Email
Password
 
  จดจำข้อมูลเข้าสู่ระบบ
 
 
 +Home
 
  +ADThai
 
 +ADInter
 
 +ADMovie
 
 +Scoop Intrend
 
 +Top 10
 
 +ADBoard
 
 +Contact Us
 
 
 ดูทีวีออนไลน์  ฟังวิทยุออนไลน์
 
 
 
 
   
 
     
   
 
 
 
 
  taldo       19 พ.ย. 51 19:54 แจ้งลบความคิดเห็นนี้
 
     
  ข้อห้ามศัลยกรรม  
 
 
 
ข้อห้ามศัลยกรรม

นายบัวบก

อาจจะเป็นสี่ปี ห้าปี หรือว่าสิบปี ผมเองก็จำไม่ได้ รู้แต่ว่านานมากแล้วที่ผมถูกจองจำอยู่ที่นี่ ทั้งๆ ที่ผมเองก็ไม่ได้ทำความผิดอะไร ผมอาจจะโกรธง่าย ชอบอาละวาด แต่ผมก็ไม่เคยทำร้ายใคร เอ๊ะ…หรือว่าผมอาจจะเคยฆ่าใครสักคน ผมเองก็ชักจะลืมๆ ไปแล้วเหมือนกัน
แต่ถึงจะบริสุทธิ์ผมก็ไม่สนหรอก ที่นี่สบายจะตาย มีอาหารสามมื้อ ที่หลับที่นอนก็แสนจะอบอุ่น แถมมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้เสียด้วย ผมก็เลยไม่ต้องกลัวว่ามีใครจะมาทำร้าย ถึงแม้การสูญเสียอิสรภาพมันดูน่ารันทด แต่ในที่นี้ผมก็มีเรื่องสนุก นั่นก็คือ ขอให้เพื่อนร่วมชะตากรรมเล่าประวัติความเป็นมาและชีวิตของเขาให้ฟัง ผมได้รับรู้เรื่องราวชีวิตที่น่าสนุกตื่นเต้นมากมาย บางเรื่องเอาไปเขียนนิยายล่ารางวัลประกวดได้เลยทีเดียว บางเรื่องก็พอกล้อมแกล้มเอาไปทำละครหลังข่าวได้ แต่ก็มีไม่น้อยที่ฟังดูเหมือนเรื่องโกหก บ้าบอ ปัญญาอ่อน เพ้อเจ้อ ไร้สาระ บางคนเล่าไม่รู้เรื่องเลยก็มีมาก

และแล้ววันหนึ่งผมก็ได้ต้อนรับเพื่อนใหม่ เขาดูสะดุดตาของทุกๆ คน เป็นชายหนุ่มอายุราวสามสิบ ผิวพรรณดูดีมีชาติตระกูล หน้าตาหล่อเหลา รูปร่างได้สัดส่วน จมูกโด่งเข้ารูปกระจับ ฟันขาวสวยเรียงกันเป็นระเบียบ ผมรู้สึกคุ้นหน้าเขามาก แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน ถ้าเขาเป็นคนดังผมก็คงไม่รู้จัก เพราะที่นี่เราก็ไม่ค่อยได้รับข้อมูลข่าวสารสักเท่าไหร่นัก เจ้าหน้าที่จะเอาแต่สารคดีบ้าๆ บอๆ ประเภทความงามของธร มชาติกับวีซีดีบรรยายธรรมะน่าเบื่อมาเปิดให้พวกเราฟัง
ถ้าเป็นคนอื่น ส่วนใหญ่ผมมักต้องใช้เวลาตีสนิทอยู่นานจนเขาเชื่อใจถึงจะยอมเล่าชีวิตของพวกเขาให้ฟัง แต่สำหรับเพื่อนใหม่คนนี้ ผมแค่ลองแหย่พูดทักทายไปตามปกติว่าเป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ย ทำไมถึงต้องมาอยู่ที่นี่ เขากลับเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาให้ฟังอย่างหมดเปลือก (เรื่องราวนับจากนี้ไปเป็นสิ่งที่เล่าออกมาจากปากของเขา ซึ่งใช้สรรพนามแทนตัวเขาว่า “ผม”)

