD Hunter   ©     29 มี.ค. 60 7:34
 
 


I Am Not Madame Bovary อย่าคิดหลอกเจ้ - Official Trailer [ ตัวอย่าง ซับไทย ]

 
 
 

 
 AD Hunter   ©     29 มี.ค. 60 7:40
 
 

I Am Not Madame Bovary อย่าคิดหลอกเจ้

เบื้องหลังงานสร้าง
เมื่อ เฝิงเสี่ยวกัง ได้อ่านนิยายเรื่อง I Am Not Pan Jinlian ของ หลิวเฉินยุน เมื่อ 4 ปีก่อนซึ่งเล่าเรื่องของ หลีสั่วเหลียน สาวบ้านธรรมดาๆ ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดประเวณี หลังจากเธอถูกตัดสินว่าเป็นฝ่ายแพ้ หลีสั่วเหลียน ก็เริ่มออกเดินทางเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เธอเดินทางไปปักกิ่งเพื่อพิสูจน์ว่าการหย่าของเธอกับสามีนั้นเป็นการหย่าปลอมๆ เพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีของตัวเองกลับมา หลังอ่านจบสิ่งแรกที่เขาคิดก็คือ “เรื่องราวของมันเหมาะสำหรับเอาไปทำเป็นหนังอย่างยิ่ง!”

ผู้กำกับเฝิงเสี่ยวกัง เชื่อว่า งานวรรณกรรมตัดขาด แต่มันควรจะสะท้อนโลกแห่งความเป็นจริง “ผมรู้สึกสนุกเสมอเวลาได้อ่านงานเขียนของ หลิวเฉินยุน ผู้คนจำนวนมากเขียนเรื่องราวของประเทศจีนในแง่ร้ายอยู่เยอะ แต่หลิวมักจะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาในมุมตลก ซึ่งผมคิดว่ามันทำให้เรื่องดูสมจริงครับ” ขณะเดียวกัน หลิวเฉินยุน ก็กล่าวว่า I Am Not Pan Jinlian คือนิยายที่พาคนอ่านไปสำรวจความพิศดารของชีวิตมนุษย์ในปัจจุบัน มันไม่ใช่แค่คดีธรรมดา แต่มันเป็นเรื่องของ เหตุผล ที่อยู่เบื้องหลัง

เฝิง กล่าวว่า “ในโลกนี้มีอารมณ์ขัน ความตลกอยู่ 3 ประเภท ได้แก่อารมณ์ขันจากภาษา อารมณ์ขันจากเรื่องราว และอารมณ์ขันจากนัยยะที่แฝงด้วยเรื่องของศีลธรรมจรรยา สำหรับ I Am Not Madame Bovery ของผมนี้ถือเป็นหนังที่อยู่ในประเภทที่ 3 ครับ”

เฝิงเสี่ยวกัง อยากให้หนังของเขาเป็นหนังที่มีคุณค่าต่อสังคม ชวนให้คนดูได้คิดต่อหลังจากหัวเราะจนท้องแข็ง แม้ว่าเขาจะหาทางเล่าเรื่องด้วยวิธีการแบบใหม่ จากคำวิจารณ์ที่กล่าวชื่นชมอย่างสูงแสดงให้เห็นว่า สไตล์การเล่าเรื่องที่ค่อยๆ เปิดเผยความจริงที่ถูกฝังอยู่ของเฝิงนั้นได้ผล การเล่าเรื่องของ I Am Not Madame Bovery ถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ หนังถูกนำเสนอผ่านเฟรมภาพกลมๆ ที่ทิ้งระยะห่างจากคนดูและให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคนนอกต่อเรื่องราว คนดูถูกบังคับให้มองดูเรื่องราวอย่างไร้ซึ่งอคติ และสัมผัสถึงความเป็นจริงอันเจ็บปวด ภายใต้หน้าฉากที่ดูประหลาดและเต็มไปด้วยตลกเสียดสี

สำหรับความคิดที่จะถ่ายทอดหนังเรื่องนี้ผ่านเฟรมภาพรูปวงกลมนั้น เป็นไอเดียของผู้กำกับเฝิงเอง “ภาพวาดแบบปัญญาชนดั้งเดิม (Literati Painting) ช่วงสมัยซ่ง ส่วนใหญ่มักเป็นภาพแนวแลนด์สเคป ด้วยเรื่องราวที่เล่าจะเล่านั้นค่อนข้างมีความเป็นจีนสูง เราเลยอยากเล่าหนังเรื่องนี้ให้ออกมาในสไตล์จีนครับ”

เมื่อเฝิงหาโลเคชั่นสำหรับถ่ายทำ เขาพบว่าพื้นที่เหล่านั้นมักขาดลักษณะเด่น “องค์ประกอบของสถานที่แต่ละที่นั้นรกมากๆ แต่ละที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างดี ซึ่งมันทำให้คนเป็นผู้กำกับและอดีตนักวาดภาพอย่างผมรู้สึกเสียใจมากๆ เลยครับ” แต่ด้วยการจัดวางองค์ประกอบภาพให้เหมาะกับเฟรมภาพวงกลม ทำให้เขาสามารถจำกัดสิ่งที่เขาไม่อยากให้โผล่เข้ามาในหนังเขาได้เยอะทีเดียว และทำให้คนดูสนใจตัวละครมากขึ้นด้วย ตอนแรกที่เขาอธิบายสิ่งที่จะทำกับผู้กำกับภาพ หลัวปัน เขาตื่นเต้นมากทีเดียว “ถ้าคุณกล้าทำหนังแบบนี้ล่ะก็ ผู้กำกับภาพจะต้องรักคุณโคตรๆ เลยล่ะ!”

เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ผู้กำกับจะทำนั้นสามารถเป็นไปได้ ทีมงานจึงถ่ายทำฟุตเตจความยาว 10 นาทีขึ้นมาโดยใช้แสตนด์อิน และลองถ่ายทำทั้งตอนกลางวัน กลางคืน ถ่ายทั้งฉากภายในและนอกอาคาร แม้ว่าตอนแรกผู้เขียนบทอย่าง หลิวเฉินยุน จะไม่ชอบไอเดียนี้เลยก็ตาม เขาเชื่อว่าแค่ความเข้มข้นของเนื้อเรื่องก็น่าจะเพียงพอในตัวของมันเองแล้วโดยไม่ต้องให้ผู้กำกับใส่ลูกเล่นอะไรเพิ่มเติม ผู้กำกับเฝิงเสี่ยวกัง กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “I Am Not Pan Jinlian เป็นนิยายที่ยอดเยี่ยม ไม่อย่างนั้นผมคงไม่คิดจะนำมาสร้างเป็นหนังหรอกครับ ผมเพียงแค่อยากหาวิธีนำเสนอมันออกมาในรูปแบบของผมเท่านั้น”

หลังจากต่อรองกันอยู่นาน เฝิงจึงยินยอมถ่ายหนังเรื่องนี้โดยใช้ขนาดภาพ 2 แบบ นั่นคือแบบวงกลม และแบบธรรมดาที่ใช้อัตราส่วน 1:2.66 แต่มันก็ทำให้การถ่ายทำเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะพวกเขาอุตส่าห์วางแผนไว้นานแล้วว่าจะถ่ายหนังออกมาแบบวงกลม เลยต้องมาเสียเวลาในการจัดองค์ประกอบภาพใหม่เสมอ

ตอนแรก พวกเขายังวางแผนว่าจะถ่ายหนังเรื่องนี้ให้เห็นคอนทราสต์ที่ตัดกันอย่างชัดเจน แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่สามารถทำได้ เลยต้องปรับโทนเรื่องให้เป็นสีเทา เพื่อให้มันเข้ากับความเป็นภาพเขียนในยุคซ่ง แต่ถ้าเกิดสามารถทำให้เกิดคอนทราสต์ได้ล่ะก็ จะสามารถทำให้วัตถุในภาพเปลี่ยนรูปได้ ต่อมา ภาพแบบวงกลมทำให้พวกเขาไม่สามารถถ่ายในระยะใกล้ได้ แล้วยังไม่สามารถใช้กล้องมือถือถ่ายได้อีก พวกเขาต้องจัดองค์ประกอบของภาพให้ตัวละครอยู่กึ่งกลางเฟรม การถ่ายทำแบบนี้ก่อให้เกิดสุนทรียศาสตร์แบบใหม่ขึ้นมา เฝิงและหลัว ใช้เลนส์ 25, 35 และ 50 มม. ในการถ่ายทำ ตอนแรกพวกเขากะใช้เพียงแค่เลนส์แบบเดียวเท่านั้น แต่เพราะพวกเขามองว่าการตัดต่อแบบ Jump Cut จะทำให้เกิดความสับสนงุนงง เลยไม่ได้ถ่ายทำแต่ละฉากออกมาให้มีหลายมุมภาพมากนัก

นอกจากการทำเฟรมภาพเป็นวงกลมจะทำให้เหมือนกับเป็นภาพเขียนในยุคสมัยก่อน มันยังทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังถ้ำมองเหตุการณ์ และถึงเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในวงกลม แต่มันก็ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยรอบข้างซึ่งคนดูไม่สามารถมองเห็นได้อีก มันจึงก่อให้เกิดความเป็นไปได้ใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างไม่จบไม่สิ้น เมื่อคนดูหลงทาง พวกเขาขาดข้อมูลที่ครบถ้วนและรอบด้าน คนดูก็เหมือนกับตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับ หลีสั่วเหลียน เสียเองด้วย

===================================

คำวิจารณ์
“ถือเป็นการเล่าเรื่องราวการต่อสู้ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับระบบกฎหมายอันไม่ยุติธรรมได้อย่างทะเยอทะยาน ถือเป็นหนังที่ผสมฟอร์มและเนื้อหาได้อย่างลงตัว” – FIPRESCI

“I Am Not Madame Bovery มีงานด้านภาพที่สวยงามและเลิศเลอ หนังเล่าเรื่องด้วยภาพได้อย่างน่าอัศจรรย์ผ่านเฟรมภาพวงกลมซึ่งดูเหมือนแว่นขยาย...
หนังยังมีส่วนผสมของ Scarlett Letter, เรื่องของกลุ่ม Keystone Cops รวมถึงภาพวาดแลนด์สเคปขนาดเล็ก และการหักมุมของหนังยังน่าชื่นชมแบบเดียวกับในงานเขียนของ โทมัส ฮาร์ดี้ ด้วย...
หนังยังมีความโดดเด่นที่การแสดงของ ฟ่าน ปิงปิง ภาพกลมๆ ของหนังแสดงให้เห็นการกระทำและการจัดองค์ประกอบอันฉลาดหลักแหลม ราวกับเป็นภาพเขียนจีนในยุคก่อน” – Screen Daily

