+Home
 
  +ADThai
 
 +ADInter
 
 +ADMovie
 
 +Scoop Intrend
 
 +Contact Us
 
 
 ดูทีวีออนไลน์  ฟังวิทยุออนไลน์
 
 
 
 
   
 

Shoplifters ครอบครัวที่ลัก

  View : 961 Download : 1    
    ส่งให้เพื่อน
ภาพประกอบ 1 : Shoplifters ครอบครัวที่ลัก
ภาพประกอบ 2 : Shoplifters ครอบครัวที่ลัก
   
ภาพประกอบ 3 : Shoplifters ครอบครัวที่ลัก
ภาพประกอบ 4 : Shoplifters ครอบครัวที่ลัก
 
Embed
 
 
 
Monstrum พันธุ์อสูรกลาย
 
 
Monstrum พันธุ์อสูรกลาย
View : 289
DownLoad : 2
 
 
Hell Fest สวนสนุกนรก
 
 
Hell Fest สวนสนุกนรก
View : 209
DownLoad : 2
 
 
KIN โคตรปืนเอเลี่ยน
 
 
KIN โคตรปืนเอเลี่ยน
View : 291
DownLoad : 2
 
 
Ghost Stories
 
 
Ghost Stories
View : 230
DownLoad : 12
 
 
Mara ตื่นไหลตาย
 
 
Mara ตื่นไหลตาย
View : 321
DownLoad : 5
 
 
 
 

หนังเรื่อง Shoplifters ครอบครัวที่ลัก

 
 
เข้าฉายวันที่ : 2 สิงหาคม 2561 เฉพาะที่ house Rca
จัดจำหน่าย : มงคลเมเจอร์
ผู้กำกับ : โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ
นักแสดง : ลิลลี่ แฟรงกี้, ไคริ จิโอ, ยุ ซาซากิ, ซากุระ อันโดะ, มายุ มัตสึโอกะ, คิริน กีกิ

เรื่องย่อหนัง Shoplifters ครอบครัวที่ลัก
เล่าเรื่องของโอซามุ (ลิลลี่ แฟรงกี้) นอกจากทำงานเป็นกรรมกร เขายังลักเล็กขโมยน้อยเป็นอาชีพเสริมด้วย โดยมีลูกชาย โชตะ (ไคริ จิโอ) เป็นผู้ช่วย

วันหนึ่ง ขณะทั้งคู่กลับจากการขโมยของ โอซามุ ได้เจอกับ ยูริ (มิยุ ซาซากิ) เด็กหญิงตัวน้อยอยู่ตัวคนเดียว เขาจึงตัดสินใจพาเธอกลับมาบ้านด้วย แม้ว่า โนบุโยะ (ซากุระ อันโดะ) ภรรยาของเขาจะไม่พอใจที่เขาพาเด็กที่ไหนมารู้มาอยู่อาศัยด้วย ถึงอย่างนั้นตัวเธอและรวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวอย่าง อากิ (มายุ มัตสึโอกะ) น้องสาวของยูริ และคุณยายฮัตสุเอะ (คิริน กีกิ) ก็ดูแลเด็กหญิงคนนี้เป็นอย่างดี ถึงแม้พวกเขาจะเป็นครอบครัวเล็กๆ แต่พวกเขาก็เป็นครอบครัวที่มีความสุข ทว่าในช่วงเวลาที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ความลับบางอย่างก็เปิดเผยออกมาทำให้ทั้งครอบครัวต้องสั่นคลอน


 
     
 
   
 

 
 
โหลดหนัง Shoplifters ครอบครัวที่ลัก
วิจารณ์หนังShoplifters ครอบครัวที่ลัก
 
 AD Hunter   ©     5 ก.ค. 61 0:04
 
 


Shoplifters - Official Trailer [ ตัวอย่าง ซับไทย ]

 
 
 

 
 AD Hunter   ©     5 ก.ค. 61 0:06
 
 

โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ ผู้กำกับมือ 1 ของ ญี่ปุ่น นำ Shoplifters เข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ 2018 มงคลซีนีม่าเตรียมฉายในไทย 2 สิงหาคม 2561

โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ ถือเป็นนักทำหนังขาประจำของเทศกาลหนังเมืองคานส์ หนังเรื่องใหม่ Shoplifters ของเขาจะได้เข้าฉายในสายประกวด ชิงรางวัลปาล์มทองคำ (Palm D'Or) ที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 71 เดือนพฤษภาคมนี้ โดยครั้งล่าสุดที่หนังของเขาได้เข้าชิงปาล์มทองคำคือ Our Little Sister เมื่อปี 2015 และ ภาพยนตร์ Nobody Knows เคยคว้ารางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมมาแล้ว เมื่อปี 2004

โดยชื่อภาพยนตร์ภาษาญี่ปุ่นของ Shoplifters คือ Manbiki Kazoku (万引き家族) ซึ่งมีความหมายว่า Shoplifting Family หรือ ครอบครัวนักยกเค้า หนังเล่าเรื่องของโอซามุ (ลิลลี่ แฟรงกี้) นอกจากทำงานเป็นกรรมกร เขายังลักเล็กขโมยน้อยเป็นอาชีพเสริมด้วย โดยมีลูกชาย โชตะ (ไคริ จิโอ) เป็นผู้ช่วย


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     5 ก.ค. 61 0:08
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ หลั่งน้ำตา นำ SHOPLIFTERS คว้ารางวัลปาล์มทองคำ รางวัลสูงสุดจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้

ถือเป็นปีทองของภาพยนตร์ญี่ปุ่นเมื่อ ผกก.เบอร์ 1 ของประเทศ โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ สามารถทำตามฝันตัวเอง นำ SHOPLIFTERS ( ชอปลิฟเตอร์ส ) ภาพยนตร์ดราม่าครอบครัว คว้ารางวัลปาล์มทองคำ ( Palme D'or ) รางวัลสูงสุด เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ครั้งที่ 71 มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยประธานการจัดงาน เคต แบลนเชตต์ เป็นผู้ประกาศผลรางวัลนี้ โดยก่อนหน้านี้ ภาพยนตร์ของเขา เคยได้รับเลือกจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ให้เข้าชิงในสายประกวดหลัก รางวัล ปาล์มทองคำ มาถึง 4 ครั้ง จาก Distance ( 2001 ) Nobody knows ( 2004 ) Like Father , Like Son (2013 ) Our Little Sister ( 2015 ) และ 2 ครั้ง ในสาย Un Certain Regard จาก Air Doll (2005 ) และ After the Strom ( 2016 ) “ ผมไม่คาดฝันมาก่อนว่าจะได้รางวัลนี้ ขอบคุณทีมงานทุกคน และ คนที่อยากขอบคุณมากที่สุด คือ ยูกิซัง นักแสดงเด็กหัวใจสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ “ - โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ กล่าว