*********** ****************

..ผมเป็นนักร้องชื่อดัง ใช่ครับ คุณไม่ได้ฟังผิดไป ขอให้เชื่อผมเถอะว่าผมเป็นนักร้องชื่อดังตัวจริงเสียงจริง แล้วผมก็ไม่ได้มีชื่อเสียงแบบพวกสร้างกระแส เพราะผมอยู่ในวงการนักร้องมายี่สิบปี อ กอัลบั้มประเภทต่างๆ มานับไม่ถ้วน ทั้งอัลบั้มเดี่ยว อัลบั้มคู่ อัลบั้มแพคหมู่ อัลบั้มเฉพาะกิจเฉพาะกาล และอื่นๆ ยอดขายแต่ละอัลบั้มเป็นแสน นี่ถ้าไม่ถูกพิษของแผ่นผีซีดีเถื่อนอาจจะขายได้ถึงหลักล้าน
แล้วตัวผมก็โด่งดังทั้งทางกว้างและทางลึก อย่าหาว่าผมพูดเล่นลิ้นเลยผมจะอธิบายให้ฟัง
ที่ดังในทางกว้าง…เป็นเพราะแฟนเพลงของผมไม่ใช่แค่กลุ่มเล็กๆ เหมือนศิลปินเพลงยุคปัจจุบันที่มีคนฟังเฉพาะเจาะจง เช่น ศิลปินเพลงแรพ เพลงแจ๊ส เพลงโซลหรือพั้ง อาจเพราะผมเป็นนักร้องที่อัธยาศัยดี น่ารัก อ่อนน้อม ผมจึงมีแฟนเพลงมากมายทุกเพศทุกวัยทุกสาขาอาชีพ ทั้งวัยรุ่น วัยเด็ก วัยทำงาน วัยดึก วัยคึกๆ คักๆ ยันวัยทอง ส่วนที่ผมบอกว่าดังในทางลึก หมายถึง…ความชอบของแฟนเพลงที่มีต่อผมมันเข้มข้นจนถึงระดับคลั่งไคล้ หลายคนยอมเสียเวลาติดตามไปคอยเชียร์และให้กำลังใจผมในช่วงทัวร์คอนเสิร์ตหรือถ่ายโฆษณา บางคนก็สะสมผลงานของผมไว้ทุกชิ้น ทั้งนิตยสาร เพลง ภาพยนตร์ รูปภาพ สินค้าที่ระลึก และมีไม่น้อยที่ชอบผมมาก…มากจนเกินพิกัด จนถึงขั้นเรียกว่า…บ้าคลั่ง

(เขาเล่ามาถึงตอนนี้ ผมก็ชักรำคาญปนหมั่นไส้ จึงถามเขาว่า ถ้าคุณเป็นนักร้องชื่อดังทำไมถึงถูกจับมาอยู่ที่นี่ได้ เขาทำท่าทีไม่พอใจเล็กน้อย พร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเล่าเรื่องต่อ)

