+Home
 
  +ADThai
 
 +ADInter
 
 +ADMovie
 
 +Scoop Intrend
 
 +Contact Us
 
 
 ดูทีวีออนไลน์  ฟังวิทยุออนไลน์
 
 
 
 
   
 

Shoplifters

  View : 526 Download : 0    
    ส่งให้เพื่อน
ภาพประกอบ 1 : Shoplifters
ภาพประกอบ 2 : Shoplifters
   
ภาพประกอบ 3 : Shoplifters
ภาพประกอบ 4 : Shoplifters
 
Embed
 
 
 
Along with the Gods ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า 2
 
 
Along with the Gods ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า 2
View : 219
DownLoad : 0
 
 
The Spy Who Dumped Me 2 สปายสวมรอยข้ามโลก
 
 
The Spy Who Dumped Me 2 สปายสวมรอยข้ามโลก
View : 522
DownLoad : 0
 
 
Shoplifters
 
 
Shoplifters
View : 526
DownLoad : 0
 
 
Future World สงครามล่าคนเหล็ก
 
 
Future World สงครามล่าคนเหล็ก
View : 736
DownLoad : 4
 
 
50 First Kisses 50 เดทจูบเธอให้ไม่ลืม
 
 
50 First Kisses 50 เดทจูบเธอให้ไม่ลืม
View : 567
DownLoad : 0
 
 
 
 

หนังเรื่อง Shoplifters

 
 
เข้าฉายวันที่ : 2 สิงหาคม 2561 เฉพาะที่ house Rca
จัดจำหน่าย : มงคลเมเจอร์
ผู้กำกับ : โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ
นักแสดง : ลิลลี่ แฟรงกี้, ไคริ จิโอ, ยุ ซาซากิ, ซากุระ อันโดะ, มายุ มัตสึโอกะ, คิริน กีกิ

เรื่องย่อหนัง Shoplifters
เล่าเรื่องของโอซามุ (ลิลลี่ แฟรงกี้) นอกจากทำงานเป็นกรรมกร เขายังลักเล็กขโมยน้อยเป็นอาชีพเสริมด้วย โดยมีลูกชาย โชตะ (ไคริ จิโอ) เป็นผู้ช่วย

วันหนึ่ง ขณะทั้งคู่กลับจากการขโมยของ โอซามุ ได้เจอกับ ยูริ (มิยุ ซาซากิ) เด็กหญิงตัวน้อยอยู่ตัวคนเดียว เขาจึงตัดสินใจพาเธอกลับมาบ้านด้วย แม้ว่า โนบุโยะ (ซากุระ อันโดะ) ภรรยาของเขาจะไม่พอใจที่เขาพาเด็กที่ไหนมารู้มาอยู่อาศัยด้วย ถึงอย่างนั้นตัวเธอและรวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวอย่าง อากิ (มายุ มัตสึโอกะ) น้องสาวของยูริ และคุณยายฮัตสุเอะ (คิริน กีกิ) ก็ดูแลเด็กหญิงคนนี้เป็นอย่างดี ถึงแม้พวกเขาจะเป็นครอบครัวเล็กๆ แต่พวกเขาก็เป็นครอบครัวที่มีความสุข ทว่าในช่วงเวลาที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ความลับบางอย่างก็เปิดเผยออกมาทำให้ทั้งครอบครัวต้องสั่นคลอน


 
     
 
   
 

 
 
โหลดหนัง Shoplifters
วิจารณ์หนังShoplifters
 
 AD Hunter   ©     5 ก.ค. 61 0:04
 
 


Shoplifters - Official Trailer [ ตัวอย่าง ซับไทย ]

 
 
 

 
 AD Hunter   ©     5 ก.ค. 61 0:06
 
 

โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ ผู้กำกับมือ 1 ของ ญี่ปุ่น นำ Shoplifters เข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ 2018 มงคลซีนีม่าเตรียมฉายในไทย 2 สิงหาคม 2561

โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ ถือเป็นนักทำหนังขาประจำของเทศกาลหนังเมืองคานส์ หนังเรื่องใหม่ Shoplifters ของเขาจะได้เข้าฉายในสายประกวด ชิงรางวัลปาล์มทองคำ (Palm D'Or) ที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 71 เดือนพฤษภาคมนี้ โดยครั้งล่าสุดที่หนังของเขาได้เข้าชิงปาล์มทองคำคือ Our Little Sister เมื่อปี 2015 และ ภาพยนตร์ Nobody Knows เคยคว้ารางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมมาแล้ว เมื่อปี 2004

โดยชื่อภาพยนตร์ภาษาญี่ปุ่นของ Shoplifters คือ Manbiki Kazoku (万引き家族) ซึ่งมีความหมายว่า Shoplifting Family หรือ ครอบครัวนักยกเค้า หนังเล่าเรื่องของโอซามุ (ลิลลี่ แฟรงกี้) นอกจากทำงานเป็นกรรมกร เขายังลักเล็กขโมยน้อยเป็นอาชีพเสริมด้วย โดยมีลูกชาย โชตะ (ไคริ จิโอ) เป็นผู้ช่วย


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     5 ก.ค. 61 0:08
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ หลั่งน้ำตา นำ SHOPLIFTERS คว้ารางวัลปาล์มทองคำ รางวัลสูงสุดจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้

ถือเป็นปีทองของภาพยนตร์ญี่ปุ่นเมื่อ ผกก.เบอร์ 1 ของประเทศ โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ สามารถทำตามฝันตัวเอง นำ SHOPLIFTERS ( ชอปลิฟเตอร์ส ) ภาพยนตร์ดราม่าครอบครัว คว้ารางวัลปาล์มทองคำ ( Palme D'or ) รางวัลสูงสุด เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ครั้งที่ 71 มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยประธานการจัดงาน เคต แบลนเชตต์ เป็นผู้ประกาศผลรางวัลนี้ โดยก่อนหน้านี้ ภาพยนตร์ของเขา เคยได้รับเลือกจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ให้เข้าชิงในสายประกวดหลัก รางวัล ปาล์มทองคำ มาถึง 4 ครั้ง จาก Distance ( 2001 ) Nobody knows ( 2004 ) Like Father , Like Son (2013 ) Our Little Sister ( 2015 ) และ 2 ครั้ง ในสาย Un Certain Regard จาก Air Doll (2005 ) และ After the Strom ( 2016 ) “ ผมไม่คาดฝันมาก่อนว่าจะได้รางวัลนี้ ขอบคุณทีมงานทุกคน และ คนที่อยากขอบคุณมากที่สุด คือ ยูกิซัง นักแสดงเด็กหัวใจสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ “ - โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ กล่าว

โคเรเอดะ ยังกล่าวว่าเขาชอบร่วมงานกับนักแสดงเก่งๆ และชอบเลือกนักแสดงที่คิดว่าคนดูต้องชื่นชอบมาเล่นหนังด้วย ใน Shoplifters นอกเหนือจาก ลิลลี่ แฟรงกี้ และ คิริน กีกิ แล้วเขายังได้ ซากุระ อันโดะ เจ้าของรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากหนังดราม่าน้ำดี 100 Yen Love มารับบทเป็น โนบุโยะ ภรรยาของ โอซามุ, มายุ มัตสึโอกะ นักแสดงดาวรุ่งจาก Chihayafuru ทั้ง 3 ภาคมารับบทเป็น อากิ น้องสาวของโนบุโยะ และ โซสึเกะ อิเคมัตสึ หรือผู้สืบทอดของแอลใน Death Note: Light Up The New World มารับบทสมทบซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องด้วย เป็นต้น

ไม่เพียงแค่ชอบทำงานกับนักแสดงผู้ใหญ่ฝีมือดี แต่จากผลงานที่ผ่านๆ มา โคเรเอดะ ยังชอบการทำงานกับเด็กด้วย ซึ่งใน Shoplifters เขาเลือก 2 นักแสดงเด็กหน้าใหม่มาปั้นให้กลายเป็นดาว เริ่มจาก ไคริ จีโอ ผู้รับบทเป็น ลูกชายของ โอซามุ ซึ่งได้เชื้อมือไวมาจากพ่อเต็มๆ และมิยุ ซาซากิ มารับบท ยูริ เด็กน้อยที่ 2 พ่อลูกหัวขโมยไปพบเจอโดยบังเอิญ


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     5 ก.ค. 61 0:11
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

"Shoplifters" เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากคานส์ปีล่าสุด เปิดตัวอันดับ 1 ใน Japan Box Office 7 วัน ทำรายได้ทะลุ 1000 ล้านเยน!