โคเรเอดะ ยังกล่าวว่าเขาชอบร่วมงานกับนักแสดงเก่งๆ และชอบเลือกนักแสดงที่คิดว่าคนดูต้องชื่นชอบมาเล่นหนังด้วย ใน Shoplifters นอกเหนือจาก ลิลลี่ แฟรงกี้ และ คิริน กีกิ แล้วเขายังได้ ซากุระ อันโดะ เจ้าของรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากหนังดราม่าน้ำดี 100 Yen Love มารับบทเป็น โนบุโยะ ภรรยาของ โอซามุ, มายุ มัตสึโอกะ นักแสดงดาวรุ่งจาก Chihayafuru ทั้ง 3 ภาคมารับบทเป็น อากิ น้องสาวของโนบุโยะ และ โซสึเกะ อิเคมัตสึ หรือผู้สืบทอดของแอลใน Death Note: Light Up The New World มารับบทสมทบซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องด้วย เป็นต้น

ไม่เพียงแค่ชอบทำงานกับนักแสดงผู้ใหญ่ฝีมือดี แต่จากผลงานที่ผ่านๆ มา โคเรเอดะ ยังชอบการทำงานกับเด็กด้วย ซึ่งใน Shoplifters เขาเลือก 2 นักแสดงเด็กหน้าใหม่มาปั้นให้กลายเป็นดาว เริ่มจาก ไคริ จีโอ ผู้รับบทเป็น ลูกชายของ โอซามุ ซึ่งได้เชื้อมือไวมาจากพ่อเต็มๆ และมิยุ ซาซากิ มารับบท ยูริ เด็กน้อยที่ 2 พ่อลูกหัวขโมยไปพบเจอโดยบังเอิญ


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     5 ก.ค. 61 0:11
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

"Shoplifters" เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากคานส์ปีล่าสุด เปิดตัวอันดับ 1 ใน Japan Box Office 7 วัน ทำรายได้ทะลุ 1000 ล้านเยน!

ปีนี้นับว่าเป็นปีทองของภาพยนตร์ญี่ปุ่นจริงๆเมื่อ Shoplifters ภาพยนตร์ญี่ปุ่นดราม่าครอบครัว ของผู้กำกับชื่อดัง "ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ" เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุด เปิดตัวอันดับ 1 ใน Japan Box Office ประจำสุดสัปดาห์ รวมรายได้เจ็ดวัน ทำรายได้ทะลุหลัก 1000 ล้านเยนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในญี่ปุ่น

หนังสือพิมพ์มาอินิจิชิมบุน รายงานว่า คดีลักขโมยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ได้ทำให้ญี่ปุ่นสูญเสียรายได้ไปถึง 400 ล้านเยนต่อปี จากรายงานการวิจัยของกรมตำรวจ การลักขโมยนั้นมีสาเหตุหลักมาจาก ความฝืดเคืองทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ รายงานระบุว่า กว่า 70% ของคดีลักขโมย ผู้ต้องหาส่วนใหญ่จะมีอายุ 80 ปีขึ้นไป และพวกเขามักถูกจับข้อหาลักขโมยอาหาร และกว่า 80% ของคดีลักขโมย จะเกิดขึ้นในซูเปอร์มาร์เก็ต

ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ ซึ่งเป็นทั้งผู้กำกับและผู้เขียนบท ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุนว่า ความตั้งใจแรกของเขาในการเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาคือต้องการที่จะมองหาคำนิยามของคำว่า "ครอบครัว" “ผมมักจะมีคำถามในใจว่าครอบครัวจริงๆแล้วคืออะไรกันแน่ ต้องประกอบไปด้วยพ่อ แม่ ลูกหรือพวกเขาต้องมีสายเลือดเดียวกันหรือไม่" แต่ในขณะเดียวกัน โคเรเอดะก็ไม่อยากเล่าถึงครอบครัวแบบที่เห็นกันจนชินตา (เขาเคยทำหนังประเด็นใกล้เคียงกันมาแล้วใน Like Father, Like Son) เขาอยากให้ทุกคนหันมาสนใจคนที่แทบจะ "ไร้ตัวตน" ในสังคมหรือคนที่สังคมมักจะมองข้าม โคเระเอดะเล่าว่า "ระหว่างเขียนบท ผมได้ดูข่าวเกี่ยวกับครอบครัวหลายครอบครัวที่โกงเงินบำนาญสวัสดิการรัฐ นั่นเป็นการจุดประกายให้ผมเขียนตัวละครใน Shoplifters ขึ้นมา"


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     5 ก.ค. 61 0:55
 
 

Shoplifters ครอบครัวที่ลัก

คุยกับ “ ริวโตะ คอนโดะ “ ตากล้องหนัง SHOPLIFTERS เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากเมืองคานส์ หนังถ่ายทำด้วยฟิล์ม 35 มม. ตลอดทั้งเรื่อง

ริวโตะ คอนโดะ เป็นผู้กำกับภาพชาวญี่ปุ่นอายุ 42 ปี ที่น่าจับตาในวงการ ด้วยอายุที่ยังน้อย แต่ประสบการณ์โชกโชน คอนโดะถ่ายหนังมามากมายหลายแนว อาทิ A Gentle Breeze in the Village (2007), My Back Page (2011), The Kirishima Thing (2012), A Story of Yonosuke (2012), The Light Shines Only There (2014) ปีนี้เขาได้มาเป็นตากล้องให้กับ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ หนึ่งในผู้กำกับที่เขาฝันมานานว่าจะได้ร่วมงานด้วย


นี่เป็นการร่วมงานกับฮิโรคาสุ โคเรเอดะครั้งแรกใช่ไหม
---------------------------------------------------------------
ใช่ครับ ในที่สุดผมก็ได้ถ่ายหนังให้เขา และผมก็ดีใจมากที่เราทำงานเข้าขากันเป็นอย่างดี หลายปีมานี้ ผมได้รับการติดต่อจากโคเรเอดะให้มาถ่ายงานหลายชิ้นทั้งงานโฆษณาเอย งานวิดีโอเอย แต่โชคไม่ดีที่ตารางงานของเราไม่เคยตรงกันเลย จนกระทั่งมาถึงโอกาสนี้ เราเริ่มต้นถ่ายทำ Shoplifters ด้วยฉากฤดูร้อน และเนื่องจากโคเระเอดะติดต่อผมล่วงหน้านานมาก ผมจึงมีเวลาเคลียร์คิวให้ลงตัวสำหรับการถ่ายหนัง