…ชีวิตผมดูเหมือนว่าจะเพียบพร้อมทุกอย่าง แต่เป็นสัจธรรมที่ว่าไม่มีอะไรหรือใครที่สมบูรณ์แบบ ผมเองก็เช่นกัน ทุกวันที่ผมตื่นขึ้นมองดูหน้าตัวเองในกระจก ผม ักจะเครียดจนเกิดอาการหน้ามืด มือเท้าสั่น เหงื่ออกเต็มตัว หลังจากที่อดทนมานานและเก็บได้จำนวนนึง ผมจึงตัดสินใจทำตามความฝันของตัวเอง
ผมไปคลินิกของหมอสนธิซึ่งนับว่าเป็นหมอศัลยกรรมที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการผ่าตัดตกแต่ง หลังจากที่ผมแจ้งความประสงค์กับเขา สิ่งที่ผมได้รับกลับกลายเป็นคำปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
“เสียใจครับ ผมทำให้คุณไม่ได้”
“ทำไมล่ะครับ ผมมีเงินนะหมอ”
“เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ ที่ใครๆ นึกอยากจะทำก็ทำได้ แต่เพราะช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา วิทยาทางการแพทย์ด้านศัลยกรรมได้พัฒนาขึ้นมาก แต่ยิ่งพัฒนามันก็ยิ่งทำให้เกิดปัญหาสังคมขึ้นอย่างมากมาย”
“ปัญหาอะไรกันครับหมอ” ผมรีบถามด้วยความอยากรู้
“อย่าให้ผมต้องอธิบายเลย” ศัลยแพทย์พูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย “ก่อนหน้านี้คุณก็น่าจะได้ยินข่าวบ้างนะ เอาเป็นว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นหลายครั้ง ก็เลยมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อหาข้อสรุป และในที่สุดก็ได้มีการกำหนดข้อห้ามในการทำศัลยกรรม เพิ่งจะมีการประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ไม่ถึงเดือนและมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน ไม่ว่าหรือคนไข้ก็จะได้รับโทษถึงขั้นจำคุกเลยทีเดียว”
“แล้วมีข้อห้ามไม่ให้นักร้องระดับซุปเปอร์สตาร์ทำศัลยกรรมด้วยหรือไง” ผมรีบถาม หมอสนธิมีสีหน้าเคร่งเครียดพร้อมกับลุกไปหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากลิ้นชักแล้วส่งมาให้ผม
“นี่คือข้อห้ามทั้งหมด คุณลองอ่านดูโดยเฉพาะข้อที่ 15”
ผมมองไล่ตัวเลขไปจนถึงบร ทัดที่เขียนข้อห้ามที่เขาบอก ผมถึงกับชะงัก รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกบริเวณหน้าอก ปวดศรีษะจนแทบจะระเบิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหมอสนธิด้วยสายตาวิงวอนขอความเห็นใจ เขาตอบสนองผมด้วยการส่ายหน้าอย่างช้า…ช้า…ช้า…

ผมกลับจากคลินิกด้วยความรู้สึกโกรธ ยิ่งอ่านข้อห้ามที่ทำให้ต้องผิดหวังก็ยิ่งโมโหจนหักห้ามอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ต้องระบายอารมณ์ด้วยการเขวี้ยงทำลายข้าวของภายในบ้าน โดยเฉพาะกระจกบานใหญ่ถูกทำลายจนแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี เพราะมันบังอาจสะท้อนภาพใบหน้าที่ผมอยากเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล เมื่อผมนั่งพักสงบสติอารมณ์ ผมก็เริ่มคิดหาวิธี
และตอนแรกผมคิดจะใช้วิธีแก้ปัญหาที่คนรวยใช้กันก็คือ…การใช้เงินฟาดหัว แต่พอไตร่ตรองคิดหาวิธีอื่น ผมก็ได้ไอเดียใหม่ แม้ว่ามันอาจจะดูโหดร้าย แต่ทำไงได้ ผมไม่มีทางเลือก ซึ่งผมสืบทราบมาว่า หมอสนธิมีลูกสาววัยสิบขวบอยู่หนึ่งคนที่เขารักดังดวงใจ ผมอาจจะใช้เธอเป็นข้อต่อรอง