ปีนี้นับว่าเป็นปีทองของภาพยนตร์ญี่ปุ่นจริงๆเมื่อ Shoplifters ภาพยนตร์ญี่ปุ่นดราม่าครอบครัว ของผู้กำกับชื่อดัง "ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ" เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุด เปิดตัวอันดับ 1 ใน Japan Box Office ประจำสุดสัปดาห์ รวมรายได้เจ็ดวัน ทำรายได้ทะลุหลัก 1000 ล้านเยนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในญี่ปุ่น

หนังสือพิมพ์มาอินิจิชิมบุน รายงานว่า คดีลักขโมยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ได้ทำให้ญี่ปุ่นสูญเสียรายได้ไปถึง 400 ล้านเยนต่อปี จากรายงานการวิจัยของกรมตำรวจ การลักขโมยนั้นมีสาเหตุหลักมาจาก ความฝืดเคืองทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ รายงานระบุว่า กว่า 70% ของคดีลักขโมย ผู้ต้องหาส่วนใหญ่จะมีอายุ 80 ปีขึ้นไป และพวกเขามักถูกจับข้อหาลักขโมยอาหาร และกว่า 80% ของคดีลักขโมย จะเกิดขึ้นในซูเปอร์มาร์เก็ต

ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ ซึ่งเป็นทั้งผู้กำกับและผู้เขียนบท ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุนว่า ความตั้งใจแรกของเขาในการเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาคือต้องการที่จะมองหาคำนิยามของคำว่า "ครอบครัว" “ผมมักจะมีคำถามในใจว่าครอบครัวจริงๆแล้วคืออะไรกันแน่ ต้องประกอบไปด้วยพ่อ แม่ ลูกหรือพวกเขาต้องมีสายเลือดเดียวกันหรือไม่" แต่ในขณะเดียวกัน โคเรเอดะก็ไม่อยากเล่าถึงครอบครัวแบบที่เห็นกันจนชินตา (เขาเคยทำหนังประเด็นใกล้เคียงกันมาแล้วใน Like Father, Like Son) เขาอยากให้ทุกคนหันมาสนใจคนที่แทบจะ "ไร้ตัวตน" ในสังคมหรือคนที่สังคมมักจะมองข้าม โคเระเอดะเล่าว่า "ระหว่างเขียนบท ผมได้ดูข่าวเกี่ยวกับครอบครัวหลายครอบครัวที่โกงเงินบำนาญสวัสดิการรัฐ นั่นเป็นการจุดประกายให้ผมเขียนตัวละครใน Shoplifters ขึ้นมา"


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     5 ก.ค. 61 0:55
 
 

Shoplifters

คุยกับ “ ริวโตะ คอนโดะ “ ตากล้องหนัง SHOPLIFTERS เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากเมืองคานส์ หนังถ่ายทำด้วยฟิล์ม 35 มม. ตลอดทั้งเรื่อง

ริวโตะ คอนโดะ เป็นผู้กำกับภาพชาวญี่ปุ่นอายุ 42 ปี ที่น่าจับตาในวงการ ด้วยอายุที่ยังน้อย แต่ประสบการณ์โชกโชน คอนโดะถ่ายหนังมามากมายหลายแนว อาทิ A Gentle Breeze in the Village (2007), My Back Page (2011), The Kirishima Thing (2012), A Story of Yonosuke (2012), The Light Shines Only There (2014) ปีนี้เขาได้มาเป็นตากล้องให้กับ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ หนึ่งในผู้กำกับที่เขาฝันมานานว่าจะได้ร่วมงานด้วย