“ถือเป็นงานที่น่าชื่นชมและเต็มไปด้วยความกล้าหาญอย่างมากของคนทำหนังผู้มีชื่อเสียงชาวจีน” - Cinema Scope

“หนังเรื่องนี้มีเคมีที่ลงตัวอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้ ซึ่งทำให้มุกตลกที่เหมือนไม่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำงานของเหล่าข้าราชการ ออกมาดูสนุกสนาน...
ฟ่าน ปิงปิง แสดงให้เห็นว่าเธอคือนักแสดงตลกที่มีพรสวรรค์” – The Hollywood Reporter

“หนังน่าดึงดูดใจเสมอ I Am Not Madame Bovery ถือเป็นหนังที่น่าเบิกบานใจ...
นอกเหนือจาความตลกที่ใส่เข้ามาอย่างโดดเด่น คือความเปี่ยมสีสันของสถานที่ เช่นเดียวกับดนตรีประกอบของ ตู้เหว่ย” - Variety


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     29 มี.ค. 60 7:42
 
 

I Am Not Madame Bovary อย่าคิดหลอกเจ้

สัมภาษณ์ ฟ่าน ปิงปิง
ถาม : คุณมารับบทนำใน I Am Not Madame Bovery ได้ยังไง?
ตอบ : ตอนได้ยินว่า เฝิงเสี่ยวกัง กำลังทำหนังเรื่องนี้ ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะเลือกฉันให้มารับบทนำ เพราะมันเป็นบทที่แตกต่างจากตัวฉันอย่างมาก แต่วันหนึ่ง จู่ๆ เขาก็โทรศัพท์มาบอกว่าเขามีแผนจะสร้างหนังเรื่องนึงอยู่ ฉันถามเขาว่าใช่เรื่อง I Am Not Madame Bovery รึเปล่า เขาบอกว่าใช่ ฉันถามเขากลับว่า หนังเรื่องนี้มีฉากหลังเป็นชุมชนบ้านนาไม่ใช่เหรอ เขาตอบว่าเขาเองก็คิดอยู่นานว่าจะเลือกฉันมาเล่นดีไหม แต่ถ้าเลือกฉันมาเล่น จะทำให้ทุกคนตะลึงมากกว่าการเลือกคนที่มีลักษณะใกล้เคียงกับ หลีสั่วเหลียน มารับบทนี้แทน

จริงๆ แล้วเมื่อ 12 ปีก่อน ฉันเคยเล่นหนังให้ เฝิงเสี่ยวกัง เรื่อง Cell Phone ทุกครั้งที่ได้ร่วมงานกันฉันจะได้เรียนรู้บทเรียนดีๆ เยอะมากค่ะ ฉันชอบเขามาก แต่ครั้งนี้ฉันลังเลใจเนื่องจากบท หลีสั่วเหลียน ดูไม่ค่อยเข้ากับฉันเท่าไหร่ ฉันเองก็ไม่คิดว่าจะเล่นออกมาได้ดีด้วย แต่ในช่วงสั้นๆ ยิ่งฉันอ่านบทฉันก็ยิ่งคิดถึงมันมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากฉันเป็นคนชอบกดดันตัวเองอยู่แล้วค่ะ ฉันจึงถามตัวเองว่าถ้าได้เล่น ฉันมั่นใจแค่ไหน ฉันถามตัวเองว่า “ฟ่าน ปิงปิง นี่ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ เธอกล้าหรือไม่?” ถ้าเป็นปกติแล้วฉันมักจะตอบตกลงทันที แต่ครั้งนี้ฉันกลับรู้สึกถึงความยากในการควบคุมตัวละคร ต่อมาพอฉันได้คุยกับผู้กำกับ เขาถามว่าฉันเชื่อใจเขาไหม แน่นอนว่าฉันเชื่อ เขาบอกว่าเขามั่นใจว่าฉันจะต้องทำได้อย่างยอดเยี่ยมแน่นอน ขอแค่ไว้ใจเขาแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย ตอนนั้นเลยค่ะที่ทำให้ฉันตัดสินใจรับบทนี้

ถาม : ตอนคุณอ่านบทจบเป็นครั้งแรก คุณรู้สึกยังไงกับหนังเรื่องนี้บ้าง
ตอบ : หลังอ่านจบ ฉันชอบเนื้อเรื่องของหนังมากๆ เฝิงเสี่ยวกัง เป็นนักเล่าเรื่องที่ชาญฉลาด เขาสามารถเล่าเรื่องราวที่ดูเป็นตุเป็นตะ ให้ออกมามีเนื้อมีหนังได้ บทหนังทำให้คนอ่านอย่างเรารวมถึงคนดูเชื่อ ว่านี่คือสถานการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง เฝิงเสี่ยวกัง เกิดมาพร้อมความสามารถในการเล่าเรื่อง เห็นได้จากงานเรื่องก่อนๆ ของเขาทั้ง Cell Phone, A Sign รวมถึงพวกละครทีวีในการทำงานช่วงแรกๆ ของเขาด้วย