โคเรเอดะถ่ายหนังหลายเรื่องด้วยฟิล์ม 35 มม. ทำไมคุณถึงเลือกถ่ายด้วยฟิล์มกับหนังเรื่องนี้
---------------------------------------------------------------
จริงๆ แล้ว โคเรเอดะเป็นคนบอกเองแต่แรกนะครับว่าขอถ่ายหนังเรื่องนี้ด้วยฟิล์ม 35 มม.เท่านั้น ถึงแม้ว่างบหนังจะมีไม่เยอะมาก แต่โคเรเอดะก็ยืนยันว่าจะขอถ่ายด้วยฟิล์ม (การถ่ายด้วยฟิล์มจะสิ้นเปลืองมากกว่าถ่ายด้วยดิจิตัล) ผมว่ากระบวนการถ่ายหนังแบบนี้ แบบที่ต้องรอเปลี่ยนฟิล์มทีละม้วนในการถ่าย มันก็เข้ากับสไตล์การกำกับของโคเรเอดะมากนะครับ และส่วนตัวผมเองก็รู้สึกว่าพื้นผิว (texture) ของภาพนั้นเหมาะกับเรื่องราวในหนังเรื่องนี้อีกด้วย


มีส่วนไหนในการทำงานที่คุณประทับใจเป็นพิเศษไหม
--------------------------------------------------------------
ผมทึ่งทีมงานทุกคนในกองถ่ายเลย ที่พวกเขาดูจะเข้าใจและเห็นคุณค่าของวิธีการทำงานแบบโคเรเอดะ เช่น ในบทมีอยู่ฉากหนึ่งที่เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนฝนตก แต่ว่าพยากรณ์อากาศแจ้งว่าจะเกิดหิมะตกหนักในโตเกียวในวันที่เราจะถ่ายฉากที่ว่านี้ ทีมงานทุกคนไม่มีใครหนักใจกับเรื่องนี้เลย พวกเขาใช้โอกาสนี้เพื่อถ่ายทำฉากหิมะตก ที่กลายเป็นหนึ่งในฉากที่งดงามที่สุดในหนัง ผมคิดว่างานคุณภาพของโคเระเอดะนั้นล้วนมาจากฝีมือจัดการอันเยี่ยมยอดของทีมงานทุกคน

อีกเรื่องก็คือ ทุกๆวันของการถ่ายทำ โคเรเอดะจะตัดต่อด้วยการใช้ภาพวิดีโอแอสซิสต์ (ภาพจากกล้องวิดีโอที่บันทึกพร้อมกับกล้องฟิล์ม ซึ่งจะได้ภาพมุมเดียวกับกล้องหลัก มีไว้สำหรับบันทึกภาพให้ผู้กำกับดูหน้ามอนิเตอร์ระหว่างถ่ายทำ) เพื่อจะดูว่าฉากนั้นออกมาเป็นอย่างที่เขาคิดหรือเปล่า ถ้าตัดต่อออกมาแล้ว จะต้องมีการถ่ายเพิ่ม เขาก็จะถ่ายเพิ่ม หรืออาจจะมีการดัดแปลงบางอย่างสำหรับฉากถัดไป โดยไม่จำเป็นต้องยึดตามบทที่เขียนมาทั้งหมด เพราะฉะนั้นทุกๆ วัน คุณจะได้เห็นหนังเรื่องนี้ค่อยๆมีชีวิตขึ้นมาระหว่างถ่ายทำ มันน่าอัศจรรย์สำหรับผมมาก

และเนื่องจากหนังเรื่องนี้มีตัวละครหลัก 6 ตัวด้วยกัน แถมยังมีตัวละครเด็กอีกด้วย ผมเลยเสนอว่าบางฉากน่าจะลองถ่ายโดยใช้กล้องหลายๆตัวพร้อมกัน ผมเลยถามโคเรเอดะว่า ผมควรใช้กล้องสองตัวไหม แต่เขาบอกผมว่า เขาใช้กล้องตัวเดียวเท่านั้นเวลาถ่ายหนัง เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมทึ่งเขามาก


เมื่อได้ดูหนังจริงๆบนจอใหญ่แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง
--------------------------------------------------------------
มันทำให้เราเห็นว่าการถ่ายฟิล์มนั้นมันให้ผลที่น่าพึงพอใจอย่างไร ผมว่าโคเระเอดะเองก็พอใจกับมันมากๆ ผมรู้สึกเหมือนตนเองประสบความสำเร็จนะ เมื่อพิจาณาจากสถานการณ์หลายๆ อย่างระหว่างการทำงาน คือว่า ผมใช้ฟิล์มชนิดเดียวเท่านั้นในการถ่ายหนังเรื่องนี้ คือฟิล์มสี KODAK VISION3 500T 5219 (3-perf) สำหรับหนังญี่ปุ่นแล้ว พวกเรานิยมถ่ายด้วยฟิล์ม 3-perf (หนึ่งเฟรมมี 3 รูหนามเตย) เราไปล้างฟิล์มและแปลงสัญญาณภาพที่บริษัท IMAGICA

ตอนที่เราเริ่มถ่ายทำฉากฤดูร้อนริมทะเล ตอนนั้นบทยังเขียนไม่เสร็จ และเราก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าภาพของหนังจะออกมาโทนไหนดี หนังเรื่องก่อนๆของโคเรเอดะสีจะออกมาสะอาดสบายตา ผมก็ชั่งใจอยู่นานว่ามันควรจออกมาเป็นแบบนั้นไหม หรือควรจะเพิ่มความจัดของสีมากขึ้นกว่าเดิมไหม เพราะหนังเรื่องนี้มันเกี่ยวกับความยากจน อาชญากรรม ที่ให้ความรู้สึกยุ่งเหยิงเล็กน้อย

โคเรเอดะบอกผมว่า เขาอยากได้โทนสีฟ้า ผมจึงเลือกโทนของภาพจากสิ่งต่างๆที่โคเระเอดะพบเจอระหว่างเราออกไปดูโลเกชั่นกัน เช่น สีของแผ่นสังกะสีที่ใช้เป็นผนังบ้านที่ครอบครัวนี้อาศัยอยู่