นี่เป็นการร่วมงานกับฮิโรคาสุ โคเรเอดะครั้งแรกใช่ไหม
---------------------------------------------------------------
ใช่ครับ ในที่สุดผมก็ได้ถ่ายหนังให้เขา และผมก็ดีใจมากที่เราทำงานเข้าขากันเป็นอย่างดี หลายปีมานี้ ผมได้รับการติดต่อจากโคเรเอดะให้มาถ่ายงานหลายชิ้นทั้งงานโฆษณาเอย งานวิดีโอเอย แต่โชคไม่ดีที่ตารางงานของเราไม่เคยตรงกันเลย จนกระทั่งมาถึงโอกาสนี้ เราเริ่มต้นถ่ายทำ Shoplifters ด้วยฉากฤดูร้อน และเนื่องจากโคเระเอดะติดต่อผมล่วงหน้านานมาก ผมจึงมีเวลาเคลียร์คิวให้ลงตัวสำหรับการถ่ายหนัง


โคเรเอดะถ่ายหนังหลายเรื่องด้วยฟิล์ม 35 มม. ทำไมคุณถึงเลือกถ่ายด้วยฟิล์มกับหนังเรื่องนี้
---------------------------------------------------------------
จริงๆ แล้ว โคเรเอดะเป็นคนบอกเองแต่แรกนะครับว่าขอถ่ายหนังเรื่องนี้ด้วยฟิล์ม 35 มม.เท่านั้น ถึงแม้ว่างบหนังจะมีไม่เยอะมาก แต่โคเรเอดะก็ยืนยันว่าจะขอถ่ายด้วยฟิล์ม (การถ่ายด้วยฟิล์มจะสิ้นเปลืองมากกว่าถ่ายด้วยดิจิตัล) ผมว่ากระบวนการถ่ายหนังแบบนี้ แบบที่ต้องรอเปลี่ยนฟิล์มทีละม้วนในการถ่าย มันก็เข้ากับสไตล์การกำกับของโคเรเอดะมากนะครับ และส่วนตัวผมเองก็รู้สึกว่าพื้นผิว (texture) ของภาพนั้นเหมาะกับเรื่องราวในหนังเรื่องนี้อีกด้วย


มีส่วนไหนในการทำงานที่คุณประทับใจเป็นพิเศษไหม
--------------------------------------------------------------
ผมทึ่งทีมงานทุกคนในกองถ่ายเลย ที่พวกเขาดูจะเข้าใจและเห็นคุณค่าของวิธีการทำงานแบบโคเรเอดะ เช่น ในบทมีอยู่ฉากหนึ่งที่เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนฝนตก แต่ว่าพยากรณ์อากาศแจ้งว่าจะเกิดหิมะตกหนักในโตเกียวในวันที่เราจะถ่ายฉากที่ว่านี้ ทีมงานทุกคนไม่มีใครหนักใจกับเรื่องนี้เลย พวกเขาใช้โอกาสนี้เพื่อถ่ายทำฉากหิมะตก ที่กลายเป็นหนึ่งในฉากที่งดงามที่สุดในหนัง ผมคิดว่างานคุณภาพของโคเระเอดะนั้นล้วนมาจากฝีมือจัดการอันเยี่ยมยอดของทีมงานทุกคน

อีกเรื่องก็คือ ทุกๆวันของการถ่ายทำ โคเรเอดะจะตัดต่อด้วยการใช้ภาพวิดีโอแอสซิสต์ (ภาพจากกล้องวิดีโอที่บันทึกพร้อมกับกล้องฟิล์ม ซึ่งจะได้ภาพมุมเดียวกับกล้องหลัก มีไว้สำหรับบันทึกภาพให้ผู้กำกับดูหน้ามอนิเตอร์ระหว่างถ่ายทำ) เพื่อจะดูว่าฉากนั้นออกมาเป็นอย่างที่เขาคิดหรือเปล่า ถ้าตัดต่อออกมาแล้ว จะต้องมีการถ่ายเพิ่ม เขาก็จะถ่ายเพิ่ม หรืออาจจะมีการดัดแปลงบางอย่างสำหรับฉากถัดไป โดยไม่จำเป็นต้องยึดตามบทที่เขียนมาทั้งหมด เพราะฉะนั้นทุกๆ วัน คุณจะได้เห็นหนังเรื่องนี้ค่อยๆมีชีวิตขึ้นมาระหว่างถ่ายทำ มันน่าอัศจรรย์สำหรับผมมาก