บทหนังเรื่องนี้ หลิวเฉินยุน เป็นคนดัดแปลงจากนิยายของเขาเอง ฉันคิดว่าบทหนังน่าสนใจมากๆ ตัวละครทุกตัวมีเอกลักษณ์โดดเด่น และพวกเขาต่างมีเคมีที่เข้ากันดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกตัวละครที่ได้เผชิญหน้ากับ หลีสั่วเหลียน มันเหมือนกับทุกอย่างบนจอเริ่มจจากประกายไฟเล็กๆ จนกลายเป็นพลุขนาดใหญ่ นั่นคือความรู้สึกเวลาคุณได้ดูหนังเรื่องนี้ค่ะ

ถาม : หลีสั่วเหลียน เป็นคนยังไง
ตอบ : เธอเป็นคนฉลาดค่ะ แม้จะไม่ได้มีการศึกษาสูง แต่เธอเข้าใจชีวิต เธอเป็นคนที่หัวดีไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถจูงจมูกผู้ชายให้ทำตามสิ่งที่เธอต้องการ และสร้างปัญหาต่างๆ นานาให้แก่พวกเขายามช่วยเหลือเธอได้ เธอเป็นคนมีเหตุมีผลแต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามเหตุและผลของเธอเท่านั้น คนอื่นอาจไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วยกับเธอ แต่เธอก็ยังยืนกรานในสิ่งที่เธอคิด ซึ่งก็ทำให้เธอเป็นคนที่ดื้อมากๆ เหมือนกัน

ถาม : การรับบทนี้ถือเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะด้านภาษา ภาพลักษณ์ และการแสดง คุณรู้สึกยังไงบ้าง
ตอบ : ฉันมักกังวลเสมอว่าฉันจะเล่นออกมาไม่สมจริงเพียงพอ ตอนที่เราลองเสื้อ ฉันคิดว่าตัวเองไม่เหมือนกับผู้หญิงชาวไร่ชาวนาเลย การรับบทในหนังเรื่องก่อนๆ ฉันมักจะทำให้ตัวเองดูใกล้เคียงกับบทที่ได้รับอยู่เสมอ ผิวของฉันค่อนข้างดีอยู่แล้ว เลยบอกให้ช่างแต่งหน้าว่า ในเมื่อหลีเป็นคนที่ผิวค่อนข้างดำ คุณจะต้องเลือกสีพื้นให้ถูกนะ และผลที่ได้คือเขาทำให้ผิวฉันออกมาดำและกร้านอย่างนั้นได้จริงๆ ส่วนเรื่องผม ฉันไม่สระผมเลยค่ะเป็นเวลาหลายวัน เรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เราลองหลายแบบมากแต่ก็ไม่เคยคิดว่าเสื้อที่ลองมันเหมือนกับเสื้อของหญิงชาวนาจริงๆ จนกระทั่งฉันบอกให้พวกเขาไปหาเสื้อที่ชาวนาผู้หญิงที่ต่างจังหวัดใส่มาใช้จริงๆ บางชุดน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 10 ปีด้วยซ้ำ เราเริ่มต้นจากตรงนั้นแล้วเอามาประยุกต์ ทำให้กลายเป็นเสื้อชาวนาจริงๆ

ตอนนั้นเราถือว่าเสื้อผ้าที่ใช้เป็นเสื้อที่ตัดขึ้นมาใหม่ เราใช้กระดาษทรายขัดเพื่อให้ชุดดูเก่า ทำให้ใส่แล้วดูแก่ ส่วนรองเท้า เราเลือกรองเท้าแล้วเอาโคลนทาไว้ให้มันดูสมบุกสมบัน ต่อมาทีมงานไปหาชุดเก่าๆ มาได้จำนวนเยอะมาก แล้วแต่ละตัวมีกลิ่นของเจ้าของคนเก่าติดอยู่เหมือนกันทั้งหมด เราเห็นร่องรอยบนเสื้อ เห็นความโกโรโกโส การทำให้เสื้อผ้าเก่าไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตามไม่สามารถเทียบได้กับการเก่าด้วยตัวมันเองแบบนี้เลย ก่อนถ่ายเราขอให้ผู้คนใส่ชุดไว้เพื่อให้มันดูมีอายุขึ้นเรื่อยๆ คุณจะสามารถอิ่มเอมไปกับรายละเอียดเหล่านี้ได้ในหนังเวอร์ชั่นสมบูรณ์

นอกจากนั้น เรื่องสำเนียงการพูดก็เป็นอีกสิ่งที่ฉันแอบกังวล เพราะผู้กำกับไม่ได้บอกอะไรเลยก่อนถ่ายว่าเราควรต้องพูดจาสำเนียงแบบไหน นักแสดงส่วนใหญ่เลยงงไม่น้อย เราเริ่มงานกันตอน 9 โมงเช้า แล้วพอผู้กำกับพูดคุยเรื่องตัวละครเสร็จมันก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว จากนั้นก็จะมีครูมาสอนให้เราพูดบทด้วยสำเนียงภาษาแบบคนท้องถิ่นเพื่อใช้ในการถ่ายทำวันถัดไป คุณครูจะบันทึกเสียงพูดบทตามสำเนียงจริงเอาไว้ทุกประโยค ในเดือนแรกที่เราถ่ายทำ ฉันคิดว่าเราน่าจะได้นอนกันไม่ถึง 3 ชั่วโมงต่อวัน เพราะพอถ่ายหนังเสร็จแล้วเรายังต้องมาเรียนพูดภาษาท้องถิ่นกันต่ออีก