ฉากที่ตัวละครทั้ง 6 คนนั่งอยู่ตรงนอกชาน และแหงนมองดอกไม้ไฟนั้นเป็นช็อตแรกที่ผมต้องถ่ายทั้ง 6 คนอยู่ด้วยกัน ภาพที่โคเระเอดะคิดในใจคือ อยากให้มีอารมณ์เหมือนฝูงปลาใต้ทะเลที่แหงนขึ้นมองผิวน้ำ และเขาเจาะจงเลยว่า กล้องควรวางจากด้านบน ส่วนสีฟ้า ก็เหมาะกับความรู้สึกที่ว่าอยู่ในก้นมหาสมุทรดี


เล่าขั้นตอนโพสต์โปรดักชั่นให้ฟังหน่อย
--------------------------------------------------------------
เรานำฟิล์มเนกาทีฟที่ล้างเสร็จแล้วสแกนด้วยเครื่อง Cine Vivo ตอนแรกเราลังเลว่าจะใช้เครื่องสแกนตัวไหนดี แต่ Cine Vivo ให้ภาพที่ละมุนกว่า ซึ่งเหมาะกับหนังมากกว่าเครื่องอื่น แต่พูดก็พูดเถอะ เราอุตส่าห์ถ่ายหนังด้วยฟิล์ม เราก็อยากจะปรินต์หนังออกมาให้เป็นฟิล์มด้วยเหมือนกันนะ แต่ปัจจุบันมันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะค่าใช้จ่ายมันสูง

ครั้งหนึ่ง ตากล้องภาพยนตร์ที่ผมรู้จัก เคยกล่าวไว้ว่า สีที่อยู่บนฟิล์ม คือ "สีของความทรงจำ" เขาตั้งใจจะบอกว่า ฟิล์มนั้นสามารถแสดงสีแทนความทรงจำของเราได้ ผมเห็นด้วยอย่างมาก ผมเชื่อว่ามีสีบางอย่าง และพื้นผิวของภาพบางอย่างที่มีแต่ฟิล์มเท่านั้นที่สามารถทำออกมาได้ และนับเป็นเกียรติในชีวิตเหลือเกินที่ผมได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังที่ได้รางวัลปาล์มทองคำจากเมืองคานส์ ผมจะตั้งใจทำงานเพื่อให้สมกับเกียรติยศที่ได้รับ ผมเชื่อว่าคงมีหลายคนมาดูหนังเรื่องนี้เพราะรางวัลจากคานส์ แต่ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คนดูจะได้รับประสบการณ์อันน่าประทับใจที่เกิดจากภาพที่ถ่ายด้วยฟิล์มไปพร้อมๆกัน


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     5 ก.ค. 61 1:01
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

Shoplifters เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากคานส์ ผลงานอบอุ่นสั่งลา คิริน คิคิ คุณยายแสนใจดีแห่งวงการหนังญี่ปุ่น

ด้วยวัย 75 ปี และร่างกายที่ทรุดโทรมลงทีละนิด คิริน คิคิ นักแสดงหญิงชาวญี่ปุ่นรุ่นลายครามที่คอหนังชาวไทยรู้จักกันดี ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เจแปนไทม์สว่า...เธอพร้อมรับมือกับความตายแล้ว

คุณยาย คิริน คิคิ ซึ่งเราคุ้นหน้าค่าตากันในหนังญี่ปุ่นหลายเรื่อง เข้าวงการด้วยการเป็นนักแสดงตลกในรายการโทรทัศน์เมื่อ 50 ปีก่อน เธอเคยเข้าชิงรางวัลเจแปนฟิล์มอวอร์ดครั้งแรกในปี 1986 ก่อนจะมาคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากหนังเรื่อง Tokyo Tower: Mom and Me, and Sometimes Dad (2007) หลังจากเข้าชิงรางวัลมาแล้ว 6 ครั้ง และมาคว้ารางวัลเดิมซ้ำอีกครั้งในบทนำจากหนัง Chronicle of My Mother (2011)

แต่เชื่อแน่ว่า คอหนังชาวไทยคงคุ้นหน้าคิริน คิคิจากหนังหลายเรื่องของ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ โดยล่าสุดเธอรับแม่ในหนังเรื่อง After the Storm ซึ่งโคเรเอดะบอกเองว่า เป็นบทที่อิงมาจากแม่ของตัวเขาเอง

คิริน คิคิ ตรวจเจอว่าตนเองเป็นมะเร็งตั้งแต่ปี 2004 และนับตั้งแต่นั้นมา เธอก็เตรียมรับมือกับความตายมาโดยตลอด เธอยังคงใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ด้วยการเล่นหนัง (อย่างน้อยๆ) ปีละ 1 เรื่อง, เล่นละครโทรทัศน์ปีละ 1 เรื่อง, ไปเที่ยวฮาวายกับสามีปีละ 1 ครั้ง

"ฉันไม่รู้จะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับตอนสาวๆที่ยังแข็งแรงทำไม คิดไปก็รู้สึกแย่เปล่าๆ" คิริน คิคิให้สัมภาษณ์ "ฉันเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง เลือกที่จะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น และใช้ชีวิตไปตามนั้น"

ผู้จัดการส่วนตัวที่ทำงานด้วยกันมาหลายปี ได้จากเธอไปแล้วเมื่อ 10 กว่าปีก่อน นับแต่นั้นเป็นต้นมา คิริน คิคิก็เลือกรับงานเอง ไปไหนมาไหนเองโดยไม่มีผู้ช่วยหรือผู้จัดการส่วนตัว

ก่อนหน้านี้คิริน คิคิ ยังสามารถไปไหนด้วยการใช้รถไฟสาธารณะ แต่ระยะไม่กี่ปีมานี้ เธอทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว และเธอก็ต้องพกไม้เท้าติดตัวอยู่ตลอดเวลา

ตอนที่ฮิโรคาสุ โคเรเอดะติดต่อให้เธอมารับบทใน Shoplifters (หนังที่คว้ารางวัลใหญ่สุดจากเมืองคานส์ปีนี้มาครอง) คิริน คิคิก็เดาเอาว่า หนังเรื่องนี้คงจะเป็นการปรากฏตัวบนจอใหญ่ครั้งสุดท้ายของเธอ แต่ด้วยความที่เธอไม่ค่อยชอบความเอิกเกริก จึงไม่อยากป่าวประกาศบอกให่คนอื่นรู้ว่าตนเองจะเกษียณจากงานแสดง