และเนื่องจากหนังเรื่องนี้มีตัวละครหลัก 6 ตัวด้วยกัน แถมยังมีตัวละครเด็กอีกด้วย ผมเลยเสนอว่าบางฉากน่าจะลองถ่ายโดยใช้กล้องหลายๆตัวพร้อมกัน ผมเลยถามโคเรเอดะว่า ผมควรใช้กล้องสองตัวไหม แต่เขาบอกผมว่า เขาใช้กล้องตัวเดียวเท่านั้นเวลาถ่ายหนัง เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมทึ่งเขามาก


เมื่อได้ดูหนังจริงๆบนจอใหญ่แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง
--------------------------------------------------------------
มันทำให้เราเห็นว่าการถ่ายฟิล์มนั้นมันให้ผลที่น่าพึงพอใจอย่างไร ผมว่าโคเระเอดะเองก็พอใจกับมันมากๆ ผมรู้สึกเหมือนตนเองประสบความสำเร็จนะ เมื่อพิจาณาจากสถานการณ์หลายๆ อย่างระหว่างการทำงาน คือว่า ผมใช้ฟิล์มชนิดเดียวเท่านั้นในการถ่ายหนังเรื่องนี้ คือฟิล์มสี KODAK VISION3 500T 5219 (3-perf) สำหรับหนังญี่ปุ่นแล้ว พวกเรานิยมถ่ายด้วยฟิล์ม 3-perf (หนึ่งเฟรมมี 3 รูหนามเตย) เราไปล้างฟิล์มและแปลงสัญญาณภาพที่บริษัท IMAGICA

ตอนที่เราเริ่มถ่ายทำฉากฤดูร้อนริมทะเล ตอนนั้นบทยังเขียนไม่เสร็จ และเราก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าภาพของหนังจะออกมาโทนไหนดี หนังเรื่องก่อนๆของโคเรเอดะสีจะออกมาสะอาดสบายตา ผมก็ชั่งใจอยู่นานว่ามันควรจออกมาเป็นแบบนั้นไหม หรือควรจะเพิ่มความจัดของสีมากขึ้นกว่าเดิมไหม เพราะหนังเรื่องนี้มันเกี่ยวกับความยากจน อาชญากรรม ที่ให้ความรู้สึกยุ่งเหยิงเล็กน้อย

โคเรเอดะบอกผมว่า เขาอยากได้โทนสีฟ้า ผมจึงเลือกโทนของภาพจากสิ่งต่างๆที่โคเระเอดะพบเจอระหว่างเราออกไปดูโลเกชั่นกัน เช่น สีของแผ่นสังกะสีที่ใช้เป็นผนังบ้านที่ครอบครัวนี้อาศัยอยู่

ฉากที่ตัวละครทั้ง 6 คนนั่งอยู่ตรงนอกชาน และแหงนมองดอกไม้ไฟนั้นเป็นช็อตแรกที่ผมต้องถ่ายทั้ง 6 คนอยู่ด้วยกัน ภาพที่โคเระเอดะคิดในใจคือ อยากให้มีอารมณ์เหมือนฝูงปลาใต้ทะเลที่แหงนขึ้นมองผิวน้ำ และเขาเจาะจงเลยว่า กล้องควรวางจากด้านบน ส่วนสีฟ้า ก็เหมาะกับความรู้สึกที่ว่าอยู่ในก้นมหาสมุทรดี