ถาม : การหย่าของ หลีสั่วเหลียน เป็นการหย่าจริงหรือปลอมกันแน่? แล้วทำไมมันถึงเป็นเรื่องใหญ่จนเธอต้องพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ใช่ผู้หญิงดาวยั่วแบบ พานจินเหลียน ด้วย?
ตอบ : แม้ว่าฉันจะไม่ได้เคยประสบกับความเจ็บปวดแบบเดียวกับเธอ แต่ก็พอเข้าใจได้นะ ในฐานะคู่รักที่ดูมีอะไรทุกอย่างลงตัวกันดี พวกเขาย่อมต้องการครองครองทรัพย์สิน หรือมีลูก แถมหนทางเดียวที่จะได้มาคือการต้องหย่าแบบน่าละอายอีก มันถือเป็นประเด็นใหญ่ของสังคมนะ แต่เธอก็ต้องตกใจที่การหย่ากลับกลายเป็นความจริงขึ้นมา แถมสามีเธอยังไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่น ที่สำคัญสามีเธอยังปฏิเสธเรื่องการหย่าปลอมๆ พร้อมกล่าวหาว่าเธอไม่บริสุทธิ์ใจกับเขามาตั้งแต่ต้นด้วยซ้ำ การเรียกเธอว่าเป็น พานจินเหลียน มันทำให้เธอชอกช้ำไม่น้อย

ผู้หญิงแบบเธอในยุคนั้นอ่อนไหวมากหากถูกนำไปเปรียบเทียบกับ พานจินเหลียน ด้วยเหตุผลแบบนั้นทำให้สถานการณ์มันซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิมอีก แล้ว วิธีการรับมือของเธอเองก็อาจมีปัญหา เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้หญิงเจอปัญหาแบบนี้ เธอย่อมสู้ไม่ถอยไม่มีใครสามารถให้อภัยสามีตัวเองแล้วอยู่อย่างสงบสุขได้หรอก หากคู่สามีภรรยาได้ลงหลักปักฐานด้วยกัน ได้มีลูกด้วยกันแล้ว พวกเขาย่อมไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ หลังจากที่เกิดเรื่องราวนั้นขึ้น เธอก็ได้พบกับผู้คนมากมาย มีหลายคนมองว่าเธอเป็นตัวปัญหา ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองว่าเธอแข็งกร้าวและไร้เหตุผลเกินไป แต่ฉันกลับคิดว่าเธอทรมานมากๆ เลยนะจากการต่อสู้ครั้งนี้

ท้ายที่สุดเธอก็ไม่อาจยอมรับชะตากรรมของตัวเองได้ มันไม่สำคัญว่าเธอเป็นคนสร้างปัญหาทำให้ผู้อื่นต้องทุกข์ทรมาน นี่คือสิ่งที่ผู้หญิงที่อยู่ชั้นล่างสุดของสังคมต้องเผชิญว่าเธอเองไร้ซึ่งอำนาจ เธอไม่สามารถดีดนิ้วสั่งใครแล้วจะช่วยให้ปัญหาของเธอจบสิ้นลงได้ เธอรู้สึกว่าในเมื่อเธอต่อสู้มานานแล้ว แต่ผู้คนต่างก็ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเธอเพราะเธอสร้างปัญหาให้กับพวกเขา มันก็วนเวียนแบบนี้ไม่รู้จักจบจักสิ้นเสียที

ถาม : หลีสั่วเหลียน มีปัญหากับ จ้าวดาตู และ คินอู๋เฮ พวกเขาค่อยๆ ทำร้ายเธอให้เจ็บขึ้นๆ ได้อย่างไร
ตอบ : จริงๆ แล้วรายของ คินอู๋เฮ เขาต้องการจะทำลายเธอให้สิ้นซาก เขาทำให้เธอเจ็บช้ำสาหัสจนเธอต้องลุกขึ้นมาเอาคืนเขาบ้าง แต่กรณีของ จ้าวดาตู เขาทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นหลังจากที่เธอต้องผิดหวังจากใครต่อใครมามากมาย แต่จากความอ่อนโยน กลับแปรเปลี่ยนเป็นการทำร้ายเธอในตอนท้ายแทน มันทำให้หลีสั่วเหลียนสติแตก ถ้าทั้งคู่เกิดลงเอยกันด้วยดีตั้งแต่ทีแรก บางทีปัญหามันอาจไม่บานปลายแบบนี้ แต่เพราะการกระทำของเขานั่นแหละ เรื่องราวต่างๆ เลยจบลงอย่างไม่ค่อยสวยงาม

ถาม : คุณคิดว่าเพราะอะไรถึงทำให้ หลีสั่วเหลียน ยกเลิกการร้องเรียนที่ปักกิ่ง
ตอบ : คินอู๋เฮ สามีของเธอ ยังคงอยู่ในใจเธอเสมอ เป็นเวลานานนับ 10 ปีแล้วที่เธออยากจะทำลายเขาให้สิ้นซาก แต่พอเธอได้ยินว่าเขาตายแล้ว มันกลับส่งผลต่อจิตใจเธออย่างรุนแรง ราวกับว่าโลกทั้งใบได้พังทลาย ทุกอย่างไม่มีความหมายอีกต่อไป ถึงเธอจะสามารถทวงคืนศักดิ์ศรี พิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่เธอถูกกล่าวหาไม่เป็นความจริง แต่เขาก็จะไม่ถูกลงโทษอยู่ดี