"ฉันคงไม่โบกธงลาบอกทุกคนหรอกว่า ฉันจะเลิกเล่นหนังแล้วหรอกนะ ภาพที่ฉันคิดไว้ก็คือ อยากให้ผู้คนรู้สึกไปเองว่า ไม่ค่อยได้เห็นหน้าฉันแล้ว และไม่มีฉันอยู่บนจอหนังอีกแล้วมากกว่า" เธอกล่าว "หน้าที่ของฉันคือการสร้างความประทับใจบนจอหนัง และฉันก็ไม่อยากให้คนมาจดจำชีวิตนอกจอของฉันสักเท่าไหร่"

ใน Shoplifters คิริน คิคิ รับบทเป็นคุณยายเจ้าของบ้าน ซึ่งทั้งบ้านมีแต่หัวขโมย เธอมาในสภาพที่สมจริงสุดขีด ถอดฟันปลอม และปล่อยให้เส้นผมหงอกขาวตามธรรมชาติ บทบาทของเธอได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์อย่างล้มหลามตามเคย

"บทเรียนสำคัญที่โรคมะเร็งได้สอนฉันก็คือ ร่างกายของฉันไม่ใช่สมบัติของฉันหรอก" คิริน คิคิเล่า "ฉันได้รับอนุญาตให้ใช้ร่างกายนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เหมือนฉันซื้อที่ดิน ฉันอาจจะเป็นเจ้าของที่ดินก็จริง แต่ผืนดินมันเป็นสมบัติของโลก ในเมื่อสิ่งเหล่านี้มันไม่ได้เป็นของฉัน ฉันจึงควรดูแลรักษามันอย่างระมัดระวัง ก่อนจะส่งมันคืนด้วยสภาพสมบูรณ์ที่สุด ฉันมันชีวิตเป็นอย่างนั้น"


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     17 ก.ค. 61 23:51
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ ใช้หัวใจกำกับ Shoplifters ครอบครัวที่ลัก

Q: ได้ยินมาว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในญี่ปุ่น
โคเรเอดะซัง: จริงๆ ก็ไม่ได้เอาข่าวจากเหตุการณ์จริงทั้งหมดมาสร้าง ที่ญี่ปุ่นเมื่อ 3ปีก่อน จะมีคดีค่อนข้างเยอะในเรื่องของการลักพาตัว และเรื่องที่มีครอบครัวใช้เงินบำนาญของผู้สูงอายุเลี้ยงตัวเองกันเยอะมาก ไม่ทำการทำงานกัน พอเกิดเหตุการณ์พวกนี้ขึ้นเยอะ เลยอยากลองนำมาเขียนเป็นภาพยนตร์ดู ไม่ได้นำมาใช้ทั้งหมด แต่แค่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้มาสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เท่านั้นครับ

Q: สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ทำไมถึงเลือกหยิบประเด็น ครอบครัวนักขโมยของมาใช้
โคเรเอดะซัง: แค่เอาคดีที่เกิดขึ้นบ่อยมาใช้เป็นประเด็นหลักเฉยๆ อย่างเช่น ครอบครัวหนึ่งที่เป็นขโมยกันยกบ้าน คือก็คิดแบบนั้นเอาไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มสร้างเลยครับ

Q: ภายในเรื่องกล่าวถึงตัวละคร Aki ที่มีอาชีพ Chat phone เป็นตัวแทนความเหงา หรือสะท้อนสังคมไหม
คุณโคเรเอดะ: ไม่ใช่เรื่องของความเหงาอะไรของตัวละครอากิ เพราะถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าครอบครัวนี้จะขโมยของกัน ทำอะไรหลบๆ ซ่อนๆ ตลอด เวลาอยู่บ้านก็หลบกันทั้งเรื่องจริงๆ อย่างตอนดูดอกไม้ไฟ ก็จะแอบดูกัน ไม่ออกไปเจอใคร เด็กๆ ก็จะไม่เรียกพ่อแม่ตรงๆ งานของอากิก็เหมือนกันที่ไม่ต้องเห็นหน้าลูกค้า ไม่รู้ชื่อ ไม่ทราบอะไรเลย ธีมหลักของเรื่องนี้ไม่ใช่ความเหงาแต่เป็นเรื่องของการหลบซ่อนครับ

Q: ระหว่างภาพยนตร์เรื่องนี้ กับ No body knows เมื่อ15ปีที่แล้ว ซึ่งธีมหลักของเรื่องเป็นคนจนเหมือนกัน สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ไหม
คุณโคเรเอดะ: ทั้งสองเรื่องเหตุการณ์เกิดขึ้นที่โตเกียวเหมือนกันครับ ในส่วนของเรื่อง No body knows จะเน้นที่เรื่องของเด็กเพียงอย่างเดียว แต่ในเรื่อง Shoplifters จะไปเน้นประเด็นของครอบครัวซะมากกว่า ไม่ใช่มีเพียงแค่เรื่องของเด็ก แต่ยังมีเรื่องของพวกผู้ใหญ่ที่มีปัญหา น่าจะเป็นจุดที่แตกต่างกันระหว่างสองเรื่องนี้

Q: คนญี่ปุ่นค่อนข้างจะให้ความสำคัญกับเลือดเนื้อเชื้อไข ในมุมมองของคุณโคเรเอดะสายเลือดสำคัญไหมในการเป็นครอบครัว เพราะในหนังตัวละครแทบจะเป็นคนแปลกหน้ากันทั้งหมดเลย
คุณโคเรเอดะ: ก็ไม่ได้คิดว่าสำคัญมากครับ อย่างในเรื่องนี้ครอบครัวนี้ก็สามารถก้าวข้ามผ่านเรื่องสายเลือดไปได้ พวกเขาผูกพันธ์กันแม้ไม่ได้เป็นครอบครัวจริงๆ อย่างป้ากับอากิ ที่เป็นสายเลือดกันจริงๆ ก็อยู่กันอย่างยากลำบากโดยที่ไม่ได้มีความผูกพันธ์กันครับ

Q: คุณโคเรเอดะสนใจช่วงเวลาของเด็กๆ เป็นพิเศษในแง่ไหนบ้างหรือไม่ เพราะภาพยนตร์แต่ละเรื่องจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็ก และช่วงเวลาในวัยเด็กของคุณโคเระเอดะเป็นอย่างไรบ้าง มีเรื่องไหนที่สำคัญในชีวิต หรือหนักใจบ้างไหม
คุณโคเรเอดะ: ส่วนใหญ่ที่นำเรื่องของเด็กมาเล่า เพราะรู้สึกว่าเด็กสามารถสื่ออารมณ์ให้แก่ผู้ชมได้ดีกว่าผู้ใหญ่ ยิ่งในเรื่องของสายตา เหมือนเป็นการยืมสายตาของเด็กมาใช้ในการทำหนัง ทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุกกับตัวละครนั้นได้ดี ส่วนเรื่องของตัวผมเองก็มีบ้างที่นำมาใส่ในหนังหลายๆ เรื่องแต่ก็ไม่ทั้งหมดครับ