เล่าขั้นตอนโพสต์โปรดักชั่นให้ฟังหน่อย
--------------------------------------------------------------
เรานำฟิล์มเนกาทีฟที่ล้างเสร็จแล้วสแกนด้วยเครื่อง Cine Vivo ตอนแรกเราลังเลว่าจะใช้เครื่องสแกนตัวไหนดี แต่ Cine Vivo ให้ภาพที่ละมุนกว่า ซึ่งเหมาะกับหนังมากกว่าเครื่องอื่น แต่พูดก็พูดเถอะ เราอุตส่าห์ถ่ายหนังด้วยฟิล์ม เราก็อยากจะปรินต์หนังออกมาให้เป็นฟิล์มด้วยเหมือนกันนะ แต่ปัจจุบันมันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะค่าใช้จ่ายมันสูง

ครั้งหนึ่ง ตากล้องภาพยนตร์ที่ผมรู้จัก เคยกล่าวไว้ว่า สีที่อยู่บนฟิล์ม คือ "สีของความทรงจำ" เขาตั้งใจจะบอกว่า ฟิล์มนั้นสามารถแสดงสีแทนความทรงจำของเราได้ ผมเห็นด้วยอย่างมาก ผมเชื่อว่ามีสีบางอย่าง และพื้นผิวของภาพบางอย่างที่มีแต่ฟิล์มเท่านั้นที่สามารถทำออกมาได้ และนับเป็นเกียรติในชีวิตเหลือเกินที่ผมได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังที่ได้รางวัลปาล์มทองคำจากเมืองคานส์ ผมจะตั้งใจทำงานเพื่อให้สมกับเกียรติยศที่ได้รับ ผมเชื่อว่าคงมีหลายคนมาดูหนังเรื่องนี้เพราะรางวัลจากคานส์ แต่ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คนดูจะได้รับประสบการณ์อันน่าประทับใจที่เกิดจากภาพที่ถ่ายด้วยฟิล์มไปพร้อมๆกัน


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     5 ก.ค. 61 1:01
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

Shoplifters เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากคานส์ ผลงานอบอุ่นสั่งลา คิริน คิคิ คุณยายแสนใจดีแห่งวงการหนังญี่ปุ่น

ด้วยวัย 75 ปี และร่างกายที่ทรุดโทรมลงทีละนิด คิริน คิคิ นักแสดงหญิงชาวญี่ปุ่นรุ่นลายครามที่คอหนังชาวไทยรู้จักกันดี ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เจแปนไทม์สว่า...เธอพร้อมรับมือกับความตายแล้ว

คุณยาย คิริน คิคิ ซึ่งเราคุ้นหน้าค่าตากันในหนังญี่ปุ่นหลายเรื่อง เข้าวงการด้วยการเป็นนักแสดงตลกในรายการโทรทัศน์เมื่อ 50 ปีก่อน เธอเคยเข้าชิงรางวัลเจแปนฟิล์มอวอร์ดครั้งแรกในปี 1986 ก่อนจะมาคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากหนังเรื่อง Tokyo Tower: Mom and Me, and Sometimes Dad (2007) หลังจากเข้าชิงรางวัลมาแล้ว 6 ครั้ง และมาคว้ารางวัลเดิมซ้ำอีกครั้งในบทนำจากหนัง Chronicle of My Mother (2011)

แต่เชื่อแน่ว่า คอหนังชาวไทยคงคุ้นหน้าคิริน คิคิจากหนังหลายเรื่องของ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ โดยล่าสุดเธอรับแม่ในหนังเรื่อง After the Storm ซึ่งโคเรเอดะบอกเองว่า เป็นบทที่อิงมาจากแม่ของตัวเขาเอง

คิริน คิคิ ตรวจเจอว่าตนเองเป็นมะเร็งตั้งแต่ปี 2004 และนับตั้งแต่นั้นมา เธอก็เตรียมรับมือกับความตายมาโดยตลอด เธอยังคงใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ด้วยการเล่นหนัง (อย่างน้อยๆ) ปีละ 1 เรื่อง, เล่นละครโทรทัศน์ปีละ 1 เรื่อง, ไปเที่ยวฮาวายกับสามีปีละ 1 ครั้ง

"ฉันไม่รู้จะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับตอนสาวๆที่ยังแข็งแรงทำไม คิดไปก็รู้สึกแย่เปล่าๆ" คิริน คิคิให้สัมภาษณ์ "ฉันเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง เลือกที่จะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น และใช้ชีวิตไปตามนั้น"