ถาม : นักแสดงนำชายในหนังเรื่องนี้ส่วนใหญ่ได้รับบทเป็นเจ้าหน้าที่คนใหญ่คนโตของทางการ คุณคิดว่าบทบาทของพวกเขาในหนังนั้นเป็นอย่างไร
ตอบ : เมื่อพวกเขาใช้อำนาจและความฉลาดที่มีอยู่ต่อสู้กับ หลีสั่วเหลียน พวกเขาทุกคนอาจดูเหมือนคนสูงค่า แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ฝ่ายของพวกเขาต้องปะทะกับ หลีสั่วเหลียน มันเหมือนว่าทั้ง 2 ฝ่ายก็แทบไม่มีความแตกต่างกัน ฉันรู้สึกว่า หลีสั่วเหลียน ฉลาดมาก เธอไม่ใช่หญิงชาวบ้านธรรมดาๆ เธอมีแผนรับมือ เธอมีเหตุและผลที่เตรียมมาพร้อม เธอรู้ว่าต้องเข้าไปหาเจ้าหน้าที่คนไหน เธอเข้าใจว่าลำดับขั้นอำนาจมันเป็นอย่างไร เธอไม่ใช่คนที่พุ่งเข้าชนกับใครต่อใครโดยปราศจากความคิดไต่ตรองอย่างรอบคอบไว้ก่อน

ถาม : คุณคิดว่า I Am Not Madame Bovery เป็นหนังแบบไหน
ตอบ : มันเป็นหนังที่มีเรื่องราวสุดพิเศษ หลายปีที่ผ่านมา เฝิงเสี่ยวกัง อาจทำหนังที่ว่าด้วยผู้หญิงออกมาไม่เยอะ หนังเรื่องนี้คือ 1 ในนั้น ยิ่งกว่านั้นนี่คือหนังที่ถ่ายทอดผ่านเฟรมภาพวงกลมเป็นเรื่องแรกของประเทศจีน โดยทั่วไปแล้ว นักแสดงจะไม่มีข้อจำกัดในการแสดงมากนักไม่เหมือนหนังเรื่องนี้ ดังนั้น ตากล้อง ฝ่ายแสงและทีมงานคนอื่นๆ จึงต้องคอยตามติดการแสดงของเราตลอดเวลา เราต้องให้ความสนใจกับตำแหน่งของตัวเองเวลาอยู่ในกล้อง สำหรับ หลัวปัน ผู้กำกับภาพของเรา เขาให้ความสำคัญกับเรื่องสีและองค์ประกอบของภาพ ซึ่งถือว่าค่อนข้างลำบากยิ่งกว่าการถ่ายหนังในรูปแบบปกติทั่วๆ ไป หนังเรื่องนี้มอบประสบการณ์สุดแปลกใหม่ให้กับเขาอย่างมากค่ะ

ถาม : เฝิงเสี่ยวกัง มีเหตุผลด้านสุนทรียศาสตร์จึงเลือกจะถ่ายหนังเรื่องนี้ด้วยเฟรมภาพวงกลม คุณคิดว่าอะไรเป็นแรงจูงใจให้เขาตัดสินใจแบบนี้
ตอบ : ฉันคิดว่าเขาแค่อยากมีความสุขที่ได้ทำแบบนี้ เขาไม่อยากมานั่งเสียใจภายหลังตอนเลิกทำหนังไปแล้ว ฉันอยากเรียนรู้แง่มุมความคิดของเขาอีกเยอะๆ อยากทำในสิ่งที่มีความสุข ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

ถาม : คุณคิดว่าหนังเรื่องนี้มีความตลกแบบไหน
ตอบ : มันเป็นความตลกที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ เฝิงเสี่ยวกัง เลยค่ะ และเราก็เห็นได้ชัดมากว่าบทของ หลิวเฉินยุน นั้นมีอารมณ์ขันอันเป็นเอกลักษณ์มากขนาดไหน ถ้าคุณคุ้นเคยกับผลงานเก่าของเขามาก่อน คุณจะพบว่า Cell Phone ไม่ใช่หนังตลกที่ตื่นเขิน ฉันเชื่อว่าผู้คนจะสัมผัสได้เช่นกันในหนังเรื่อง I Am Not Madame Bovery ฉันคิดว่าคนดูที่มีประสบการณ์ชีวิตมาค่อนข้างเยอะจะต้องยิ่งชอบหนังเรื่องนี้แน่นอน

ถาม : คุณรู้สึกยังไงที่ได้ร่วมงานกับ เฝิงเสี่ยวกัง อีกครั้ง
ตอบ : ฉันรู้สึกว่าผู้กำกับเฝิงเป็นคนที่สุขุม ตอนทำหนังเรื่อง Cell Phone เขาค่อนข้างเข้มงวดนะ เขาอาจเป็นคนที่ตรงไปตรงมา รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกมาทางสีน้าแบบนั้น แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นคนง่ายๆ ตราบใดที่เราเข้าใจซึ่งกันและกัน เขาก็จะคอยสนับสนุนเราไปจนถึงฝั่ง นอกจากนั้น เขายังเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย ผู้กำกับส่วนใหญ่จะไม่ชอบแสดงให้เราดูว่าควรต้องแสดงยังไง แต่เขากลับถนัดมากเรื่องนี้ การแสดงของเขาทำให้เราได้เห็นว่าเขาจ้องมองรายละเอียดมองชีวิตมนุษย์ได้ละเอียดแค่ไหน เขามีประสบการณ์เยอะ มีเรื่องราวที่อยากเล่ามากมาย และเขาก็เก่งทีเดียวในการสื่ออารมณ์ของผู้ชายออกมาให้ผู้หญิงได้รับรู้