Q: ในภาพยนตร์นี้ ตัวละครเด็กนั้นสำคัญมาก เวลาแคสติ้งนักแสดงที่จะมารับบทนั้นๆ คุณโคเระดะมองหาอะไรบ้าง
โคเรเอดะ: หลักๆ เลยคือจะมองจากภายนอกก่อน ว่าเด็กคนนี้เห็นแล้วอยากถ่าย อยากให้ไปแสดงในหนังของผมไหม วิธีออดิชันก็คือจะไม่ให้อ่านบท จะคิดบทสดให้เด็กพูดตามเลย แล้วจะฟังดูว่าเด็กคนนี้สามารถพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติไหมครับ

Q: ตอนออดิชันคุณโคเรเอดะเป็นคนเลือกนักแสดงเองใช่ไหม
คุณโคเรเอดะ: แน่นอนครับ

Q: ในขณะเดียวกันพอมีเรื่องของเด็กเยอะ อีกเรื่องประเด็นหลักๆ ที่เห็นได้ชัดเลย คือเรื่องของความเป็นพ่อ อะไรที่ทำให้คุณโคเรเอดะเลือกใช้ความเป็นพ่อเด่นขึ้นมาในผลงานนี้
คุณโคเรเอดะ: เพราะตอนนี้ผมเป็นพ่อคนแล้ว ก็เลยมีมุมมองจากฝั่งความเป็นพ่อมากครับ

Q: คนชอบจะเปรียบเทียบคุณโคเรเอดะกับผู้กำกับโอซุ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวเหมือนกัน คิดว่า ครอบครัวญี่ปุ่นในสมัยคุณโอซุเมื่อ 50ปีที่แล้ว กับครอบครัวญี่ปุ่นในปัจจุบัน ความหมายของครอบครัว ความสัมพันธ์ของครอบครัว และสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป มันต่างกันเยอะมากขนาดไหน
คุณโคเระเอดะ: หนังของคุณโอซุมีครอบครัวหลายแบบ ก็ไม่รุ้ว่าจะเอาเรื่องไหนมาเปรียบเทียบกับของผมดี แต่ถ้าให้พูดถึงสมัยก่อนก็จะมีเรื่องของสงครามเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ไม่ได้ดูสงบสุขเท่าหนังของผมในทุกวันนี้ อย่างที่บ้านครอบครัวก็จะแตกแยกกัน เอาจริงๆ รู้สึกว่าไม่มีอะไรให้เปรียบเทียบมากก็คงเป็นเรื่องของครอบครัวนี่แหละมั้งครับ


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     26 ก.ค. 61 2:20
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

1 คำถาม 1 คำตอบ “ Shoplifters ครอบครัวที่ลัก ” เยือน “เมืองคานส์” ขโมยทั้งปาล์มทองและหัวใจคนดู

หัวหน้าครอบครัว – ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ
จริงหรือไม่ ที่คุณเขียนบทแบบวันต่อวัน
ผมเขียนบทร่างแรกใช้เวลา 3 เดือน จากนั้นผมก็คัดเลือกนักแสดง พอได้นักแสดง ผมก็ถ่ายทำฉากหน้าร้อนก่อน (ฉากเที่ยวทะเล) ถ่ายเสร็จ นำมาตัดต่อดู ผมพักเพื่อเกลาบทอีก 3 เดือน แล้วเรียกนักแสดงมาถ่ายทำต่อ บทมีการแก้ทุกวัน เพราะผมปรับตามเคมีของนักแสดงแต่ละคน

พ่อ – ลิลี่ แฟรงกี้
คุณเล่นหนังมาเยอะแยะมากมาย คุณรู้สึกอย่างไรเวลามาเล่นหนังให้โคเรเอดะ
รู้สึกเป็นเกียรติ เราสองคนมีรูปแบบการใช้ชีวิตต่างกันมาก แต่ผมชอบทำงานกับเขา แปลกมากที่เราเข้ากันได้ดี เวลาเข้าฉาก เขารู้ว่าผมทำอะไรได้ และผมก็รู้ว่าเขาต้องการอะไร

แม่ – ซากุระ อันโด
ยากง่ายแค่ไหนที่ต้องมาเล่นบทแม่
มันเป็นบทแม่ที่ไม่เหมือนแม่ปกติธรรมดานะคะ และสำหรับตัวฉันเอง มันเป็นงานชิ้นสำคัญจริงๆ เพราะเป็นหนังเรื่องแรกที่ฉันรับเล่นหลังจากพักงานไปคลอดลูก ก่อนหน้านี้ฉันคงเล่นแบบนี้ไม่ได้ แต่พอได้เป็นแม่แล้ว ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป

ย่า – คิคิ คิริน
คุณเป็นนักแสดงขาประจำของโคเรเอดะ การทำงานกับเขาเป็นอย่างไรบ้าง
อืม...เออ...แหม นึกไม่ออกจริงๆค่ะ

น้า – มายุ มัตสึโอกะ
บทที่เล่นมีส่วนไหนที่คล้ายกับตัวคุณบ้าง
ฉันมีน้องสาวเหมือนในเรื่องค่ะ ในชีวิตจริง ทั้งฉันและน้องสาวอยากเป็นนักแสดงเหมือนกัน การเติบโตมาพร้อมกับความรู้สึกที่ต้องแข่งขันกับน้องสาวนั้นมันลำบากใจจริงๆ แต่ตอนนี้น้องสาวฉันหันเหไปมุ่งมั่นกับความฝันอื่นแล้ว และเธอก็ทำได้ดีมากๆ

พี่ชาย – ไคริ โจ
ได้มาอยู่กับครอบครัวในหนัง รู้สึกอย่างไรบ้าง
เป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากครับ แต่การลักขโมยเป็นสิ่งที่ไม่ดีนะครับ ไม่ควรทำ


น้องคนเล็ก – มิยุ ซาซากิ
หนูได้ไปเดินพรมแดง มีคนถ่ายรูปมากมาย รู้สึกอย่างไรบ้างจ๊ะ
หนูง่วงนอนค่ะ