ผู้จัดการส่วนตัวที่ทำงานด้วยกันมาหลายปี ได้จากเธอไปแล้วเมื่อ 10 กว่าปีก่อน นับแต่นั้นเป็นต้นมา คิริน คิคิก็เลือกรับงานเอง ไปไหนมาไหนเองโดยไม่มีผู้ช่วยหรือผู้จัดการส่วนตัว

ก่อนหน้านี้คิริน คิคิ ยังสามารถไปไหนด้วยการใช้รถไฟสาธารณะ แต่ระยะไม่กี่ปีมานี้ เธอทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว และเธอก็ต้องพกไม้เท้าติดตัวอยู่ตลอดเวลา

ตอนที่ฮิโรคาสุ โคเรเอดะติดต่อให้เธอมารับบทใน Shoplifters (หนังที่คว้ารางวัลใหญ่สุดจากเมืองคานส์ปีนี้มาครอง) คิริน คิคิก็เดาเอาว่า หนังเรื่องนี้คงจะเป็นการปรากฏตัวบนจอใหญ่ครั้งสุดท้ายของเธอ แต่ด้วยความที่เธอไม่ค่อยชอบความเอิกเกริก จึงไม่อยากป่าวประกาศบอกให่คนอื่นรู้ว่าตนเองจะเกษียณจากงานแสดง

"ฉันคงไม่โบกธงลาบอกทุกคนหรอกว่า ฉันจะเลิกเล่นหนังแล้วหรอกนะ ภาพที่ฉันคิดไว้ก็คือ อยากให้ผู้คนรู้สึกไปเองว่า ไม่ค่อยได้เห็นหน้าฉันแล้ว และไม่มีฉันอยู่บนจอหนังอีกแล้วมากกว่า" เธอกล่าว "หน้าที่ของฉันคือการสร้างความประทับใจบนจอหนัง และฉันก็ไม่อยากให้คนมาจดจำชีวิตนอกจอของฉันสักเท่าไหร่"

ใน Shoplifters คิริน คิคิ รับบทเป็นคุณยายเจ้าของบ้าน ซึ่งทั้งบ้านมีแต่หัวขโมย เธอมาในสภาพที่สมจริงสุดขีด ถอดฟันปลอม และปล่อยให้เส้นผมหงอกขาวตามธรรมชาติ บทบาทของเธอได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์อย่างล้มหลามตามเคย

"บทเรียนสำคัญที่โรคมะเร็งได้สอนฉันก็คือ ร่างกายของฉันไม่ใช่สมบัติของฉันหรอก" คิริน คิคิเล่า "ฉันได้รับอนุญาตให้ใช้ร่างกายนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เหมือนฉันซื้อที่ดิน ฉันอาจจะเป็นเจ้าของที่ดินก็จริง แต่ผืนดินมันเป็นสมบัติของโลก ในเมื่อสิ่งเหล่านี้มันไม่ได้เป็นของฉัน ฉันจึงควรดูแลรักษามันอย่างระมัดระวัง ก่อนจะส่งมันคืนด้วยสภาพสมบูรณ์ที่สุด ฉันมันชีวิตเป็นอย่างนั้น"


 
 
 


 
Jeepers Creepers 3 มันกลับมาโฉบหัว
 
 
Jeepers Creepers 3 มันกลับมาโฉบหัว
View : 4677
DownLoad : 18
 
 
The Last Recipe สูตรลับเมนูยอดเชฟ
 
 
The Last Recipe สูตรลับเมนูยอดเชฟ
View : 2631
DownLoad : 12
 
 
Slumber ผีอำผวา
 
 
Slumber ผีอำผวา
View : 1932
DownLoad : 4
 
 
Midnight Sun
 
 
Midnight Sun
View : 1462
DownLoad : 11
 
 
Incident in a Ghost Land บ้านตุ๊กตาดุ
 
 
Incident in a Ghost Land บ้านตุ๊กตาดุ
View : 3431
DownLoad : 11
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   
     
 
 
     
 
 
 
©2010 ADintrend