ถาม : คุณรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงชายคนอื่นๆ ในเรื่อง
ตอบ : นักแสดงในหนังเรื่องนี้ทุกคนเก่งมากเลยค่ะ การแสดงของพวกเขาทำให้คุณอยากจะพัฒนาฝีมือของตัวเองให้เก่งมากยิ่งขึ้นไปอีก การได้ร่วมงานกับพวกเขาแตกต่างไปจากการร่วมงานกับนักแสดงรุ่นใหม่ๆ ที่ไม่รู้ว่าควรต้องทำอย่างไรจนกระทั่งถึงเวลาเผชิญกับผู้อื่น การได้ร่วมงาน ได้ต่อกรกับคู่ต่อสู้อย่างพวกเขา ถือเป็นการต่อสู้ที่เยี่ยมยอดเลยค่ะ


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     29 มี.ค. 60 7:48
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

I AM NOT MADAME BOVARY อย่าคิดหลอกเจ้ เสียดสีโดนใจ คว้ารางวัลหนังเยี่ยมบนเวที เอเชียน ฟิล์ม อวอร์ดส์ ครั้งที่ 11 พร้อมรางวัล นักแสดงนำหญิง ฟ่าน ปิง ปิง และ กำกับภาพยอดเยี่ยม

I AM NOT MADAME BOVARY ( ไอ แอม นอต มาดาม โบวารี่ ) ภาพยนตร์จีนไอเดียแหวก พลอตเสียดสีโดนใจ คว้า 3 รางวัลใหญ่จาก เวที เอเชียน ฟิล์ม อวอร์ดส์ ครั้งที่ 11ในสาขา ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และ กำกับภาพยอดเยี่ยม

“ นี่คือหนังที่มีเรื่องราวสุดพิเศษ หลายปีที่ผ่านมา เฝิงเสี่ยวกัง อาจทำหนังที่ว่าด้วยผู้หญิงออกมาไม่เยอะ หนังเรื่องนี้คือ 1 ในนั้น ยิ่งกว่านั้นนี่คือหนังที่ถ่ายทอดผ่านเฟรมภาพวงกลมเป็นเรื่องแรกของประเทศจีน โดยทั่วไปแล้ว นักแสดงจะไม่มีข้อจำกัดในการแสดงมากนักไม่เหมือนหนังเรื่องนี้ ดังนั้น ตากล้อง ฝ่ายแสงและทีมงานคนอื่นๆ จึงต้องคอยตามติดการแสดงของเราตลอดเวลา เราต้องให้ความสนใจกับตำแหน่งของตัวเองเวลาอยู่ในกล้อง สำหรับ หลัวปัน ผู้กำกับภาพของเรา เขาให้ความสำคัญกับเรื่องสีและองค์ประกอบของภาพ ซึ่งถือว่าค่อนข้างลำบากยิ่งกว่าการถ่ายหนังในรูปแบบปกติทั่วๆ ไป หนังเรื่องนี้มอบประสบการณ์สุดแปลกใหม่ให้กับเขาอย่างมากค่ะ “ ฟ่าน ปิง ปิง กล่าว


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     13 เม.ย. 60 1:49
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

I AM NOT MADAME BOVARY อย่าคิดหลอกเจ้ เสียดสีโดนใจ คว้ารางวัลหนังเยี่ยมบนเวที เอเชียน ฟิล์ม อวอร์ดส์ ครั้งที่ 11 พร้อมรางวัล นักแสดงนำหญิง ฟ่าน ปิง ปิง และ กำกับภาพยอดเยี่ยม

เกิดเป็นหญิงอย่ายอมเป็นควายให้ผู้ชายหลอกใช้ I AM NOT MADAME BOVARY ( ไอ แอม นอต มาดาม โบวารี่ อย่าคิดหลอกเจ้ ) ภาพยนตร์จีนไอเดียแหวก พลอตเสียดสีโดนใจที่ คว้า 3 รางวัลใหญ่จาก เวที เอเชียน ฟิล์ม อวอร์ดส์ ครั้งที่ 11ในสาขา ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และ กำกับภาพยอดเยี่ยม

I AM NOT MADAME BOVARY คือการกลับมาของ เฝิงเสี่ยวกัง ผู้กำกับมือหนึ่งของฮ่องกง ผู้เคยทำหนังดังอย่าง The Banquet และ Aftershock โดยหนังพูดถึง การเรียกร้อง สิทธิเสรีภาพของผู้หญิง ที่ไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ผู้ชายหลอกใช้ และ ยิ่งกว่านั้นนี่คือหนังที่ถ่ายทอดผ่านเฟรมภาพวงกลมเป็นเรื่องแรกของประเทศจีน