ตอนที่ผมเข้าไปพบเขาเป็นครั้งที่สอง เขากำลังเปิดเพลงฮิตของผมอยู่พอดี แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หมอสนธิจะเป็นแฟนเพลงของผมอีกคนหนึ่ง ผมเข้าข้างตัวเองว่านี่อาจจะทำให้การเกลี้ยกล่อมเขาเป็นเรื่องง่ายขึ้น
“คุณกลับมาทำไมอีก ผมบอกแล้วไงว่าไม่มีทางที่จะทำศัลยกรรมให้คุณ”
ผมไม่ได้พูดอะไร แต่โยนรูปถ่ายลูกสาววัยสิบขวบของเขาในสถานที่ต่างๆ ที่ผมแอบถ่ายมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เธอเดินทางไปกลับโรงเรียน ไปว่ายน้ำ หรือไปเรียนดนตรี
“นี่มันอะไรกัน”
“หมอครับ ผมรู้ความเคลื่อนไหวของเธอตลอด หมอคงไม่อยากให้ลูกสาวของหมอต้องตกอยู่ในอันตราย” ผมพูดอย่างเจ้าเล่ห์
“นี่แกคิดจะขู่ฉันเหรอ!” หมอสนธิพูดอย่างโมโห
“ใจเย็นๆ ครับหมอ ก็หมอบังคับให้ผมทำแบบนี้เองไม่ใช่เหรอ” ผมพูดพร้อมวางเงินสดที่เพิ่งเบิกมาลงบนโต๊ะ “ผมไม่ได้ให้หมอทำศัลยกรรมให้ผมฟรีๆ ผมยอมจ่ายเงิน แถมจ่ายให้หมอเป็นสองเท่าอีกด้วย” ผมรีบยื่นข้อเสนอที่ทำให้เขาง่ายต่อการตัดสินใจ
“แต่ว่า…” สีหน้าแววตาของเขาดูอ่อนลง เหลือแค่ความกังวลบ้างเพียงเล็กน้อย ผมพอเดาได้ว่าเขากำลังวิตกในเรื่องใด จึงรีบยื่นเงื่อนไข
“ผมสัญญาว่าหลังจากผ่าตัดจะเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหน และรอให้เรื่องมันเงียบไปเสียก่อน อาจจะนานสักปีสองปี”
“คุณพูดจริงเหรอ” หมอสนธิร้องถามด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นมาก
“จริงครับหมอ ผมสัญญา”
หลังจากที่ได้ข้อเสนอที่น่าพอใจ หมอสนธิจึงยอมผ่าตัดศัลยกรรมให้ผม ผ่านไปเกือบห้าชั่วโมง ร่างของผมก็ถูกเข็นออกไปยังห้องพักฟื้น และสามวันต่อมา ผมถึงได้รับอนุญาตให้แกะผ้าพันแผลที่อยู่ที่ใบหน้าอ กได้ ผมรีบร้องขอกระจกเงา และทันทีที่เห็นใบหน้าของตัวเองผมก็ระเบิดเสียงหัวเราะด้วยความดีใจยกใหญ่
(พอเล่ามาถึงตอนนี้เขาก็หัวเราะไม่ยอมหยุด ผมต้องบอกให้เขาเล่าเรื่องต่อเพราะชักอยากรู้ตอนจบของเรื่องว่ามันจะลงเอยแบบไหน เขาก็จึงยอมเล่าเรื่องต่อ)

…ตอนนี้ผมมีความสุขมากที่สุด ยิ่งเมื่อนึกถึงหมอสนธิผมก็ยิ่งนึกขำ โธ่…ไอ้หมอหน้าโง่ คิดหรือว่าผมจะยอมเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหน ในเมื่อผมได้ในสิ่งที่ผมปรารถนาเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นผมถึงเริ่มออกไปปรากฏตัวตามที่สาธารณะต่างๆ ซึ่งก็ไม่แปลกที่บรรดาแฟนคลับ ต่างรุมเร้ากรูเข้ามาขอลายเซ็น รวมทั้งขอถ่ายรูปคู่กับผมอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง
มันเป็นช่วงเวลาซึ่งผมมีความสุขมากที่สุด แต่มันก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะในที่สุดผมก็ต้องถูกตำรวจควบคุมตัวพร้อมถูกสอบปากคำจากเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน แต่สุดท้ายผมก็ถูกนำมาจองจำอยู่ที่นี่
(เล่าถึงตอนนี้เขาก็หยุดเล่าสักพัก และหยิบกระจกบานเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเพื่อส่องดูใบหน้าอันหล่อเหลาของตัวเองอย่างมีความสุข)