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     27 ก.ค. 61 9:05
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

SHOPLIFTERS 8 ปรากฏการณ์ ที่คุณต้องมาสัมผัสด้วยสายตาตัวเอง

(1)
SHOPLIFTERS เป็นหนังญี่ปุ่นเรื่องเดียวในรอบ 20 ปี ที่คว้ารางวังสูงสุดของเทศกาลหนังที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเมืองคานส์มาได้สำเร็จ

(2)
เคต แบลนเชตต์ ประธานกรรมการของเมืองคานส์ในปีนี้ กล่าวถึง Shoplifters ว่า “พวกเรา (คณะกรรมการทุกคน) ล้มระเนระนาดกันถ้วนหน้าหลังดูหนังจบ ทั้งการแสดงและการกำกับประสานสอดคล้องกันอย่างน่าทึ่ง”

(3)
ฉายที่ญี่ปุ่นมาแล้ว 1 เดือน และทำเงินไปแล้วกว่า 3.5 พันล้านเยน (คิดเป็นเงินไทยกว่า 1 พันล้านบาท) ซึ่งขณะนี้ยังกวาดรายได้อย่างต่อเนื่อง

(4)
ในสัปดาห์แรก ยอดผู้ชมสูงถึงล้านคน กลุ่มคนดูมีตั้งแต่เด็กมัธยมไปจนถึงคนแก่อายุ 80 ปี บางครอบครัวก็มาดูกันทั้งบ้าน

(5)
ทีมนักแสดงนำในหนังเรื่องนี้ มีตั้งแต่คนที่อายุมากที่สุด (คิคิ คิริน 75 ปี) ไปจนถึงคนที่มีอายุน้อยที่สุด (มิยุ ซาซากิ 6 ปี) และหนังมีตัวละครหลักถึง 6 คนด้วยกัน แต่กลับเข้าขากันราวกับเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ

(6)
ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ กลายเป็นผู้กำกับหนังเพียงคนเดียวของญี่ปุ่นในปัจจุบัน ที่หนังได้รับการยกย่องจากระดับนานาชาติ พร้อมๆกับที่คนดูชาวญี่ปุ่นก็ให้การตอบรับที่ดีเยี่ยม

(7)
เมื่อ Shoplifters ออกฉาย เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และตื่นตัวเรื่องปัญหาสังคมในญี่ปุ่นอย่างกว้างขวางชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เสียงโต้แย้งจากสองฝั่งทำให้เกิดเป็นปรากฏการณ์สำคัญ

(8)
ถ่ายภาพด้วยฟิล์ม ละเมียดทุกฉากทุกตอน ค่อยๆพาคนดูไปสู่ความซาบซึ้งสะเทือนใจ นี่เป็นหนังที่สักครั้งหนึ่งในชีวิต นักดูหนังจะต้องดูในโรงภาพยนตร์


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     1 ส.ค. 61 9:33
 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

เกาหลี-ฮ่องกง กระแสโคเรเอดะ “คึกคัก” จีนไม่น้อยหน้า Shoplifters เป็นหนังที่ผู้ชม “รอคอยที่สุด” ในแผ่นดินใหญ่

Shoplifters หนังรางวัลปาล์มทอง ของสุดยอดผู้กำกับชาวญี่ปุ่น ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ ไม่เพียงแต่ทำเงินถล่มทลายในบ้านเกิดเท่านั้น แต่ยังสร้างกระแสฮือฮาในประเทศใกล้เคียงอีกด้วย

ที่ประเทศเกาหลีใต้ ผู้ชมส่วนใหญ่ที่นั่นเป็นแฟนคลับของฮิโรคาสุ โคเรเอดะ มีการนำหนังเก่าเรื่อง Nobody Knows กลับมาเข้าฉายใหม่อีกครั้งเพื่อเป็นการโหมโรง และเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการฉายเพียง 4 วัน Shoplifters ก็ทำเงินในเกาหลีไปถึง 390 ล้านวอน (ราว 10 ล้านบาท)

ฮ่องกงเป็นอีกประเทศ ที่นักดูหนังที่นั่นชื่นชอบผลงานของโคเรเอดะมาก มีการจัดเทศกาล Retrospective ด้วยการนำผลงานทุกเรื่องของโคเรเอดะกลับมาฉายโรงใหม่อีกครั้งเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองรางวัลปาล์มทองและต้อนรับหนังใหม่ Shoplifters

Shoplifters เปิดตัวในฮ่องกงด้วยตัวเลข 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 ล้านบาท) แทรกตัวผ่านกองทัพหนังใหญ่ช่วงซัมเมอร์อย่าง Ant-Man, Jurassic Park และ Skyscraper มาอยู่ในอันดับ 3 บนตารางทำเงิน

ทางด้านจีนแผ่นดินใหญ่ หลังจากบริษัทจัดจำหน่ายได้ปล่อยภาพโปสเตอร์แบบลายเส้นสีสวยงามของ Shoplifters ก็ทำให้กระแสคลั่งไคล้โคเรเอดะทวีคูณขึ้นแบบเท่าตัว จากแต่เดิมที่หนังเก่าๆของโคเรเอดะก็ได้ใจผู้ชมชาวจีนอยู่แล้ว

ในโลกออนไลน์ของจีน ผู้ชมในเว็บไซต์ Douban.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ภาพยนตร์ที่ดังที่สุดของจีน ก็ได้รับคะแนนสูงถึง 8.8 เต็ม 10 ทั้งๆที่หนังยังไม่ได้เข้าฉาย

ในเว็บไซต์ Maoyan.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับจองตั๋วภาพยนตร์ของจีน แทบจะระเบิดเมื่อคนแห่กันรอรอบฉายของ Shoplifters เพื่อจองบัตร และมีผู้ใช้งานกว่า 10,000 คนแสดงความเห็นว่าต้องการชมภาพยนตร์เรื่องใหม่ของโคเรเอดะ มากกว่าหนังเรื่องอื่นๆในช่วงเดียวกัน (Shoplifters จะเปิดฉายในจีนแผ่นดินใหญ่วันที่ 3 สิงหาคม) สำหรับในเมืองไทย มงคลซีนีม่า โรงภาพยนตร์เฮ้าส์ อาร์ซีเอ และ เจแปน ฟาวน์เดชั่น กรุงเทพ ต้อนรับการมาถึงของหนังปาล์มทอง ด้วยการจัดเทศกาล Kore-eda Retrospective ขึ้นเมื่อวันที่ 27-30 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นการนำหนังเก่าของฮิโรคาสุ โคเรเอดะมาฉาย พร้อมทั้งเปิดรอบพิเศษ Shoplifters ให้ดูก่อนใครถึง 2 รอบ และบัตรก็ขายหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว

Shoplifters (ชื่อไทย ครอบครัวที่ลัก) กำลังสร้างกระแสในหมู่ผู้ชมทั่วเอเชีย และคนที่ได้ชมแล้วก็ประทับใจจนต้องขอกลับมาดูซ้ำ คอหนังชาวไทยไม่ต้องรอกันนาน เพราะหนังพร้อมฉายให้สัมผัสความอบอุ่นบนจอใหญ่แน่นอน


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     2 ส.ค. 61 7:49
 
 


น้องมิยุ น้องไคริ 2 นักแสดงเด็กส่งตรงความน่ารักจากญี่ปุ่นถึงคนไทย พูดภาษาไทยชวนดู Shoplifters ครอบครัวที่ลัก

หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามฮิตไปทั่วเอเชียได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่อง Shoplifters ภาพยนตร์เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำปีล่าสุดจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ได้ส่งคลิปพูดภาษาไทยจาก 2 นักแสดงเด็ก ไคริ โจว และ มิยุ ซาซากิ พูดขอบคุณคนไทยและชวนคนไทยมาดูหนังเรื่องด้วยกัน เข้าฉายเฉพาะที่ house Rca และ Scala

ไคริ โจ รับบท โชตะ เจ้าหนูน้อยตัวแสบประจำครอบครัวที่ลัก นักแสดงเด็กวัย 11 ปีที่เข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบคนนี้อยู่ใต้สังกัดของเอเจนซี่ Stardust เอเจนซี่เดียวกับกับนักแสดงมากความสามารถอย่าง นานะ โคมัตสึ (The World of Kanako), ทาคายูกิ ยามาดะ (50 First Kisses) และ ไทชิ นาคากาว่า (Kids on the Slope) เป็นต้น

ก่อนหน้าที่จะมาเล่น Shoplifters ไคริ โจ เคยแสดงซีรี่ส์ที่ออกอากาศทาง Netflix เรื่อง Erased และรับบทสมทบเล็กๆ ในหนังเรื่อง My Little Monster ที่นำแสดงโดย สุดะ มาซากิ

ทั้งนี้เจ้าหนูไคริมีความสามารถด้านการเต้นและการวิ่งระยะสั้น นอกจากนั้นเขายังเป็น 1 ในสมาชิกยูนิต EBiDAN ซึ่งรวมตัวทาเลนต์เด็กอนาคตไกลเอาไว้ และหากมีเวลาว่างเขาจะชอบเล่นเกมตามประสาเด็กทั่วไป

ไคริ ได้เล่าถึงความประทับใจในการเล่น Shoplifters เอาไว้ด้วยว่า ในฉากสุดท้ายของเรื่องซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการถ่ายทำ เขาอินกับเรื่องราวและอยากร้องไห้มากๆ แต่ด้วยการที่เขาสวมบทเป็น โชตะ อยู่ทำให้เขาต้องฝืนไว้ไม่ร้องออกมา นอกจากนั้น หลังจากถ่ายทำเสร็จมาประมาณ 1 ปี เขาก็สูงขึ้นกว่าเดิมประมาณ 5 เซนติเมตร และไซส์รองเท้ายังเพิ่มขึ้นอีกไซส์ด้วย


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     2 ส.ค. 61 7:50
 
 


มิยุ ซาซากิ รับบท ยูริ เด็กน้อย ที่ครอบครัวนักลัก ช่วยเธอเอาไว้

สิ่งที่ทำให้ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ เป็นผู้กำกับที่เก่งกาจกว่าคนอื่นๆ น่าจะอยู่ตรงที่การกำกับนักแสดงเด็กให้สามารถแสดงออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใน Shoplifters นอกจากจะต้องกำกับ ไคริ โจ ยังรวมถึง มิยุ ซาซากิ สาวน้อยวัย 7 ขวบ เจ้าของความสูง 107 เซนติเมตร

Shoplifters ไม่ใช่ผลงานการแสดงเรื่องแรกของหนูน้อย มิยุ เธอเคยรับบทสมทบเล็กๆ ในหนังเรื่อง Benriya Elegy (2017) และเคยรับงานโฆษณาอีก 2-3 ชิ้น แต่นับจากนี้ไปทุกคนจะจดจำว่า ครอบครัวที่ลัก คือหนังแจ้งเกิดของเธอ หนังที่ทำให้เธอสนิทกับ ไคริ เจียว ราวกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ

ในงานแถลงข่าวครั้งหนึ่ง มีคนถามหนูน้อย มิยุ ซาซากิ ว่าหลังจาก Shoplifters แล้วอยากเล่นหนังเรื่องอะไรต่อ ผู้กำกับ โคเรเอดะ แอบมีแทรกขึ้นมาอย่างติดตลกว่าเขาอยากทำ Shoplifters ภาค 2 ซึ่งทีมนักแสดงคนอื่นรวมทั้งเธอก็ขานรับว่าอยากเล่นจริงๆ

แต่ Shoplifters ภาค 2 จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป


 
 
 

 
 AD Hunter   ©     6 ส.ค. 61 21:31
 
 


ผู้กำกับ โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ พูดภาษาไทยขอบคุณครับ ขอบคุณคนไทยที่ไปดู Shoplifters ครอบครัวที่ลัก ภาพยนตร์ที่รักที่สุดในชีวิต

 
 
 


 
All the Money in the World ฆ่า-ไถ่-อำมหิต
 
 
All the Money in the World ฆ่า-ไถ่-อำมหิต
View : 2361
DownLoad : 5
 
 
7 Days in Entebbe เที่ยวบินนรกเอนเทบเบ้
 
 
7 Days in Entebbe เที่ยวบินนรกเอนเทบเบ้
View : 3620
DownLoad : 22
 
 
Tonight At Romance Theater รักเรา จะพบกัน
 
 
Tonight At Romance Theater รักเรา จะพบกัน
View : 1988
DownLoad : 3
 
 
Beirut เบรุตนรกแตก
 
 
Beirut เบรุตนรกแตก
View : 2718
DownLoad : 15
 
 
Submergence ห้วงลึกพิสูจน์รัก
 
 
Submergence ห้วงลึกพิสูจน์รัก
View : 1499
DownLoad : 5
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   
     
 
 
     
 
 
 
©2010 ADintrend