หนังได้ ฟ่าน ปิง ปิง มาพลิกคาแร๊คเตอร์ จากสาวสวย มาเป๊นเจ้ สาวชาวบ้าน ที่โดน สามี หลอก ให้ ‘หย่า' แบบปลอมๆ เพื่อที่จะได้อพาร์ตเมนต์หลังที่ 2 ที่รัฐบาลจัดเตรียมไว้ให้สำหรับคนโสด แต่ 6 เดือนหลังจากนั้น สามีจอมโกง กลับหนี ไปแต่งงานใหม่กับผู้หญิงคนอื่น ทำให้ เจ้ โกรธมากและตัดสินใจฟ้องศาล เพื่อเรียกความเป็นธรรมกลับคืนมา


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     22 เม.ย. 60 0:14
 
 


I am not Madame Bovary อย่าคิดหลอกเจ้ หนังดีกระแสบอกต่อแรง ฟ่านปิงปิง ยอมแสดงไม่รับค่าตัว

สกู๊ป กระแสรีวิว

“ ชอบมากครับ รู้สึกว่าโห เฟรมมันแบบเปรี้ยวมาก ชอบอารมณ์ขันของมัน มีความกวนอยู่เยอะมาก สนุกดีครับ “
คุณบรรจง ปิสัญธนะกูล ( ผกก. แฟนเดย์ )

“ ต้องบอกว่า I am not madame bovary เป็นหนังที่สนุกมากครับ คือมันเป็นหนังตลกร้ายที่เสียดสีสังคมได้ในหลายระดับมาก ๆ เฟรมวงกลมเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ดูยากเลยครับ “
คุณกรัณย์ จิตธารารักษ์ : Gossip Gun

“ มีสไตล์มากค่ะ มันมีสไตล์จัดจ้านมาก โดยเฉพาะการเลือกใช้เฟรม ดูแล้วเพลินมาก เพราะเรื่องมันสนุกอยู่แล้ว “
คุณอนุชา บุญยวรรธนะ ( ผกก. อนธการ )

“เรื่องนี้ ฟ่าน ปิง ปิง ก็ยอมที่จะไม่สวยเพื่อรับบทเป็นชาวบ้าน แล้วก็น่าจะเป็นบทบาทการแสดงที่ดีที่สุดในชีวิตของ ฟ่าน ปิง ปิง เธอดูสวยเพราะการแสดงของเธอกับความอาร์ต ความแพงของหนัง เฝิงเสี่ยวกัง ก็สร้างสรรค์งานภาพออกมาได้เยี่ยม หนังสวยมากจริง ๆ “
คุณเอิร์ธ นิโรธ รื่นเจริญ สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ ออสการ์


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     26 เม.ย. 60 22:08
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

ฟ่าน ปิง ปิง ทั้งสวย ทั้งเก่ง ขึ้นเป็น 1 ใน 100 บุคคล ที่ทรงอิทธิพลของโลก จาก ผลโหวตโดย นิตยสาร Time เป็นผู้หญิงเอเชียคนเดียวที่ติดโผ และได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน กรรมการ ตัดสิน การประกวดเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้

ถือเป็นปีทองของ ฟ่าน ปิง ปิง หลังจากที่ภาพยนตร์ดังที่เธอนำแสดง I am not Madame Bovary ( ไอ แอม นอท มาดาม โบวารี่ ) กวาดรางวัล ไปทั่วโลก จนทำให้ฝีมือการแสดงของเธอเป็นที่ยอมรับ ล่าสุด เดือนเมษายนที่ผ่านมา ฟ่าน ปิง ปิง ได้รับเลือก เป็น 1 ใน 100 บุคคล ที่ทรงอิทธิพลของโลกจากการโหวตโดยนิตยสาร Time โดยเป็นผู้หญิงเอเชียคนเดียวที่ติดโผ และได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน กรรมการ ตัดสิน การประกวดเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้ โดยมี เปโดร อัลโมโดวาร์ ผู้กำกับคนดังเป็นกรรมการตัดสิน

สำหรับ ภาพยนตร์ I am not Madame Bovary ( ไอ แอม นอท มาดาม โบวารี่ ) อย่าคิดหลอกเจ้ กระแสบอกต่อยังคงแรงนี่คือหนังที่ดีที่สุดของปีนี้ ยังยืนโรงฉายอยู่ที่ โรงภาพยนตร์ เฮ้าส์ อาร์ซีเอ และ ลิโด้


 
 
 


 
Valerian and the City of a Thousand Planets
 
 
Valerian and the City of a Thousand Planets
View : 6708
DownLoad : 50
 
 
Don’t Knock Twice เคาะสองที อย่าให้ผีเข้าบ้าน
 
 
Don’t Knock Twice เคาะสองที อย่าให้ผีเข้าบ้าน
View : 8630
DownLoad : 20
 
 
Fabricated City คนระห่ำพันธุ์เกมเมอร์
 
 
Fabricated City คนระห่ำพันธุ์เกมเมอร์
View : 5350
DownLoad : 22
 
 
Two is a Family หนึ่งห้องใจ ให้สองคน
 
 
Two is a Family หนึ่งห้องใจ ให้สองคน
View : 3349
DownLoad : 6
 
 
The Void แทรกร่างสยอง
 
 
The Void แทรกร่างสยอง
View : 4857
DownLoad : 14
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   
     
 
 
 
ดัชมิลล์  อยากรู้จัก โยเกิร์ด นมเปรี้ยว โยเกิร์ตพร้อมดื่ม ยูเอชที dutchmill นัท AF4
 
ดัชมิลล์
View : 508,568
Vote : 8,992
Download : 7,582
 
 
     
 
 
 
©2010 ADintrend