เขามัวแต่ส่องกระจกชื่นชมใบหน้าของตัวเองเหมือนไม่คิดจะเล่าเรื่องต่อ ทั้งๆ ที่มีอีกหลายอย่างที่ยังติดค้างคาใจผมอยู่
“แล้วหมอสนธิล่ะ เขาเป็นยังไงบ้าง” ผมร้องถาม
“ผมถูกเจ้าหน้าที่กล่อมจนต้องยอมซักทอดว่าหมอสนธิเป็นคนผ่าตัดทำศัลยกรรมให้ เขาก็เลยต้องถูกลงโทษจำคุกสองปี ปรับอีกสองแสนบาท ข้อหาทำผิดกฎหมายข้อห้ามของการทำศัลยกรรม ข้อที่สิบห้า”
“ข้อที่สิบห้า!” ผมทำตาโตและพูดเสียงดัง ตรงนี้เป็นประเด็นที่ค้างคาใจของผมตั้งแต่ตอนแรกที่เขาเล่าเรื่อง ผมจึงรีบร้องถามด้วยความสนใจอีกครั้ง “แล้วข้อห้ามข้อที่สิบห้ามันเขียนไว้ว่ายังไงล่ะ”
เขาไม่ตอบ เอาแต่มัวยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนที่จะหยิบกระเป๋าสตางค์และดึงกระดาษแผ่นหนึ่งที่พับทบกันหลายครั้ง ซึ่งมีสภาพค่อนข้างเก่าออกมา พร้อมกับส่งมันมาให้ผม
“ดูเอาเองก็แล้วกัน” เขาพูดจบก็หันไปส่องกระจกพร้อมยิ้มชื่นชมกับใบหน้าของตัวเองต่อ
ผมรับแผ่นกระดาษที่ยับยู่ยี่มาไว้ในมือ บนหัวกระดาษตีตราองค์กรด้านการศัลยกรรม รายละเอียดด้านล่างเป็นรายการข้อห้ามทั้งหมด ผมอ่านข้อหนึ่งและข้อสองก่อนจะข้ามไปยังบรรทัดที่ผมอยากรู้ ก่อนจะอ่านข้อห้ามนั้น

“ข้อห้ามที่สิบห้า ห้ามทำศัลยกรรมให้กับผู้ป่วยโรคจิตชนิดหลงผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่ต้องการทำศัลยกรรมใบหน้าให้เหมือนกับคนดังที่เขาคลั่งไคล้และหลงผิดคิดว่าตัวเองเป็นบุคคลดังกล่าว”

ปล.. ตอนนี้เมืองไทยมีคนบ้าเยอะมาก โปรดรักษาสุขภาพจิตให้เเข็งเเรง


แก้ไขครั้งที่ 1 : 19 .. 51 19:55



 
 
 
 
     
     
   
 
 
 chainza4       20 พ.ย. 51 14:03 แจ้งลบความคิดเห็นนี้
 
 
อ่านมาตั้งนาน

แต่ก็โอเคอ่ะนะ

555


 
 
 

 
 
 
 
 
     
 
 
 
ดัชมิลล์  อยากรู้จัก โยเกิร์ด นมเปรี้ยว โยเกิร์ตพร้อมดื่ม ยูเอชที dutchmill นัท AF4
 
ดัชมิลล์
View : 414,202
Vote : 8,991
Download : 7,434
1
 กรุงเทพประกันชีวิต
1
2
 Puriku Honey Lemon
1
 
 
     
 
 
 
©2010 ADintrend